My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

หมีขาวขั้วโลกเหนือและเพนกวินแห่งขั้วโลกใต้…ในชะตากรรมเดียวกัน

50 ความเห็น

เมื่อเย็นที่ผ่านมาเรานั่งตัวเล็กลีบอยู่ในโถงชั้น ๑ ของ British Council สยามสแควร์
ที่นั่นมีงานเสวนา @ the bar ในหัวข้อ To the End of the Climate: Climate Change and the Arctic –ช่างเป็นประเด็นที่ขัดแย้งอย่างรุนแรงกับบรรยากาศหวานชื่นของวันวาเลนไทน์ที่อบอวลอยู่รอบๆ โดยแท้

รู้สึก “เล็กลีบ” เพราะมันเป็นงานเสวนาที่พูดคุยด้วยภาษาอังกฤษทั้งหมด
ซึ่งเราก็ฟังรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง ตามประสาคนหัวดำที่เรียนภาษาอังกฤษจากระบบการศึกษาของไทยล้วนๆ แต่เอาเหอะ…ถือซะว่าเปิดกะลาของตัวเอง
สำคัญกว่านั้น…มันเกี่ยวกับโปรเจ็คที่กำลังวาดฝันอยู่ด้วย

อย่างน้อยเราก็ได้รู้จักกับ Cape Farewell capefarewell.jpg
โครงการปลุกเร้าจิตสำนึกเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ด้วยการพานักวิทยาศาสตร์ ศิลปิน และครูอาจารย์ ล่องเรือไปยังขั้วโลกเหนือ
ให้รับรู้ว่า การเพิ่มขึ้นของปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ
และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลกระทบต่อเราอย่างไรบ้าง
ข้อมูลจากประสบการณ์ตรงเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจชั้นเยี่ยม
ในการใช้บทบาทหน้าที่ของตนเองส่งผ่านเรื่องราวไปยังคนรอบข้าง

Mr.Quentin Cooper หนึ่งในผู้ที่มีประสบการณ์สุดเจ๋งจากการร่วมเดินทางไปยังขั้วโลกเหนือเล่าโน่นเล่านี่ให้ฟังมากมาย
เรารับรู้มาก่อนหน้านี้แล้วว่า การเพิ่มสูงขึ้นของอุณหภูมิชั้นบรรยากาศโลก
กำลังทำให้หมีขั้วโลกตัวโตที่มีขนขาวหนาต้องเดือดร้อน
แน่นอนว่า…การเพิ่มสูงขึ้นนี้เป็นผลพวงจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์

หมีขาวใช้ชีวิตอยู่ที่ขั้วโลกเหนืออย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่า…
พื้นที่หากินของมันหดแคบลง โลกที่ร้อนขึ้นทำให้แผ่นน้ำแข็งละลายมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยธรรมชาติแล้วพวกมันไม่สามารถว่ายน้ำได้ต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน
จึงจำเป็นต้องแวะพักเหนื่อยตามแผ่นน้ำแข็งที่ลอยอยู่กระจัดกระจาย
แผ่นน้ำแข็งที่เหลือน้อย ทำให้พวกมันใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก
…ถ้าแผ่นน้ำแข็งละลายหมดเกลี้ยง หมีขาวจะอยู่รอดได้อย่างไร…

polarbear.jpg
source: http://www.capefarewell.com/

แต่ข้อมูลใหม่ที่เราเพิ่งรู้จากปากของ Mr. Cooper ก็คือ
ขยะจำพวกพลาสติกที่ถูกทิ้งลงทะเล มันแตกสลายเป็นละอองพลาสติกตามวันเวลา
และเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารจากสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ส่งต่อไปยังนักล่าที่ยืนอยู่บนสุดของพีระมิด
ปลาตัวเล็ก—> ปลาตัวใหญ่—> สิงโตทะเล แมวน้ำ—> หมีขาว
หมีขาวรับสารแปลกปลอมอย่างพลาสติกเข้าสู่ร่างกายผ่านการกินตามลำดับขั้น
กระทั่งทำให้หมีขาวจำนวนไม่น้อยมีสองเพศในตัวเดียว!!!

บางห้วงจังหวะที่จับใจความจากภาษาต่างด้าวไม่ได้
เราครุ่นคิดถึงคาราวานเพนกวินที่ขั้วโลกใต้
พวกมันก็โดนสภาวะโลกร้อนเล่นงานหนักไม่แพ้หมีขาว
ใครที่ดูรายการปฐพีชีวิตทางช่อง ๙ เมื่อปลายเดือนมกราคม
หรือเคยชมภาพยนตร์สารคดี “The March of Penguins”
ที่มีนกเพนกวินจักรพรรดินับร้อยนับพันเป็นนักแสดง
คงพอนึกออกถึงการอยู่รอดในสภาพอากาศที่โหดร้าย
(ถ้ายังไม่ได้ดู และอยากหา DVD เรื่องนี้มาดูด้วยตนเอง ขอให้หยุดอ่านที่บรรทัดนี้
เพราะข้อเขียนส่วนต่อไปมีการเปิดเผยถึงเนื้อหาของภาพยนตร์)

เพนกวินจักรพรรดิเป็นสายพันธุ์เพนกวินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
แต่ตัวโตไม่ได้หมายความว่าจะอยู่รอดในธรรมชาติได้ง่ายดาย
ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง พวกมันต้องฝ่าฟันอุปสรรคยากเข็ญนานัปการ

เรื่องราวธรรมชาตินี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาเป็นเวลาหลายพันปี
แต่มนุษย์เพิ่งค้นพบความอัศจรรย์นี้เมื่อต้นศตวรษที่ ๒๐
และภาพยนตร์ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อประมาณ ๖ ปีที่แล้วก็ถ่ายทอดเหตุการณ์ที่มีส่วนผสมของความรัก ความน่าทึ่ง กำลังใจ ความกล้าหาญ และการผจญภัยของเหล่าพ่อแม่เพนกวินได้อย่างลงตัว
โดยให้ทีมงานถ่ายทำ ๔ คนเข้าไปฝังตัวอยู่ที่แอนตาร์กติกนาน ๑๔ เดือน !!!

เมื่อฤดูร้อนสิ้นสุดลงและฤดูหนาวกำลังจะเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์
เพนกวินจักพรรดิจากทุกสารทิศจะว่ายน้ำมายังขั้วโลกใต้…บ้านเกิดของพวกมัน…
ต้นเดือนมีนาคม สัญชาตญาณสั่งให้พวกมันละทิ้งทะเล
และพุ่งตัวผ่านรอยแยกของน้ำแข็งขึ้นมาเพื่อออกเดินทางครั้งใหญ่
จากสุดขอบทะเลน้ำแข็งเข้าสู่แผ่นดินตอนใน หรือ “โอเอม็อก” (Oamok)
–ดินแดนที่เหมาะต่อการผสมพันธุ์–
ฤดูหนาวที่นั่นอุณหภูมิลดต่ำเสียจนไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดเข้ามารบกวนการฟักไข่
อีกทั้งพื้นน้ำแข็งก็หนาพอที่จะไม่แยกเป็นส่วนๆ ในวันเริ่มต้นของฤดูร้อนซึ่งลูกเพนกวินยังเล็กอยู่

คาราวานเพนกวินเดินบ้าง ไถตัวไปบนพื้นน้ำแข็งบ้าง รวมระยะทางกว่า ๒๐๐ กิโลเมตร
แต่ละย่างก้าวเล็กๆ มุ่งสู่สมรภูมิที่ต้องต่อสู้กับความหนาวระดับ -๖๕ องศาเซลเซียส
ด้วยเหตุที่ภูมิประเทศขาวโพลนกว้างโล่งไม่มีตำแหน่งอ้างอิงใดๆ
ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว จึงเป็นเข็มทิศสำคัญสำหรับสัตว์ปีกหุ่นอ้วนกลม
แม้เนินน้ำแข็งจะเปลี่ยนแปลงทุกปี พวกมันยังสามารถเดินไปถึงจุดหมายเดิมได้อย่างแม่นยำ

หลังจากฝูงเพนกวินรวมตัวพร้อมหน้า มันจะเปล่งเสียงร้องหาคู่
เมื่อเจอแล้วเพนกวินสองตัวจะยืนนิ่งอยู่เคียงกัน
น่าแปลกว่าท่ามกลางการเปล่งเสียงอันอลหม่านนั้น
เพนกวินสามารถจดจำเสียงของคู่ตัวเองได้ถูกต้อง

penguin1.jpg
source: http://wip.warnerbros.com/marchofthepenguins/

และเนื่องจากจำนวนเพนกวินตัวผู้นั้นน้อยกว่าตัวเมีย
ช่วงแรกของการจับคู่จึงเกิดศึกชิงหนุ่มบ้าง
แต่สุดท้ายแล้วตัวเมียที่ไร้คู่จะต้องเดินกลับไปสู่ทะเล
ไม่มีประโยชน์ที่จะสู้กับฤดูหนาวอันโหดร้ายโดยไม่มีชีวิตของเพนกวินน้อยเป็นสิ่งตอบแทน

ค่ำคืนฮันนีมูนผ่านไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม
แม่เพนกวินจะออกไข่เพียง ๑ ฟอง และซ่อนมันไว้ในช่องว่างใต้พุง
–กระเป๋าหน้าท้องที่คอยสร้างความอบอุ่นให้ไข่—
นาฬิกาของชีวิตใหม่เริ่มต้นแล้ว

ความระทึกใจมาถึงเมื่อแม่เพนกวินต้องส่งมอบไข่ให้พ่อเพนกวินรับผิดชอบ
มันไม่มีนิ้วที่จะหยิบจับได้อย่างง่ายดาย ฟองไข่ก็แสนบอบบาง พื้นน้ำแข็งก็ไม่ราบเรียบ
อีกทั้งความหนาวเย็นยังคอยจ้องปลิดชีวิตน้อยๆ ขั้นตอนนี้จึงต้องรวดเร็วและแม่นยำ
แม่เพนกวินปล่อยไข่ลงบนพื้นพร้อมกับเดินถอยห่างออกมา
พ่อเพนกวินต้องใช้จงอยปากดันไข่ให้ขึ้นมาอยู่บนหลังเท้าของตน
ช้าแม้เพียงเสี้ยวนาทีอุณหภูมิพื้นน้ำแข็งจะถ่ายทอดสู่ไข่จนแข็งตัวและแตกร้าว

หลังการส่งมอบไข่ แม่เพนกวินจะมุ่งหน้าสู่ทะเล
ใช้เวลา ๒-๓ สัปดาห์ในการเพิ่มพลังงานให้ตนเองและกักตุนอาหารมาป้อนลูกน้อย
ขณะที่พ่อเพนกวินต้องยืนรักษาไข่ไว้ใต้พุงเหนือหลังเท้าประมาณ ๖๐ วันจนกว่าไข่จะฟักเป็นตัว
ที่ยากกว่านั้นคือทุกตัวต้องร่วมกันฝ่าพายุหิมะที่ร้ายกาจไปให้ได้พร้อมกับรักษาชีวิตน้อยๆ
พวกมันยืนเบียดต้านทานลมที่พัดแรงเร็วประมาณ ๑๖๑-๒๔๑ กิโลเมตรต่อชั่วโมง

แม่ที่กินอิ่มต้องรีบเดินทางกลับมายังโอเอม็อกภายใน ๔๘ ชั่วโมงหลังจากที่ลูกเพนกวินเกิด
เจ้าตัวเล็กมีพลังงานสะสมน้อยและอ่อนแอเหลือเกิน
ถ้าช้า…พ่อเพนกวินซึ่งไม่ได้กินอะไรมานานกว่า ๔ เดือนจะทิ้งลูกและเดินกลับไปยังทะเลก่อนที่ตัวเองจะหมดแรง

penguin2.jpg
source: http://wip.warnerbros.com/marchofthepenguins/

ในทางกลับกันถ้าแม่เพนกวินมาทันเวลาและพ่อลูกรอดพายุหิมะมาได้อย่างปลอดภัย
เธอจะมีโอกาสป้อนอาหารมื้อแรกและปล่อยให้พ่อเดินไปสู่ทะเลบ้าง
สลับกันออกไปหาอาหารมาเลี้ยงลูก
จนถึงเวลาที่เจ้าตัวเล็กพร้อมจะสัมผัสน้ำทะเลแรกของชีวิตในช่วงฤดูร้อน
เมื่อถึงวันนั้นพ่อและแม่เพนกวินจะแยกจากกัน
เพื่อรอการสืบทอดสายพันธุ์ที่จะเกิดขึ้นอีกในฤดูหนาวครั้งต่อไป

ส่วนลูกๆ รวมฝูงกันลงทะเลเพื่อเผชิญโลกใหม่ที่น่าตื่นเต้น
อีก ๔ ปีข้างหน้าลูกเพนกวินจะโตเต็มวัยและกลับมาปฏิบัติภารกิจอย่างที่พ่อแม่ของมันทำ

ภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้นทำให้น้ำแข็งขั้วโลกใต้ละลายเร็วกว่าปกติ
ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ลูกเพนกวินจักรพรรดิจำนวนมากต้องจบชีวิตลง
เพราะยังไม่โตพอที่จะว่ายออกสู่ทะเลในฤดูร้อนที่มาถึงก่อนกำหนด

โศกนาฏกรรมแบบนี้จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้ามนุษย์ยังไม่ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิง
…ลำพังการสร้างชีวิตใหม่ของเพนกวินจักรพรรดิก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว
คุณยังจะใจร้ายซ้ำเติมมันได้ลงคอเชียวหรือ…

penguin3.jpg
source: http://wip.warnerbros.com/marchofthepenguins/

About these ads

หนึ่งความคิดบน “หมีขาวขั้วโลกเหนือและเพนกวินแห่งขั้วโลกใต้…ในชะตากรรมเดียวกัน

  1. อืมมม์

    ความรู้มากมาย ที่เราได้จากที่นี่

    ทำให้เรารู้สึกว่า….

    โลกนี้, มีอีกหลายเรื่องที่มีที่มา จากเรา

    หลายเรื่องโดยไม่รู้ตัว….

  2. . . .

    ชอบเรื่องที่ จขบ.เขียน ฮ่ะ อยากมีเพื่อนเป็นหมีขาวและนกเพนกวิน
    555 พุงของพวกมันคงนิ่มดีนะ เมื่อเร็วๆ นี้ผมเพิ่งเห็นสิงโตทะเลตัวเป็นๆ พวกมันน่ารักมาก แต่ผมก็ไม่น่าไปเจอมันอยู่ในสวนสัตว์เลย พวกมันน่ารักเกินไป เกินกว่าทีี่จะทำอะไีรตลกๆ แสนรู้และได้ปลาไปกิน …เฮ้อ

    . . .

  3. เพิ่งเข้ามาอ่านบล็อกค่ะ… ตามลิงค์มาจากพันทิป กรณีขโมยขึ้นบล็อก
    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเพิ่งดูหนังแผ่นเรื่อง Happy Feet
    หนุกหนาน น่ารักมาก….และแอบมีสะเทือนใจบ้างกับสิ่งที่มนุษย์อย่างเราๆ ท่านๆ กระทำต่อเพื่อนร่วมโลก ทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจก็ตาม

    …ขอให้หัวใจของมัมเบิ้ลจงสถิตอยู่ในใจเราทุกคน….

  4. The problems are same with sharks, mola mola (sun fish) and rays.

    For nowadays situation please check at http://www.seashepherd.org/

  5. ขอบคุณค่ะ สำหรับ link ข้อมูลที่น่าสนใจ

  6. ดูสารคดีนี้ในโรงหนังลิโด หมายถึง ขบวนเดินทางของเพนกวิน น่ะค่ะ
    ดูแล้วทึ่งในธรรมชาติ
    ที่สร้างสรร สิ่งมีชีวิต ให้มีการดำรงชีวิตที่แตกต่างกันออกไป
    แล้วก็ทำให้คิดว่า การที่เป็นเช่นนั้น ก็คงมีเหตุผลของเรื่องสมดุลมารองรับ
    และเมื่อไรที่ความสมดุลนี้เริ่มหายไป เหมือนกับที่กำลังเป็นอยู่นี้
    จะเหนือหรือใต้ ก็สูญสลายได้เหมือนกัน

    หมายเหตุ เพลงประกอบของสารคดีที่ว่ามา เพราะมากๆค่ะ ภาพก็งาม
    อย่างว่าแหละ เป็นภาพที่ธรรมชาติสรรสร้าง ย่อมส่งผลได้อย่างดี

  7. เสียสมดุลนิดหน่อย ธรรมชาติเยียวยาตัวเองได้
    แต่ถ้าปล่อยให้หลุดสมดุลมากเกินไป
    เก่งกาจแค่ไหนก็คงไม่อาจกู้คืนกลับมา

  8. ดูเรื่องนี้เหมือนกัน..เศร้าแทน
    อ่านแล้วร้องไห้เลย

  9. งืมงืมเราก้อมีส่วนทามร้ายหมีน้อยกับเพกวินเหมือนก้าน

  10. ข้อมูลที่ให้มานั้นสามารถนำไปใช้ประโยชนืมากเลยคับ เลยจี๊ด

  11. ได้ประโยชน์มากคับ

  12. รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม

  13. ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นจ้ะ

  14. อืมม…วันก่อนอ่านข่าวห็นว่ามีภูเขาน้ำแข็งชิ้นใหญ่ที่ขั้วโลกใต้หลุดลงทะเลอีกก้อนแล้ว
    ไม่รู้ว่าอากาศที่เปลี่ยนแปลงรุนแรงอย่างนี้เจ้าอ้วนทั้งหลายจะอยู่รอดได้อย่างไร…เฮ้อ…น่าสงสารจัง

  15. สงสารหมีขาวกะแพนกวิ้นอ่ะ…พวกเรามาช่วยกันลดภาวะโลกร้อนกันเถอะ…เพื่อโลกและสัตว์ตัวน้อยๆผู้แสนน่ารักของเรา…อย่าให้พวกมันที่อยู่มานานต้องสูญพันธุ์ไปเพราะฝีมือของมนุษย์เราเลย
    ถ้าเราทุกคนยังมีจิตสำนึกกันอยู่…จงทำเถอะ

  16. มนุษย์นีหรือ คือสัตว์ประเสริฐ ตั้งแต่เกิดเติบโต เป็นผู้ใหญ่
    พ่อแม่ครูบาท่านสอนไว้ มนุษย์ไซร้สัตว์ประเสริฐจงจดจำ
    เติบโตมาเห็นโลกสุดลึกล้ำ ที่เคยจำมนุษย์นั้นสัตว์ประเสริฐมิใช่เลย

  17. ทุกคนช่วยกันลดใช้พลังงานกันเถอะครับ

  18. ชอบค่ะ เพราะน่ารักดีน่ากอดจัง คงจะนิ่มดีนะอยากกอดดดดดดดดดดด

    ชอบมากๆๆ

  19. มนุษย์ บางจำพวก…
    ถ้าไม่เบียดเบียนสัตว์อื่น ก็เบียดเบียน “พวกเดียวกัน” !!!
    มันน่า “สุญพันธ์” นักมนุษย์พวกนี้…
    …..

    เรามาช่วยลดมลภาวะให้โลกของเรากันเถอะนะคะ
    “เริ่มที่เรา” เริ่มที่ตัวเราเอง แม้จะน้อยนิด และมันไม่อาจพลิกฟื้น คืนโลกให้เหมือนเดิม แต่มันย่อมดีกว่า ไม่ทำอะไร และสักแต่ว่า ทำลายๆๆๆ
    นะคะ

  20. ถึง pickmeeup
    ลงมือทำน้อยนิดย่อมดีกว่าไม่ทำอะไรเลย..ถูกต้อง
    เริ่มที่ตัวเราเอง..ถูกต้องที่สุดจ้ะ

  21. ช่วยกันลดโลกร้อนน่ะค่ะ ก่อนที่มหัตภัยจะมาถึง

  22. น่าสงสารจัง ช่วยกันลดภาวะโลกร้อนนะคะ

  23. เนื้อหาดีมากๆค่ะ แต่น่าสงสารนกเพนกวินและหมีขั้วโลก

  24. น่าสงสารมากอะครับ

  25. น่าสงสารหมีขั้วโลกเหนือและเพนกวินจัง เพราะเราแท้ๆที่ไช่วยลดภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก ถ้าเกิดว่าน้ำแข็งขั้วโลกละลาย หมีและเพนกวินก็จะกลายเป็นสัตว์สูญพันธ์ ฮืออออ เอาล่ะ เรามาช่วยกันลดภาวะโลกร้อนดีกว่า หมีและเพนกวินจะได้ไม่สูญพันธ์เนอะ
    บอกไว้ก่อนว่าน่าสงสารจับใจ จากใจจริงหวังรักษืธรรมชาติ ฮือออออออ
    ฮือออออ น่าสงสารจัง

  26. ใครว่าน่ารักเนี่ย น่าสงสารจะตาย คิดได้ไง ชีวิตทั้งชีวิตถ้าตายไปแล้วยังมาคิดว่าน่ารักอยู่ ทุเรศจิง เฮ้อ

  27. อย่าได้รูปอีกครับ
    เพนกวินน่ารักมากครับ
    อย่าเลี่ยงจัง

  28. เป็นความรู้ที่ดีคับ

  29. ทึ่งมากกับชีวิตที่ต้องฟันฝ่า ใครที่ท้อแท้กะชีวิต ดูนกเพนกวิ้นเป็นตัวอย่างนะค่ะ ดูแล้วนึกถึงพ่อแม่จังเรย

  30. น่าสงสารหมีขาวและนกเพนกวิน และอยากให้ทุกคนรักสิ่งแวดล้อม กันมากๆเดี๋ยวเราก็ตาย รู้ไหมใครทำก็มนุษย์ทำเริ่มจากที่โน่น เดี๋ยวซักวันมนุษย์ก็โดนบ้าง

  31. ชอบเพนกวินมากอยากสัมพัสตัวจริง

  32. น่าสงสารหมีขาวจัง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 462 other followers