มาบตาพุด…ยิ่งกว่าสำลักมลพิษ (ตอน ๑)
การนำก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยขึ้นมาใช้ประโยชน์เป็นครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๒๔
ไม่เพียงนำพาประเทศไทยเข้าสู่ “ความโชติช่วงชัชวาล” ตามคำกล่าวของท่านผู้นำ
แต่ยังหมายถึงการผลักดันพื้นที่ชายฝั่งทะเลของตำบลมาบตาพุด ในอำเภอเมือง จังหวัดระยอง
ขึ้นมารองรับอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากก๊าซธรรมชาติได้เป็นผลสำเร็จ
ตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก
จากจุดเริ่มต้นของเมืองชายทะเล
บรรดาอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลาสติก ปุ๋ยเคมี เหล็ก และน้ำมัน ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด
ทำให้มาบตาพุดกลายเป็นที่รู้จักของคนไทยในฐานะเขตอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่
ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศไทย
พร้อมๆ กับพ่นมลพิษที่ส่งผลกระทบอย่างแสนสาหัสต่อชุมชนโดยรอบ
ในปี ๒๕๔๐ ความรุนแรงของมลพิษมาบตาพุดปะทุขึ้นเป็นข่าวใหญ่
เมื่อครูและนักเรียนโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคารไม่สามารถทนต่อกลิ่นเหม็น
ที่ลอยมาจากนิคมอุตสาหกรรมได้
หลายคนล้มป่วยถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน
สุดท้ายโรงเรียนต้องเป็นฝ่ายย้ายออกจากพื้นที่เพื่อหนีมลพิษ
หลังจากนั้นความสนใจของสังคมที่มีต่อสภาพมลพิษในมาบตาพุด
และการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลก็จางหายไป
…ตามระยะห่างที่เพิ่มขึ้น ระหว่างโรงเรียนกับแหล่งกำเนิดมลพิษ…
๑๐ ปีผ่านไป นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดกลับมายึดพื้นที่ข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์อีกครั้ง
ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๐ ด้วยประเด็นเดิมคือ “มลพิษ” – - ทว่ารุนแรงหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
“มลพิษ” อันเป็นผลพวงจากยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๔๗-๒๕๖๑) ของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
วันนี้ศักยภาพการรองรับมลพิษทางอากาศใกล้ถึงขีดสุดเต็มที
น้ำทิ้งที่ปล่อยจากนิคมอุตสาหกรรมละแวกนั้นก็เกินค่ามาตรฐาน
อีกทั้งคุณภาพชีวิตของชาวบ้านเลวร้ายลงเรื่อยๆ
กระทั่งพบว่า อัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของชาวเมืองระยองสูงกว่าคนในอำเภออื่น
ด้วยเหตุผลข้างต้น สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมควบคุมมลพิษ จึงเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้ประกาศพื้นที่เจ้าปัญหา
เป็น “เขตควบคุมมลพิษ” ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๓๕
แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการตอบสนองอย่างที่ควรจะเป็น
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งมีโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เป็นประธาน
เลือกที่จะยื้อเวลาต่อไปอีกหน่อย ด้วยมติที่ว่า…
หากจัดการปัญหามลพิษในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไม่ได้ภายใน ๑ ปี
จึงจะประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ
ซึ่งในฟากฝั่งของเหยื่อผู้ตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายมีความเห็นตรงกันว่า
เรื่องของสุขภาพและความป่วยไข้นั้นรอต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ
ล่าสุดเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
กระทรวงสาธารณสุขก็มีมติสั่งย้ายโรงพยาบาลมาบตาพุดออกจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดแล้ว
เพราะการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่กำจัดขยะพิษของบริษัทเจนโก้เพียงแค่ถนนสองเลนกั้นขวางคงไม่มีทางหายป่วยได้แน่ๆ
ขนาดบุคลากรทางการแพทย์เองยังออกปากว่า…
วันไหนที่ลมเปลี่ยนทิศ ทำให้พื้นที่กำจัดขยะพิษอยู่ต้นลม
คนท้ายลมก็แทบจะทำงานกันไม่ได้เลย
14 comments so far
Leave a reply

เราอยู่ระยองหนึ่งปี ได้รเยนรู้วิถีความเป็นอยู่ของคนแถบนั้น
ระยองที่ไม่ใช่ “มาบตาพุด” เป็นระยองที่น่าอยู่มาก และเราก็ชอบที่นั่น
แต่เราก็ไม่ค่อยชอบเข้าไปในนิคมฯ เหมือนกัน
มันทำให้หายใจเข้าไม่ค่อยเต็มปอดเท่าไหร่…
เราเคยไประยอง 2 วัน ไปสมัครงานแต่เขาไม่รับ..โชคดีเลยไม่ได้รับลมจากนิคมฯ
ทำไมไม่กำจัดต้นตอมลพิษ..เอาแต่ทนๆ กับมัน..เจ้ามลพิษนี่
เห็นใจนะครับที่บทความโดน นสพ. ก๊อฟไป
May I ask for my permission here,
may I place the link to your article.
Thanks in advanced.
rathwjj,
เรารู้ว่า คุณไม่ได้เอาบทความของเราไปหาประโยชน์เข้าตนเอง
อย่างที่คุณอมร อมรรัตนานนท์กระทำ
ฉะนั้น เอาลิงค์ไปแปะได้เลย ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
ยินดีและเต็มใจด้วยซ้ำไป
^^
Thanks again
จิงแล้วผมว่าดีนะ ที่มีคนยืมบทเขียน ของเราไปขยายต่อ
ทำเพื่อสิ่งแวดล้อม เหมือนทำคุณ ให้ลูกหลาน เพื่อที่ให้เค้าช่วยกันรักษาต่อไป
บทความอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครมาอ่าน มาก
แต่อยู่บางที่ คนก้ออ่านเยอะ
สนใจลองไปเวบผมบ้างก้อได้ แค่รวมข่าวคราวต่างๆ
บางอันก้อเขียนเอง เพื่อนเขียนบ้าง
“สนธิ” นำ “ยามเฝ้าแผ่นดิน” สัญจรระยอง ฟังปัญหามลพิษอุตสาหกรรม
โดย ผู้จัดการออนไลน์28 เมษายน 2550 15:07 น.
ผมว่าเป็นรายการที่มีวาระซ่อนเร้นมาก ลองไปดูผมวิจารณ์
วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุดอยู่ไหนเอ่ยคับช่วยบอกที
ถามว่า วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุดอยู่ไหนเอ่ยคับช่วยบอกที
ก้ต้องตอบว่า..ไม่ทราบคับ เพราะไม่รู้จักจริงๆ
[...] ข้อความแถบสีเหลือง เหมือนกับบทความที่เราเขียนลงบล็อกเมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2550 (วันที่ 8 พ.ค. 2550 เพิ่มเติมภาพบทความในบล็อก เพื่อให้เห็นความเหมือนแบบคำต่อคำชัดเจนมากขึ้น) หรือจะคลิกเข้าไปอ่านโดยตรงที่มาบตาพุด…ยิ่งกว่าสำลักมลพิษ (ตอน๑) [...]
ก่อนทำทำไมไม่ดูความเปนไปได้หละคะ
ดิฉันไม่ใช่คนจังหวัดระยองแต่มีความรู้สึกสงสารคนที่นั่นมาก
มันส่งผลกระทบต่อผู้คนทำให้เสียสุขภาพ
….ถ้าเป็นแบบนี้แล้วอนาคต
ประเทศไทยจะเปนอย่างไร
ในเมื่อจะทำโรงงานก็ควรทำให้การทำงานในโรงงานเปนไปอย่างมีประสิทธิภาพสิ
ถ้าทำแบบนี้แล้วปิดโรงงานเลยดีกว่า
คน….ทั้งนั้นนะที่ตายไป
++++++++รัฐบาลไทย…หลับอยู๋เหรอ…หรือว่าตายไปแล้ว!!!
มีข่าวดีออกมาแล้วนะคุณแมวน้อย
มีคำสั่งให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ประกาศเขตควบคุมมลพิษในพื้นที่อุตสาหกรรมมาบตาพุดแล้ว
เราเขียนถึงข่าวนี้นิดหน่อยใน “สุโข” สมชื่อสุโขทัย
เอ็น จี โอ จะมา วันที่ 9 กันยายน 2552 ที่ มาบตาพุด มา ปิดถนน จริงหรือ
mppjpp
ไม่รู้คร่า