โลกร้อน : ทุกสิ่งที่เราทำ เปลี่ยนแปลงโลกเสมอ
ที่เห็นอยู่ข้างบนคือปกของพ็อกเกตบุ๊กขนาดเหมาะมือ
ผลงานชิ้นล่าสุดของมูลนิธิโลกสีเขียว
(แต่เป็นผลงานการเขียนพ็อกเกตบุ๊กเล่มแรกของเรา ^_^)
ซึ่งมาพร้อมกับปกสีเขียวสดใสและภาพการ์ตูนลายเส้น
ภายในประกอบด้วยสาระข้อมูลและหลากหลายวิธีที่จะช่วยชะลอวิกฤติโลกร้อน
นำเสนอด้วยภาษาสนุกสนานและเข้าใจง่าย…แบบที่เด็กอ่านได้ ผู้ใหญ่อ่านดี
วิกฤติโลกร้อนสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
ใครคือตัวการสำคัญของเรื่องนี้
“รอยตีนฝากโลก” คืออะไร
ชีวิตประจำวันของพวกเราเกี่ยวข้องกับโลกร้อนจริงหรือ
แค่นิ้วมือ 3 นิ้วก็ช่วยโลกได้แล้ว???
เลือกกินอย่างไรให้โลกร้อนช้าลง
ยืดอายุเสื้อผ้าเพื่อคลายโลกร้อนงั้นเหรอ
ใครกันนะ “มือปราบภูเขาขยะ”
ถ้าหาคำตอบให้กับข้อสงสัยเหล่านี้ไม่ได้
ก็ไม่ควรพลาด “โลกร้อน : ทุกสิ่งที่เราทำ เปลี่ยนแปลงโลกเสมอ”
โดยมูลนิธิโลกสีเขียวใช้ฤกษ์ดีวันสิ่งแวดล้อมโลกปีนี้ (5 มิถุนายน 2550)
รณรงค์เรื่องโลกร้อนที่สยามสแควร์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป
กิจกรรมการรณรงค์ประกอบด้วย
การแจกใบปลิว 10 วิธีลดขนาดรอยตีนฝากโลก
และการขายหนังสือเล่มนี้ในราคาพิเศษสุดๆ
แปะราคาที่ปกไว้ 90 บาท แต่ขายเพียง 50 บาท
เฉพาะวันสิ่งแวดล้อมโลกวันเดียวที่ยอมลดกระหน่ำขนาดนี้
ใครสนใจแวะไปเจอกันได้ทั้ง 3 จุดในย่านสยามสแควร์
คือ… หน้าร้านมิลค์พลัส บริเวณโรงหนังลิโด้ และบริเวณโรงหนังสยาม
หากไม่สะดวกควัก 50 บาทในวัน-เวลาดังกล่าว
ก็ยังสามารถตามล่าหาซื้อหนังสือเล่มนี้ได้ที่…
มูลนิธิโลกสีเขียว หมายเลขโทรศัพท์ 0-2622-2250-2
และร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป เช่น ซีเอ็ด แพร่พิทยา B2S ศูนย์หนังสือจุฬา ฯลฯ
อ่านแล้วจะรู้ว่า…ทุกสิ่งที่คุณทำ เปลี่ยนแปลงโลกได้จริงๆ
ภาพบรรยากาศการรณรงค์ช่วงเย็นย่ำบริเวณทางขึ้น-ลงรถไฟฟ้า BTS
และปิดท้ายด้วยภาพหมู่…เป็นเช่นนี้ทู้กงาน
17 comments so far
Leave a reply






ยินดีด้วยกับพ็อกเกตบุ๊กเล่มแรกในชีวิตนะจ๊ะ
(.^_^)
ราคาจริง 90 บาท ลดกระหน่ำ 50 บาท
ทั้งจริงหรือลดนั้นนับว่าไม่แพงเลยครับสำหรับหนังสือที่เน้นเนื้อหาวิชาการเช่นนี้
ยินดีด้วยครับ อย่างน้อย ๆ หากใครจะละเมิดผลงานของคุณอีก คราวนี้มีหลักฐานเป็นรูปธรรมมากขึ้นแล้วละครับ
ด้วยมิตรภาพ
อยากอ่านมากกกกก
แต่มาซะไกลขนาดนี้แล้ววว ทำไงดีล่ะเนี่ย
แย่เลย
เหอะๆๆๆ เค้ามีหนังสือเล่มนี้อยู่ในมือด้วยล่ะ ขอบอก
มายินดีด้วย และ ชอบๆๆ หนังสือมาก เราอยากให้พ็อคเก้ตบุคใช้กระดาษแบบนี้ทำหนังสือนะ มันเบาดี แล้วก็ อ่านสบายตาดีด้วยอ่ะ ^^
แฮ่ม…. เราชอบ sleep หน้าจอ แหละ หุหุ
ดีใจที่มีคนอ่านแล้วชอบ ^_^
ปล. อย่าลืมช่วยกันลด “รอยตีนฝากโลก” ด้วยนะ
ซื้อมาอ่านแล้ว รูปแบบหนังสือสวยดีจัง น่าอ่านมาก ๆ ค่ะ
ซื้อมาอ่านแล้วค่ะ มีอาจารย์ที่ รร. ยืมไปอ่านแล้วฝากซื้อด้วยเล่มนึงค่ะ
แต่พออาจารย์สอนเคมียืมไปอ่านอ่าค่ะ อ.เค้าก้อมาบอกว่า
“ห้ามเรียกว่าคาร์บอนเฉยๆนะ” อาไรปามานนี้อ่าคะ
5555+++
หนูก้อไปอธิบายให้ อ. แกฟังแล้วคร่า
สวัสดีค่ะ..ชื่อออยนะคะ แวะเข้าเยี่ยมค่ะ
ชอบหนังสือเล่มนี้มากเลย
แต่จะบอกความจริงว่า…
ซื้อต่อจากเพื่อนมาล่ะ
ด้วยเหตุผลที่ว่า
“เห้ย..มึงไม่ต้องซื้อ อ่านเสร็จแล้วส่งต่อ..เด๋วโลกร้อน!!…”
จะโกรธมั้ยเนี่ย…เกิดยอดขายออกมาไม่ดีเนี่ย
เพราะทุกสิ่งที่เราทำอาจเปลี่ยนแปลงยอดขายได้เสมอ 55
ล้อเล่นนะคะ..
ตอนนี้ก็เอาเล่มนี้แบ่งปันเพื่อนๆอ่านกันอยู่ค่า…
หวัดดีน้องออย
กระทบยอดขายไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยก็ตรง concept นะ
หนึ่งเล่มอ่านกันหลายๆ คน ถือว่าเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า…จริงไหม
[...] มีบ่าวสาวคู่หนึ่งสั่งหนังสือเล่มเขียวของเรา [...]
[...] เรารู้จักน้องท้อปผ่านบล็อกแห่งนี้แหละ เขาเข้ามาฝากข้อความไว้เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วหลังจากที่ได้อ่านหนังสือเล่มเขียว โดยแนะนำตัวว่ากำลังเรียนอยู่ปีสุดท้ายและต้องทำวิทยานิพนธ์ 1 ชิ้น ด้วยเหตุที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ ท้อปก็เลยเลือก “โลกร้อน” มาเป็นโจทย์ของตัวเอง [...]
โอ้ สวัสดีค่ะ แวะมาเจอบล็อกเข้าโดยบังเอิญค่ะ พอดีเพื่อนส่งลิงค์คลิปโลกร้อนมาให้ดู หนังสือเล่มนี้เคยหยิบๆ มาพลิกไปพลิกมา ชั่งใจอยู่ว่าจะซื้อดีไหม ตอนนั้นคิดว่าซื้อมาคงยังไม่ได้อ่านอีกแน่ๆ ก็เลยไม่ได้ซื้อมา แต่ขอมาเป็นกำลังใจให้ค่ะ แนวทางเป็นประโยชน์ดีค่ะ ชอบและชื่นชม
หวัดดีจ้ะ wandee.goodday
ไม่ซื้อไม่เป็นไร ยืมเพื่อนอ่านก็ได้ สบายกระเป๋าสตางค์ ^_^
ขอบคุณสำหรับกำลังใจ
ขอบคุณที่ชอบและชื่นชม
อยากอ่านจังค่ะ
เดี๋ยวต้องไปหามาครอบครองบ้างแล้ว
อ่านแร้ว เจ๋ง มากเหอะ !
: O
ขอแสดงความเชยหน่อยค่ะ
เราอ่านเล่มนี้มานานแล้วล่ะ
แต่เพิ่งรู้ว่าเป็นหนังสือของคุณคิ้วหนา
คงพูดเหมือนที่ใครหลายคนพูดกันแหละนะ
ว่ามันเป็นหนังสือที่ดีและเราชอบมาก
เราเอาเล่มนี้ไปให้น้องอ่าน
ปกติน้องเราไม่ค่อยอ่านหนังสือ อ่านแต่การ์ตูน
แต่เพราะเล่มนี้รูปมันเยอะหน่อย น้องเลยยอมอ่าน
สรุปว่า น้องเราชอบมากกก
ถึงกับเอาไปเผยแพร่ต่อให้เพื่อนในห้องเรียน
เอาไปเขียนลงบรรณนิทัศน์แนะนำให้ห้องสมุดโรงเรียน
ยิ่งไปกว่านั้น
ตอนนี้น้องเรากลายเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยเรื่องการบริโภคทรัพยากรมากขึ้นด้วย
นี่ขนาดเราไม่ใช่คนเขียนยังปลื้มเลยนะเนี่ย
คุณคิ้วหนาเจ๋งมากเลย
ที่เขียนหนังสือให้เด็กกลุ่มหนึ่งหันมารักโลกเพิ่มขึ้น
:]
เป็นความคิดเห็นยาวเหยียดที่เราอ่านไปยิ้มไป
กว่าจะถึงบรรทัดสุดท้ายก็แก้มปริ..อิอิ
ไม่เคยคิดเลยว่า ตัวหนังสือของเราจะมีอิทธิพลกับเด็กหนึ่งคนได้มากเพียงนี้
ต้องขอบคุณ mangomoment ที่ช่วยเป็นสื่อกลางส่งต่อ “โลกร้อน” ให้น้องได้อ่าน
และขอบคุณสำหรับกำลังใจในตัวหนังสือที่ส่งผ่านมาทางนี้