ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิม VS ผ้าอ้อมสำเร็จรูป
ในยุคที่หญิงไทยยังนิยมนุ่งผ้าถุง
ไม่เพียงสาวน้อยสาวใหญ่เท่านั้นที่จะมีโอกาสสวมใส่มัน
ทารกแรกเกิดก็ถูกห่อหุ้มร่างกายด้วยผ้าถุงเช่นเดียวกัน
แต่เป็นผ้าถุงเก่าที่แปลงร่างเป็นผ้าอ้อมผืนสี่เหลี่ยม สำหรับรองรับการขับถ่ายที่ไม่เป็นเวล่ำเวลา
นับว่าเป็นการส่งต่อมรดกเสื้อผ้าที่คุ้มค่าและแจ่มแจ๋ว
เพราะผ้าถุงเนื้อฝ้ายซึ่งผ่านสังเวียนการสวมใส่และซักตากมาเป็นแรมปีนั้น
จะนุ่มสบายไม่ระคายผิวอันบอบบาง ซับน้ำดี และแห้งไว
ครบถ้วนคุณสมบัติของการเป็นผ้าอ้อมโดยแท้
กระทั่งผ้าถุงเสื่อมความนิยม ผ้าอ้อมที่ตัดเย็บจากผ้าถุงเก่าเนื้อฝ้ายก็พลอยสูญหายตามไปด้วย
บรรดาคุณแม่ลูกอ่อนยุคถัดมา จึงเลือกใช้ผ้าอ้อมที่ผลิตจากผ้าฝ้ายหรือผ้าสาลูเนื้อบางละเอียด
แต่ไม่ว่าจะใช้ผ้าอะไรเป็นวัตถุดิบต้นทาง
ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิมที่ต้องพับๆ ม้วนๆ ให้เป็นทรงคล้ายกางเกงนั้น ต่างก็มีข้อดีแบบเดียวกันคือ…
ซักทำความสะอาดเพื่อเวียนกลับมานุ่งซ้ำได้ไม่รู้จบ
โดนทิ้งเมื่อไหร่ก็ไม่อยู่ให้รกโลก เพราะใยผ้าจะย่อยสลายในเวลาประมาณ 6 เดือน
ด้วยจุดเด่นที่ดึงดูดใจคือ สะดวกใช้งาน ซื้อหาง่าย แถมยังไม่ต้องซักทำความสะอาด
ลูกขับปฏิกูลออกมาเต็มก้นเมื่อไหร่ก็ถอดทิ้งได้เลย
ทำให้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเข้ามาตีตลาดผ้าอ้อมแบบดั้งเดิมเสียกระจุย
ตั้งแต่เมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่แล้ว และยืนยาวมาจนถึงขณะนี้
ใช่ว่าจะดีไปเสียทั้งหมด ยังมีข้อเสียแอบแฝงที่พ่อแม่หลายคนมองข้ามไป นั่นคือ…
มันเป็นประดิษฐกรรมแห่งความสะดวกสบายที่แลกมาด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง
อายุการใช้งานที่หดสั้นเหลือเพียง 3-4 ชั่วโมง ทำให้เยื่อกระดาษและพลาสติกที่ประกอบร่างเป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปลงไปนอนอยู่ในถังขยะก่อนเวลาอันควร
แทนที่อึฉี่ของเด็กจะถูกชะล้างลงโถส้วมเหมือนการขับถ่ายของผู้ใหญ่
ผ้าอ้อมสำเร็จรูปกลับหมักหมมปฏิกูลเหล่านั้นไว้ภายใน
กลายเป็นขยะติดเชื้อที่ต้องได้รับการกำจัดด้วยวิธีการที่เหมาะสม
ไม่เช่นนั้นมันจะเป็นตัวการสะสมเชื้อโรคที่รอโอกาสแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อม
ว่ากันว่า เด็ก 1 คนที่สวมผ้าอ้อมสำเร็จรูปตั้งแต่แรกเกิดจนถึงสองขวบครึ่ง
จะทำให้เกิดขยะประมาณ 6,000 ชิ้น
กองสูงเป็นภูเขาผ้าอ้อมสำเร็จรูปเหม็นโฉ่ขนาด 2.5 ตัน
และต้องใช้เวลาราวๆ 500 ปี สำหรับกระบวนการย่อยสลาย
เราคิดว่า…ถ้ามันไม่ถูกโยนเข้าเตาขยะไปเสียก่อน
ผ้าอ้อมสำเร็จรูปรุ่นแรกๆ ก็น่าจะยังนอนอมอึอมฉี่อยู่ที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้
ในต่างประเทศเขารณรงค์ให้ใช้ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิมกันอยู่พอสมควร
ถึงขนาดมี Real Nappy Week เลยนะ

source : http://www.wen.org.uk/rnw/
หันกลับมามองบ้านเรา ยากเกินไปถ้าจะบอกให้พ่อแม่ยุคใหม่แห่มาใช้ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิม
เพราะมันไม่สะดวกเอาเสียเลย หากต้องหอบหิ้วเจ้าตัวน้อยออกไปธุระนอกบ้าน
แถมยังต้องอาศัยทักษะฝีมือในการนุ่งอยู่พอสมควร
แต่จะดีกว่าไหม หากช่วยกันลดการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป
อยู่บ้านทั้งวัน ไม่ออกไปไหน ก็เลือกใช้ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิม
ได้ประโยชน์ 2 ต่อเลยนะ ทั้งประหยัดรายจ่ายของคุณและรายจ่ายของโลก
…ไม่เชื่อก็ลองดู…
ปล. แม่บอกว่า ก้นขาวๆ ของเราไม่เคยมีโอกาสสัมผัสผ้าอ้อมสำเร็จรูปสักครั้งเดียว
เพราะตอนที่เราเด็กๆ เมืองไทยยังไม่มีผ้าอ้อมสำเร็จรูปวางขาย
ก็เลยรู้สึกโชคดีที่โตขึ้นมาได้โดยไม่มีส่วนร่วมในการสร้างภูเขาขยะเหม็นโฉ่
13 comments so far
Leave a reply
หากเลือกทางแบบดั้งเดิมก็ดี-ต่อโลก
หากเลือกแบบปัจจุบันก็สะดวก แต่ไม่ดีต่อโลก
อาทิตย์ก่อน ดูรายการจุดเปลี่ยน เรื่อง ถุงพลาสติก
ไม่ขอให้ใครช่วยรักษ์โลก ขอยาก
ทำเองดีกว่า
ลด ละ เลิก
ขอบคุณครับ-เรื่องผ้าอ้อม (แพงน่าดู)
อันยอง!!
..
ผ้าอ้อม..แบบโบราณ..ใช้แล้ว..ก็ซักมาใช้ใหม่ได้..
ผ้าอ้อม.แบบใหม่..ใช้แล้วก็ทิ้ง..แต่สะดวกต่อการใช้งาน..
..
ก็รักโลกใบนี้นะคะ..แต่..ว่าถ้าใช้แบบผสมผสานกัน..ได้ป่ะ…
แบบว่าอยู่บ้าน..ก็ผ้าอ้อมแบบเก่า..ออกนอกบ้านก็ใช้แบบใหม่..
ครึ่งๆ…แบบนี้ดีป่าวค่ะ..!!
คุณไม่พูดถึงผ้าอนามัยแบบดั้งเดิมกันบ้างหล่ะครับ ใช้วัสดุแบบเดียวกันเลย
แต่ปริมาณการใช้มากกว่ากันมหาศาล ใช้กันตั้งแต่ 11-45 ปี
ผมว่าแนวคิดแบบคุณ rkain นั้นเป็นแนวคิดที่ดีมาก ๆ ไม่สุดโต่งและก็เป็น
ไปได้ครับ ผู้หญิงไม่ได้มีหน้าที่เลี้ยงลูกอยู่บ้านอย่างเดียวนะ
แต่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป เดี๋ยวนี้เขาใช้ได้เป็นวัน ๆ นะครับ นอกจากจะอึถึงจะจำเป็น
ต้องเปลี่ยนทันที
แต่จะดีกว่าไหม หากช่วยกัน “ลด” การใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูป
อยู่บ้านทั้งวัน ไม่ออกไปไหน ก็เลือกใช้ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิม
ได้ประโยชน์ 2 ต่อเลยนะ ทั้งประหยัดรายจ่ายของคุณและรายจ่ายของโลก
…ไม่เชื่อก็ลองดู…
ยังไม่มีลูก เลยไม่แน่ใจว่า ความสะดวกกับความดีต่อโลกอันไหนจะชนะใจเรา ฮ่าฮ่า
แต่ที่รู้จากการอ่านคือ คำยืนยันว่าคุณคิ้วหนามีก้นขาวๆ นี่เอง
(เกี่ยวไหมนั่น)
ถึง cotton (ต่อจาก “ร้ายไม่ใช่เล่น…แค่เส้นขาวๆ บนท้องฟ้า”)
อันนี้ก็เหมือนกัน
เราไม่ได้บอกให้เลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปนะ
แค่ใช้ให้น้อยลง ใช้เท่าที่จำเป็น…ก็ช่วยโลกได้เยอะแล้ว
พาลนึกไปถึง ผ้าอนามัย เหมือนกัน … กับ คุณ tsvhh
: )
อยากให้คุณแม่รุ่นใหม่อ่านจัง จะได้มาช่วยกันทำให้โลกเขียวขึ้น กลับมาใช้ผ้าอ้อมผ้ากัน
ซักได้เดี๋ยวนี้ก็มีเครื่องซักผ้ากันเกื่อบทุกครัวเรือนแล้วไม่น่าจะลำบากในการซัก ใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปให้น้อยลง ขยะก็น้อยลงด้วย
ถ้ามีลูกจะใช้ผ้าอ้อมแบบคลาสสิกให้มากที่สุดครับ
มันจำเป็นเพราะให้คนอื่นเลี้ยงลูกให้ แบบสำเร็จรูปจึงจำเป็น มันมีเหตุผลในการที่เค้าจะสร้างสิ่งเหล่านี้มา เพราะสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไงจ๊ะ
ก็อยากจะให้คุณแม่ยุคใหม่หันมาใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปซักได้ค่ะ มันเป็นผ้าซักแล้วนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ใส่ง่าย ๆ เหมือนใส่กางเกงผ้าอ้อมสำเร็จรูป ประหยัดด้วยค่ะ ก็ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nenesdiaper.com ลองเข้าไปดูค่ะ เพราะมันเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้โลกใส
เห็นด้วยอย่างยิ่งต่ะ ตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องกางเกงผ้าอ้อมผ้าอยู่เหมือนกัน เพราะกำลังจะเป็นคุณแม่อยู่ในไม่กี่เดือนนี้ และไม่อยากใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่เป็นกระดาษปนพลาสติกหรือที่เราเรียกว่าแพมเพิร์สด้วย เพราะมันเป็นขยะที่ไม่ย่อยสลายง่ายๆ เลย เดี๋ยวนี้กางเกงผ้าอ้อมผ้าเมืองไทยมีหลายยี่ห้อแล้ว มีทั้งแบบกันน้ำ แบบธรรมดา มีซับใน ถ้าเทียบกับการต้องซื้อแพมเพิสแล้ว คุ้มค่ากว่าทั้งเรื่องเงินและเรื่องสิ่งแวดล้อมหลายเท่าตัวนัก และก็สะดวกไม่แพ้แพมเพิสค่ะ ใครสนใจลองเสิร์ชคำว่า “ผ้าอ้อมผ้าสำเร็จรูปซักได้” ดูนะคะ เพราะไม่อยากโฆษณาให้ยี่ห้อไหน
เรื่องผ้าอนามัยก็คิดเหมือนกัน แต่อันนี้ยากหน่อย เพราะเลือดให้ความรู้สึกคนละแบบกับอึหรือฉี่ มีพี่ที่รู้จักกันคนนึงเขาใช้ผ้าสำหรับซับเลือดของญี่ปุ่นโบราณค่ะ หน้าตาคล้ายๆผ้าพันแขนขาเวลาเราปวดเมื่อยน่ะ แต่เป็นแผ่นกว้างๆ พับทบกันแล้วใส่เหมือนผ้าอนามัย สำหรับวันที่ไม่ต้องไปไหน อยู่บ้านเฉยๆ เราว่าก็ดีไปอีกแบบนะคะ
ดีจังนะคะ จะมีซักกี่คนที่นึกถึงประเด็นเรื่องขยะจากแพมเพิสอย่างนี้บ้าง ดีใจค่ะที่มีคนเห็นความสำคัญเหมือนเรา
ยินดีกับว่าที่คุณแม่
เป็นคุณแม่ที่ทันสมัยมากๆ
สนใจผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากผ้าอ้อมสำเร็จรูปด้วย
เราเคยได้ยินเรื่องผ้าอนามัยแบบซักได้เหมือนกัน
แต่รู้สึกว่ามัน “ลำบากใจ” ในการใช้งานมากกว่าผ้าอ้อมซักได้อยู่ไม่น้อย
คิดว่าคงยากที่จะได้รับความนิยมใช้งาน เราเองยังไม่คิดจะใช้เลยอะ