ทัอถกใยฝ้ายปลอดสารเป็นผ้าอ้อมเกษตรอินทรีย์

มูลนิธิสายใยแผ่นดินและสหกรณ์กรีนเนท เอื้อเฟื้อภาพ
ภาพข้างบนคือผลผลิตฝ้ายที่พร้อมสำหรับการเก็บเกี่ยว
เห็นอย่างนี้ คงรู้สึกว่า “ก็เหมือนๆ กับฝ้ายในไร่ทั่วๆ ไปนั่นแหละ”
ทั้งที่ความจริงแล้วมันพิเศษกว่านั้นเยอะ
อย่างแรกเลย มันเป็นฝ้ายที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์
ซึ่งหมายความว่า ปฏิเสธการใช้สารเคมีอย่างสิ้นเชิง
ไม่เพียงยาฆ่าแมลง หรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
แต่รวมไปถึงปุ๋ยเคมีบำรุงดินด้วย
อย่างที่สอง มันเป็นไร่ที่ปลูกฝ้ายผสมผสานกับพืชอื่นๆ
เช่น พริก มะเขือ ข้าวโพด ฯลฯ
อันเป็นผลดีต่อความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศบริเวณนั้น
ทั้งสองประการข้างต้น ทำให้ไร่ฝ้ายแห่งนี้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริงๆ
อยากรู้ไหมว่ามันอยู่ที่ไหน ใครเป็นคนปลูก
แล้วทำไมต้องเป็นการปลูกฝ้ายแบบเกษตรอินทรีย์
คำตอบมีอยู่แล้วในบรรทัดถัดไป
เกษตรกรบ้านกกบก (อ่านว่า กก-กะ-บก) อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
โบกมืออำลาการทำไร่ฝ้ายไปนานหลายปี
หลังจากที่โดนพิษสารเคมีการเกษตรเล่นงานสุขภาพและร่างกาย
(หมายเหตุ – ฝ้ายเป็นพืชที่ต้องใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเยอะมาก
เทียบกับพืชไร่ประเภทอื่นๆ ก็น่าจะติดโผ 1 ใน 3 อันดับแรกเลยทีเดียว
จึงไม่น่าแปลกใจ ที่มันจะเป็นหนึ่งเหตุผลสำหรับการคิดค้น “ฝ้ายจีเอ็มโอ” หรือ “ฝ้ายบีที”
โดยอ้างว่า ตัดต่อพันธุกรรมให้ป้องกันหนอนเจาะสมอฝ้าย
ซึ่งจะช่วยลดการใช้สารเคมีในการกำจัดวายร้ายทำลายผลผลิตฝ้ายได้)
กระทั่งได้รับคำชี้แนะและการสนับสนุนจาก
1. มูลนิธิเลยเพื่อการอนุรักษ์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
และ 2. โครงการพัฒนาชุมชนเพื่อการอนุรักษ์ป่าภูหลวง ขององค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF)
เกษตรกรกว่า 40 ครอบครัว จึงชุบชีวิตไร่ฝ้ายขึ้นมาอีกครั้งในปี 2544
คราวนี้พวกเขาจะไม่พลาดเดินซ้ำรอยเดิม ให้สิ่งแวดล้อมและสุขภาพร่างกายโดนทำร้ายอีกแล้ว
เพราะตัดสินใจเดินเข้าสู่วิถีทางของระบบเกษตรอินทรีย์อย่างเต็มตัว
ด้วยเหตุผลที่ว่า “เส้นใยจากฝ้ายอินทรีย์บริสุทธิ์และปราศจากสารเคมี ซึ่งดีต่อผิวบอบบางของทารก”
สมยศ สุภาพรเหมินทร์ ที่ปรึกษาโครงการผ้าทอเพื่อสิ่งแวดล้อมของมูลนิธิสายใยแผ่นดิน จึงจุดประกายแนวคิดเรื่องการผลิตผ้าอ้อมฝ้ายเกษตรอินทรีย์สำหรับเด็ก และก่อร่างขึ้นเป็น “โครงการผ้าอ้อมรักษ์สิ่งแวดล้อม” ในปี 2548

นี่คือเส้นใยฝ้ายปลอดสารเคมีจากบ้านกกบก
จากที่เคยทำหน้าที่แค่ผลิตเส้นใยฝ้ายป้อนให้กลุ่มทอผ้าย้อมสีธรรมชาติในจังหวัดร้อยเอ็ดและสกลนครนำไปแปรรูป
โครงการนี้ช่วยเพิ่มศักยภาพของกลุ่มเกษตรกรบ้านกกบก
ทำให้พวกเขาก้าวขึ้นไปสู่ขั้นตอนของการถักทอเส้นใยเป็นผืนผ้าอ้อมฝ้ายอินทรีย์
8 เดือนแรกของการเริ่มต้นหมดไปกับการทดลองทอผ้า ทดลองใช้ผ้าอ้อม และการสอบถามความพึงพอใจหลังใช้งาน
เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ก่อนจะนำมาวางขาย
ซึ่งประไพ ใจมั่น เจ้าหน้าที่ส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้า มูลนิธิสายใยแผ่นดินและสหกรณ์กรีนเนท ยอมรับว่า
การทดลองวางขายผ้าอ้อมฝ้ายอินทรีย์ในช่วงแรกๆ ไม่เป็นที่น่าพอใจนัก
กระทั่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปีที่แล้ว จึงได้รับความสนใจมากขึ้น

โฉมหน้าของผ้าอ้อมฝ้ายเกษตรอินทรีย์ Made in Thailand
นอกจากผ้าอ้อมผืนมาตรฐาน ขนาด 27 นิ้ว คูณ 27 นิ้วแล้ว
เส้นใยฝ้ายปลอดสารยังถูกแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอีกมากมาย
อาทิ หมวก ผ้ากันเปื้อน เสื้อ ผ้าห่อขวดนม
ดังที่จัดเรียงอยู่ในตะกร้าหวายใบนี้

หากสนใจผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ปลอดสารเคมีและดีต่อสิ่งแวดล้อม
ติดต่อสอบถามหรือสั่งซื้อโดยตรงได้ที่…
มูลนิธิสายใยแผ่นดินและสหกรณ์กรีนเนท หมายเลขโทรศัพท์ 0-2277-9380-1
และนี่คือโอกาสดีสำหรับทารกในยุคโลกร้อน
ที่จะได้นุ่งผ้าอ้อมเกษตรอินทรีย์ฝีมือคนไทย
หนูจะได้ภูมิใจว่า…
พ่อแม่ของหนูมีส่วนสนับสนุนเกษตรกรไทย
ไปพร้อมๆ กับการรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยนะ
15 comments so far
Leave a reply
เข้ามาอ่านเพราะ “ฝ้าย” ^^
ผ้าอ้อมที่ว่ามาน่าสนใจ แต่ว่าไม่มีโอกาสได้ใช้น่ะสิคะ จริงๆ เขาน่าจะลองทำส่งออกดูนะ ถ้าโปรโมทว่าเกี่ยวกับเรื่องรักษาสิ่งแวดล้อม อาจเป็นที่สนใจของคนต่างชาติที่เขาตื่นตัวเรื่องนี้ แต่เขาจะเคยชินกับการใชผ้าอ้อมแบบนี้ไหม ส่วนในไทยมีขายที่อื่นนอกเหนือจากแหล่งที่ว่ามาหรือเปล่าคะ
แหม ก็ “cotton = ฝ้าย” นี่เนอะ
เท่าที่เราได้คุยกับเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิสายใยแผ่นดินฯ
เขาบอกว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย
คนไทยไม่ค่อยซื้อเพราะราคามันแพงกว่าผ้าอ้อมธรรมดาเยอะ
แถมยังไม่สะดวกในการใช้งานเหมือนผ้าอ้อมสำเร็จรูป
คือเมืองไทยไม่ค่อยโปรโมทเรื่องการใช้ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิมกันเท่าไหร่
ตรงข้ามกับในต่างประเทศ เช่น อังกฤษ อเมริกา
เขามีสัปดาห์รณรงค์การใช้ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิม ที่เรียกว่า “Real Nappy Week
” เลยนะ
สรุปง่ายๆ …แค่ผ้าอ้อมดั้งเดิมก็โดนเมินแล้ว
นับประสาอะไรกับผ้าอ้อมดั้งเดิมแบบที่ผลิตจากระบบเกษตรอินทรีย์
ความสนใจของคนไทยส่วนใหญ่เดินไปไม่ถึงผ้าอ้อมผืนนี้หรอก
แต่จะให้ถึงขนาดส่งออก ก็รู้สึกจะยาก
เพราะการผลิตลักษณะนี้ไม่ได้เน้นปริมาณ
แค่จำนวนวัตถุดิบที่ได้จากไร่ฝ้ายอินทรีย์ก็น้อยกว่าไร่ฝ้ายที่อัดยาฆ่าแมลง+ปุ๋ยเคมีแล้วอะ
…เหมือนหนทางจะตีบตันเนอะ…
ปริมาณน้อย ยิ่งเป็นการเพิ่มมูลค่าได้เหมือนกันนะ
ปริมาณจำกัด ไร้สารเคมี ทอมือ คุณสมบัติสามข้อนี้ก็กินขาดแล้ว
เค้าเรียกเมล็ดฝ้าย หรือดอกฝ้าย..ปุยฝ้าย??
ดูนุ่มๆดีนะ…
แล้ว..มันมีผลิตภัณฑ์อื่นๆนอกจากผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก..อีกไหม..สนใจสนใจ..
รัก..ดอกฝ้ายบาน..อิอิ
..
เหมือน..เพลงอะไร..ของใครนะ..???
สวัสดีครับ
มาแจ้งข่าวว่า ย้าย url ใหม่แล้ว
แต่ยังใช้ชื่อเดิมแค่เติม s ที่ voice
เผอิญว่า บล็อกเก่า เข้าไม่ได้แล้ว
เป็นความซื่อบื้อของผมเอง
เลยต้องเปลี่ยนชื่อใหม่
แวะมาบอก เผื่อแก้ลิงค์ครับ
ขอบคุณครับ
ตอบ “walkonthesideway”
ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก็น่าจะมีนะ
ลองสอบถามไปที่มูลนิธิสายใยแผ่นดินฯ ตามหมายเลขโทรศัพท์ข้างบนได้เลยจ้ะ
และสำหรับ “เสียงนกเสียงกา”
รับทราบค้าบป๋ม จะอัพเดท url ใหม่ ณ บัดเดี๋ยวนี้ ^_^
อยากทราบกระบวนการผลิตผ้าอ้อม/ขั้นตอน อาจารย์ให้หาแต่หาไม่เจอช่วยรบกวนด้วยครับ
เห็นแล้วคิดถงยามเมื่อได้ไปแอ่วเมืองเลยเมื่อสักสิบกว่าปีที่แล้ว
ก็อยากให้คนในท้องถิ่นลุกขึ้นมาสร้างทางเลือกเหล่านี้เอง และสร้างเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกให้มากๆ ไว้ เพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และความเข้มแข็งของสังคมในที่สุดครับ
ดีจังครับ อ่านข่าวที่เยอรมันดีกว่านี้อีก นอกจากใช้เสื้อผ้าเด็กทำจากฝ้ายออร์แกนนิกแล้ว เค้าคิดไกลไปว่าเด็กๆโตเร็วมากและเสื้อผ้าก็จะกลายเป็นขยะ ถ้าไม่ได้ยกให้่น้องหรือคนอื่นใช้ต่อ เค้าเลยเปิดบริษัทให้เช่้าเสื้อผ้าเด็กอ่อนตามวัยซะเลย จะได้ใช้ทรัพยากรที่เราดูดมาจากโลกให้คุ้มค่ากว่าใช้คนเดียวทิ้ง เมืองไทยน่าจะเอาอย่างมั่งเนอะ ชุดแต่งงานก็๋เหมือนกัีน ไม่เห็นต้องคิดมากเลย
ความทรงจำดีๆมันไม่ได้อยู่ที่ชุดซะหน่อย จริงมะ
ถ้าต้องการซื้อเป็นผืนผ้ามีขาย หรือเปล่าคะคือต้องการนำมาเย็บเองคะ
ถึงคุณ liu
ลองโทรไปสอบถามตามหมายเลขโทรศัพท์ด้านบนนะคะ
บ้านนาอุดม อำเภอภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ มีการปลูกฝ้ายปลอดสารเคมี จำนวนหนึ่ง ต้องการหาแหล่งจำหน่ายเส้นด้าย เพื่อจำหน่ายให้แก่สมาชิกกลุ่มทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ
คุณทองม้วน ค่ะ
คุณขายเส้นฝ้ายราคาเท่าไหร่ ยังไงค่ะ เกรดไหน มีปริมาณมากน้อยแค่ไหนค่ะที่จะขาย ขอเบอร์โทรติดต่อได้ไหมค่ะ