ถุง 3 ใบ จะเลือกใช้อันไหนดี
ใบแรกทำมาจาก “กระดาษ”
กว่าจะได้กระดาษ 1 ตัน ต้องโค่นต้นไม้ใหญ่ 17 ต้น
ในการผลิตถุงกระดาษแต่ละใบ เกิดมลพิษทางอากาศ 2.6 กิโลกรัม
แต่เมื่อถูกทิ้ง…มันย่อยสลายภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
ใบที่สองคือถุงพลาสติก
กว่าจะได้ถุงก๊อบแก๊บ 1 ตัน ต้องใช้น้ำมันดิบ 11 บาร์เรล ก็เกือบๆ 1,750 ลิตร
การได้มาซึ่งถุงพลาสติก 1 ใบ อาจจะพ่นพิษน้อยกว่าถุงกระดาษถึง 80 เปอร์เซ็นต์
ทว่า มันต้องใช้เวลาประมาณ 5-1,000 ปี กว่าจะย่อยสลาย
ใบสุดท้ายเป็นถุงผ้า
ซึ่งไม่ว่าจะเป็นผ้าฝ้าย ไนล่อน หรือใยกัญชา
ล้วนใช้ทรัพยากร ใช้พลังงาน และปล่อยมลพิษในระหว่างการผลิตเหมือนกัน
แต่ที่พิเศษกว่าถุง 2 ใบแรกคือ…
มันทนทานและใช้ซ้ำได้เรื่อยๆ
จึงดูเป็นมิตรกับโลกมากกว่าถุงใบไหนๆ
.
ประเด็นสำคัญอยู่ที่…
เมื่อมีไว้ในครอบครองแล้วต้องหยิบออกมาใช้ให้คุ้นมือ
อย่าปล่อยให้มันนอนหลับอยู่ในลิ้นชักหรือซอกตู้
จะออกไปซื้อกับข้าว ซื้อผลไม้ หรืออะไรก็แล้วแต่ พกถุงผ้าไปด้วย
ช่วยลดการใช้ถุงกระดาษและถุงพลาสติกใบใหม่ได้อีกเพียบ
ท่องไว้ ท่องไว้ B.Y.O.B. (Bring Your Own Bag)
อ้อ…ถุงกระดาษและถุงพลาสติกที่สะสมไว้จนล้นบ้าน
สามารถหยิบมาใช้ซ้ำได้จนกว่าจะหมดอายุขัย
มันไม่ได้เขียนแปะไว้สักหน่อยว่าต้องใช้ครั้งเดียวทิ้ง
ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ตัวเลขเปลี่ยนโลก”
นิตยสารโลกสีเขียว ฉบับที่ 95 พฤศจิกายน-ธันวาคม 2550
9 comments so far
Leave a reply
ตอนนี้ ประโยคติดปากของผมคือ
“ไม่ต้องใส่ถุงครับ”
: )
ปล. กรุณาคิดชั้นเดียว
ใช่ ไปซื้อของที่ซุปเปอร์ฯที่นี่ จะเคืองใจตลอดตอนยืนดูเค้าเอาของใส่ถุง
ซื้อของประมาณสิบชิ้น ใส่ถุงพลาสติกไม่ต่ำกว่า 6-7 ใบ …เห็นแล้วเหนื่อย
พอถึงคิวเรา แล้วบอกว่า ไม่เอาถุง แคชเชียร์เงยหน้าขึ้นมามอง
ประหนึ่งว่า อ่ะ นังนี่ นอกจากจะหน้าตาแปลก แล้วยังพฤติกรรมยังแปลกแยกอีก
มีร้านเดียวที่บอกว่าไม่เอาถุง แล้วขอบคุณเราอย่างดี ยิ้มแย้ม
แถมพูดว่า ขอบคุณที่ช่วยเราประหยัดถุง และทรัพยากรโลก (อย่างนี้เลย)
คือ ร้าน movie stop น่ามอบโล่ห์ให้ร้านและพนักงาน (สุดหล่อ)
ปล. คุณ khun_art เราเคยพูดประโยคนี้ตอนซื้อของในเซเว่น
“ไม่ใส่ถุงค่ะ”
พนักงานคิดตั้งมองหน้ายิ้มๆ แล้วตอบว่า “อืม..เหรอครับ”
แทบโดนถีบ…555
ทั้ง khun_aut และ kampooh
เคยเจอพ่อค้าแม่ค้าประเภทที่ตื้อจะใส่ถุงพลาสติกให้เราบ้างมั้ย
เราเคยนะ บอกไม่เอา ไม่เอา
พี่แกก็ตื้อจะใส่ถุงพลาสติกให้เราให้ได้
(ส่วนใหญ่เป็นแม่ค้าที่ขายอาหาร)
เข้าใจว่าเขามีเจตนาดีกับลูกค้า
กลัวถุงผ้าจะเปื้อนน้ำจิ้ม คราบแกง หรือน้ำมันที่เลอะอยู่รอบๆ ถุงที่ใส่อาหาร
เราขี้เกียจเถียงก็เลยตามใจแม่ค้า
ได้แต่นึกในใจว่า…
“พี่จ๋า ถุงผ้ามันมีไว้ใช้ เปื้อนได้ก็ซักได้ ไม่ต้องกลัวเปื้อน (แทนเรา) หรอกน่า”
เดี๋ยวนี้เราก็จะบอกว่าไม่ต้องใส่ถุงให้ได้มากครั้งที่สุดจะมากได้
แล้วเน้นเอาถุงผ้าใส่กระเป๋าหรือไม่ก็หิ้วกระเป๋าใบใหญ่ๆ เอาไว้ใส่ของที่ซื้อๆมา เพื่อลดการใส่ใช้ถุงพลาสติก
เยี่ยมมาก cotton แฟ้มบุคคลขอปรบมือให้…อิอิ
ใช่ ๆ ส่วนใหญ่เราก็บอก “ไม่ต้องใส่ถุงค่ะ” ^ ^
เยี่ยม เยี่ยม
ช่วยกันคนละหน่อย รวมๆ กันแล้วก็เปลี่ยนแปลงได้เยอะทีเดียว
ผมว่านอกจากหิ้วถุงผ้าแล้ว ยังอยากให้คนหิ้วปิ่นโต กับกระบอกน้ำไปด้วยน่าจะดี
เวลาซื้ออาหารสำเร็จกลับไปกินที่บ้าน จะได้ลดขยะถุงขยะแก้วพลาสติกทั้งหลายไปได้อีกเยอะ
หรือเน้นใช้ภาชะนบรรจุที่เป็นแก้วมากขึ้น และสามารถคืนภาชนะบรรจุเพื่อได้ส่วนลดในการซื้อสินค้าน่าจะดี
เอาภาชนะบรรจุไปทำความสะอาดแล้ว reuse ใช้พลังงานและก่อมลพิษน้อยกว่า recycle หรือกลายเป็นขยะเยอะเลยย
ช่วยกันลดโลกร้อนหน่อย