ชีวิตที่นับหนึ่งในเดือนเก้า
ในที่สุดเราก็ปลดตัวเองออกจากงานประจำ กลายเป็นคนไม่มีสังกัดอีกต่อไป
เพื่อนที่ทำงานแบบเป็นนายตัวเองมานาน บอกกับเราว่า
“ยินดีต้อนรับสู่สมาคมฟรีแลนซ์แห่งประเทศไทย”
ย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม
เราตัดสินใจคำตอบสุดท้ายให้ตัวเองโดยยังมองไม่ค่อยเห็นว่า
เส้นทางข้างหน้าจะปูพรมดอกไม้หลากสีหรือขรุขระเต็มไปด้วยฝุ่นของถนนลูกรัง
แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่รู้สึกสบายใจกับทางเลือกที่ปราศจากความมั่นคง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เศรษฐกิจไทยหมดแรงข้าวต้ม
อาจเป็นเพราะเราได้ยินเสียงกระซิบเกี่ยวกับการผจญภัยที่รออยู่…ก็เป็นได้
รัฐบาลสมัครต้อนรับเดือนเก้าด้วยการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพฯ
ส่วนเราควรจะต้อนรับชีวิตการทำงานอยู่กับบ้านด้วยการจัดข้าวของที่ขนกลับมาจาก (อดีต) ออฟฟิศให้เข้าที่เข้าทาง เพื่อให้บรรยากาศแถวนี้เอื้อต่อการคิดการเขียนงานอย่างขยันขันแข็งมากกว่าที่เป็นอยู่สักหน่อย
แต่…ยังอะ ตอนนี้ยังไม่อยากรื้อของออกมาจากกล่องกระดาษ
เราก็เลยเลือกที่จะประเดิมชีวิตฟรีแลนซ์ด้วยการปลูกต้นไม้
มิได้ปลูกเพื่อหวังผลในการลดโลกร้อน
อย่างที่หลายๆ องค์กรชอบใช้เป็นกิจกรรมโปรโมทภาพลักษณ์
แต่เป็นการปลูกเพื่อให้กำลังใจตัวเอง และเพื่อย้ำเตือนถึงการนับหนึ่งของสีเขียวๆ ที่จะงอกงาม
หลังจากรื้อค้นอยู่สักพัก เราก็หยิบชุดปลูกต้นไม้ 2 ชุดออกมาปัดฝุ่น
เก็บไว้นานหลายเดือน หวังว่าชีวิตน้อยๆ จะยังไม่ฝ่อไปเสียก่อนนะ
แล้วก็หอบหิ้วข้าวของออกไปนั่งริมแปลงผักชั่วคราวของพ่อ
โดยมีหมาจุดมาเดินป้วนเปี้ยนทำจมูกฟุดฟิดอยู่ใกล้ๆ
รู้ทันที…เจ้าตัวแสบไม่ได้มาให้กำลังใจ แต่มามองหาของกิน
เราเริ่มต้นด้วยชุดปลูกต้นไม้ของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

หากรวด 4-5 ก้อนมารองก้นกระถางพลาสติก
ใส่ดินผสมขุยใยกาบมะพร้าวลงไปประมาณ 1 ใน 3 ของความสูงกระถาง
วางหัวว่านสี่ทิศอย่างเบามือและตั้งใจ
โรยดินผสมขุยใยกาบมะพร้าวลงไปอีกครั้งจนเต็มกระถาง
รดน้ำพอชุ่ม เป็นอันเสร็จพิธี

ตามทฤษฎี…หัวของว่านสี่ทิศในอ้อมกอดของวัสดุปลูกที่มีความชุ่มชื้นจะงอกภายใน 1 สัปดาห์
ก็ต้องมาลุ้นว่า ว่านสี่ทิศของเราจะเป็นอย่างไร

กระถางที่สองเป็นเป็นกระถางดินเผาไม่มีรู มาพร้อมกับชุดปลูกข้าวของโครงการเกษตรอินทรีย์สนามบินสุโขทัย
ซึ่งสำหรับวันนี้เราทำได้เพียงแค่เตรียมพื้นที่สำหรับปลูกข้าว…ใช่แล้ว เราจะปลูกข้าวในกระถาง
ขั้นตอนแรกคือเทวัสดุปลูกลงไปในกระถาง เกลี่ยให้เรียบ แล้วใส่น้ำให้ท่วม

เห็นชัดเจนว่า ไอ้ที่นอนแช่น้ำอยู่ในกระถางคือดินที่มีส่วนผสมของดินเหนียว
จากที่เกาะตัวเป็นเม็ดแห้งๆ น้ำทำให้มันละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
ลองเอานิ้วจิ้ม นิ่มและหยุ่น น่าจะเป็นลักษณะเดียวกับดินในนาข้าว
นึกอยากลองเดินย่ำทำนาขึ้นมาฉับพลัน น่าจะเพลินตีนดี
สงสัยต้องไขว่คว้าหาโอกาสไปลองดำนาบ้างแล้ว
คงจะเยี่ยมมากๆ ถ้าครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสสัมผัสเสี้ยวส่วนอาชีพของบรรพบุรุษไทย
และได้รู้ซึ้งว่า กระดูกสันหลังของชาติเขามีการงานอันหนักหน่วงอย่างไร
ส่วนเมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ที่บรรจุอยู่ในถุงผ้าดิบใบเล็กๆ นั้น ไม่สามารถนำไปปลูกได้ทันที
ต้องแช่น้ำสะอาด ทิ้งไว้ประมาณ 8-10 ชั่วโมง
รอกระทั่งข้าวเริ่มงอกจึงจะมีโอกาสสัมผัสพื้นดิน

เราใช้เวลาเพียงไม่นานในการปลูกว่านสี่ทิศและเตรียมดินสำหรับปลูกข้าวอินทรีย์
แต่ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เราได้อยู่กับตัวเองจริงๆ นิ่งและเงียบ จดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
เหมือนกับเราตั้งใจปลูก พร้อมกับส่งกำลังใจให้มันงอกขึ้นมาเป็นต้นได้สำเร็จ
อธิบายไม่ถูก…มันรู้สึกดีจริงๆ นะ เหมือนอะดรีนาลีนพลุ่งพล่าน
มานั่งนึกดูว่า เราปลูกต้นไม้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
คำตอบคือจำไม่ได้แล้ว มันคงผ่านมานานมาก
อืม…เราควรจะปลูกต้นไม้บ้าง เพื่อผ่อนใจตัวเอง
ใช่แล้ว จากนี้ไปเราจะปลูกต้นไม้ให้บ่อยขึ้น
เอาเป็นว่า เราจะปลูกต้นไม้อย่างน้อย 1 ต้นในสัปดาห์แรกของทุกเดือน…สัญญา
เอกสารแผ่นเล็กๆ ที่มาพร้อมกับชุดปลูกต้นไม้ของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เขียนไว้ว่า..
หากปลูกว่านสี่ทิศไว้ในบ้าน ผู้อาศัยจะปลอดภัยจากอันตราย ไม่ว่าจะเดินทางไปในทิศทางใด
เอ๊ะ…มันจะรวมความถึงการเลือกเดินบนเส้นทางฟรีแลนซ์ด้วยหรือเปล่าวะ
18 comments so far
Leave a reply
อิจฉาคนที่ไม่ต้องรีบตื่นนอนไปทำงานจริงๆ
Congratulations !!
กลิ่นผจญภัยคงเย้ายวนใจจริงๆ
โชคดีครับ
: )
อ้วนพี
ไม่ต้องรีบตื่นนอน แต่ก็ไม่ได้นอนตื่นสายนะเฟ้ย
ขุนอรรถ
ขอบใจเด้อค่า
มายืนยันว่า ดินอิ่มฝนเดือนนี้ไม่ว่าดินนาหรือดินสวน ล้วนให้ความรู้สึก ‘เพลินตีน’ เหมือนกันครับ
ว่าแต่เดี๋ยวนี้เขามีชุดสำเร็จรูปขนาดนี้แล้วเหรอ?
ดูท่าจะไม่คุ้นมือ แต่ก็น่าลอง
ถึง golb
จะไปพิสูจน์ที่ไหนดีว่า..ดินสวนก็ให้ความรู้สึกเพลินตีนไม่แพ้ดินนา
ได้จัดการชีวิตด้วยตัวเองเต็มๆ แล้วซินะ
ขอให้สนุกสนาน และมีความสุขในทางที่เลือกนะจ๊ะ
เห็นปลูกต้นไม้เล็กๆ แล้วก็นึกอยากมีสีเขียวเล็กในห้องบ้างจัง
สงสัยต้องไปหามาเล่นบ้างซะแล้ว
ปลูกต้นไม้ สนุกตรงที่ ลุ้นว่าจะขึ้นหรือไม่ขึ้นเนี่ยแหละครับ
ถ้าขึ้นแล้วก็มีความรู้สึกสึกชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก
ปล. ผมก็เพิ่งมือใหม่ปลูกต้นไม้ครับ
ยินดีต้อนรับสู่โลกของฟรีแลนซ์เช่นกันนน 55
เร็วๆ นี้ คงได้ทำกิจกรรมร่วมกันอีก
ยังไม่ได้ปลูกต้นไม้เรย
แต่จะพยายามขุนตัวเองนะ
Fighting Fighting!!
ถึง kampooh
ขอบคุณสำหรับ 2 บรรทัดแรก
และเชียร์ให้ลงมือทำใน 2 บรรทัดหลัง..ปลูกเลย ปลูกเลย อย่ารีรอ
ถึง joezine
ยินดีต้อนรับผู้เยี่ยมชมหน้าใหม่
อารมณ์เดียวกันเลย
ปลูกแล้วต้องคอยลุ้นว่ามันจะงอกไหม
พองอกแล้วก็ต้องลุ้นต่อว่ามันจะโตไหม
เพิ่งผ่านไป 3-4 วัน ว่านสี่ทิศของเราดูจะไปได้สวย
ส่วนข้าวอินทรีย์..ยังต้องลุ้น
ปล. ทุกวันนี้ตื่นเช้ามา เรารดน้ำต้นไม้ก่อนล้างหน้าแปรงฟันอีกนะ…เห่อจริงๆ
ถึง NOno NOng คนนี้นามจอใหม่ แต่สงสัยว่าหน้าเก่า..อิอิ
ปลูกต้นไม้ได้แล้วฮ่าาาาาา
พยายามเข้านะฮ้าาาาาา
เริ่มต้นที่หนึ่งได้แล้วต้นต่อๆ ไปก็จะตามมาเองแหละฮ่ะ
ปล. บรรทัดสุดท้ายนี่ ถึงเราไม่เขียน NOno NOng ก็รู้อยู่แล้วแหละ
คิ้วหนาที่รัก
แล้วจะรู้ว่าชีวิตฟรีแลนซ์สุดแสนจะตื่นเต้น และสบ้ายสบาย อยากนอนก็ได้นอน อยากไปไหนก็ได้ไป
มันจะนำไปสู่ความแปลกใหม่ หลุดพ้นจากความจำเจ
ท้องแห้งนิดหน่อย กินน้อยใช้น้อยช่วยแก้ปัญหาได้จ้ะ
ว่างๆ แวะมาปลูกต้นไม้ที่บ้านเราดิ
ถึงพี่ชาครียา
กล้าชวนก็กล้าไปนะ
นอกจากปลูกต้นไม้แล้ว
ขอค้าง 1 คืนพร้อมอาหารอีก 3 มื้อด้วยนะพี่..อิอิ
ชีวิตนับหนึ่งทุกวันคือชีวิตที่สมบูรณ์
ยินดีด้วยน๊าพี่นุ่น อิอิ
ไว้เรียนจบแล้วจะมาเข้าร่วมสมาคมด้วย
:O)
ถึงหนูนภา
ขอบใจ ขอบใจที่มายินดี
เดี๋ยวพี่จะจองตั๋วไว้ให้ 1 ที่
สำหรับสมาชิกในอนาคตของสมาคมฟรีแลนซ์ฯ อิอิ
[...] ความคืบหน้าของชีวิตใหม่ Posted กันยายน 8, 2008 Filed under: คิดคนเดียว : my thoughts | ความเดิมตอนที่แล้ว [...]
Welcome to the world without tomorrow.
You fight with yourself on today, everyday.
For me; doing freelance about 8 years.
Everyday is the learning; hope you feel the same too.
ถึง rathwjj
thanks.
[...] Posted กันยายน 18, 2008 Filed under: คิดคนเดียว : my thoughts | ความเดิมตอนแรก [...]
[...] นับสองในเดือนสิบ Posted ตุลาคม 12, 2008 Filed under: คิดคนเดียว : my thoughts | จากความตั้งใจส่วนตัวที่จะปลูกต้นไม้ให้บ่อยขึ้น กระทั่งกลายเป็นข้อสัญญาว่าจะปลูกต้นไม้อย่างน้อย 1 … [...]