<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>My Freezer...Since Dec 2006</title>
	<atom:link href="http://myfreezer.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://myfreezer.wordpress.com</link>
	<description>ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต</description>
	<lastBuildDate>Sun, 29 Jan 2012 05:35:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='myfreezer.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>My Freezer...Since Dec 2006</title>
		<link>http://myfreezer.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://myfreezer.wordpress.com/osd.xml" title="My Freezer...Since Dec 2006" />
	<atom:link rel='hub' href='http://myfreezer.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>วัยรุ่น ว้าวุ่น โลกร้อน</title>
		<link>http://myfreezer.wordpress.com/2012/01/08/ross-harrisson/</link>
		<comments>http://myfreezer.wordpress.com/2012/01/08/ross-harrisson/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Jan 2012 11:30:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>คิ้วหนา</dc:creator>
				<category><![CDATA[คนสีเขียว : green people]]></category>
		<category><![CDATA[รอส แฮร์ริสสัน]]></category>
		<category><![CDATA[Beyond the Brink]]></category>
		<category><![CDATA[Ross Harrisson]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://myfreezer.wordpress.com/?p=2849</guid>
		<description><![CDATA[[ที่มาภาพ breakingtheice.org.uk] 1. จะว่าไป&#8230;ความว้าวุ่นก็คล้ายก้อนกรวดเล็กๆ ในรองเท้า ถ้าปล่อยให้ไหลกลิ้งวิ่งเล่นอยู่อย่างนั้น มันมักรบกวนหัวใจไม่รู้จบ หลายคนจึงเลือกลงมือกำจัดก้อนกรวดของตัวเอง (ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม) มากกว่าจะยินยอมผูกมิตรกับความรำคาญ รอส แฮร์ริสสัน (Ross Harrisson) หนุ่มวัยทีนชาวอังกฤษเป็นอีกคนที่ตัดสินใจเช่นนี้ เขาไม่มั่นใจนัก ก้อนกรวดชื่อ “โลกร้อน” เข้ามาอยู่ในรองเท้าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่แน่ๆ มันสร้างความปั่นป่วนและหงุดหงิดใจมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเขยิบถึงขีดสุดในปี 2009 รอสรับรู้ชัดเจนถึงภาวะท่วมท้นไหลบ่าของข้อมูลโลกร้อนมากกว่าปีที่ผ่านๆ มา เนื่องด้วยสื่อทุกแขนงพร้อมใจกันปลุกกระแสความสนใจก่อนถึงการประชุมประเทศภาคีสมาชิก อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 15 (หรือ COP 15) ซึ่งจัดขึ้นช่วงปลายปีที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก และเขาเองก็เบื่อหน่ายเหลือเกินกับการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายโต้เถียงกันในเรื่องเดิมๆ ของคนกลุ่มเดิมๆ ในฤดูร้อนของปีเดียวกันนั้น หนุ่มน้อยที่อายุยังไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ พยายามจะสืบค้นคำตอบให้ตัวเองในสองประเด็นคือ มนุษย์เป็นต้นเหตุของโลกร้อนหรือไม่ และเรื่องพรรค์นี้ “ช่างหัวมัน” ได้หรือเปล่า จึงลุกขึ้นวางแผนสัมภาษณ์ผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ ผู้เกี่ยวข้อง ผู้สัมผัสความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิต ไปจนถึงคนเดินถนนธรรมดาๆ ควบคู่กับการติดตามข่าวสารจากสื่อต่างๆ แถมท้ายด้วยการควานหาแหล่งทุนสนับสนุน โดยกำหนดหมุดหมายปลายทางเป็นหนังสั้นหนึ่งเรื่อง แม้จะเป็นความโหดหินเมื่อเขาต้องชั่งน้ำหนักข้อมูลเพื่อตัดทอน หรือคัดเลือกประเด็นที่จะจัดวางลงไปในเนื้อเรื่อง แต่เมื่อผ่านไปเกือบ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=myfreezer.wordpress.com&amp;blog=621822&amp;post=2849&amp;subd=myfreezer&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://myfreezer.wordpress.com/2012/01/08/ross-harrisson/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b05afc01f634f5af2c911bcb2fa132c8?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">คิ้วหนา</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://myfreezer.files.wordpress.com/2012/01/ross02.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ross02</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://myfreezer.files.wordpress.com/2012/01/ross01.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">ross01</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สังคมอุดมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า</title>
		<link>http://myfreezer.wordpress.com/2012/01/05/electro-pollution/</link>
		<comments>http://myfreezer.wordpress.com/2012/01/05/electro-pollution/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 05 Jan 2012 09:29:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>คิ้วหนา</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร IMAGE]]></category>
		<category><![CDATA[คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[Electro-Pollution]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://myfreezer.wordpress.com/?p=2846</guid>
		<description><![CDATA[เทคโนโลยีทันสมัยช่วยให้ชีวิตยุคใหม่ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น เร็วขึ้น เรามีไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ การเชื่อมต่อไร้สาย และอื่นๆ ให้ใช้งานกันทุกทั่วหัวระแหง แต่เนื่องจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้แผ่รัศมีพลังงานออกมาโดยรอบ เราจึงตกอยู่ในวงล้อมของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่นับวันจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งได้รับการจัดให้เป็นมลพิษประเภทหนึ่งที่เรียกว่า “Electro-Pollution” สภาวะไร้รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัสของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่ได้หมายความว่า มันปลอดภัยไร้กังวล ตรงกันข้ามในระยะหลังมีนักวิทยาศาสตร์ออกมาเตือนถึงอันตรายและความเสี่ยง ที่อาจจะส่งผลกระทบทางสุขภาพจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ร่างกายของสิ่งมีชีวิต มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ เซลล์แต่ละเซลล์จะพยายามปกป้องตนเองด้วยการแผ่พลังงานชีวภาพออกมามากขึ้น ส่งผลให้เรารู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรืออ่อนเพลีย เมื่อผ่านไปนานวัน การสัมผัสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าบ่อยครั้งขึ้น ยิ่งทำให้ร่างกายของบางคนแสดงอาการผิดปกติไวขึ้น เช่น นอนไม่หลับ อารมณ์แปรปรวน เครียดกังวล ทั้งนี้ หากสัมผัสคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่อเนื่องในระยะยาว จะเพิ่มความเสี่ยงเจ็บป่วยด้วยเบาหวาน มะเร็ง และอัลไซเมอร์อีกด้วย ในสังคมอุดมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าดังเช่นทุกวันนี้ เราไม่สามารถหลบเลี่ยงการสัมผัสมันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ลดละได้ด้วยวิธีการง่ายๆ เช่น ปิดสวิตซ์และถอดปลั๊กเครื่องไฟฟ้าเมื่อเลิกใช้ ปิดพักเราท์เตอร์บ้างก็ได้ ไม่จำเป็นต้องสแตนด์บายให้พร้อมเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตทั้งวันทั้งคืน ใช้โทรศัพท์มือถือให้น้อยลงหรือส่งข้อความแทนการพูดคุย เป็นต้น คำเตือนข้อสุดท้ายที่อยากฝากไว้&#8230;เด็กมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ใหญ่ ยิ่งอายุน้อยเท่าไหร่ ยิ่งเสี่ยงอันตรายมากเท่านั้น โปรดจำให้ขึ้นใจ ตีพิมพ์ครั้งแรกใน “NEIGHBOURS [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=myfreezer.wordpress.com&amp;blog=621822&amp;post=2846&amp;subd=myfreezer&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://myfreezer.wordpress.com/2012/01/05/electro-pollution/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b05afc01f634f5af2c911bcb2fa132c8?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">คิ้วหนา</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ของดีในขี้แพนด้า</title>
		<link>http://myfreezer.wordpress.com/2012/01/02/panda-fece/</link>
		<comments>http://myfreezer.wordpress.com/2012/01/02/panda-fece/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Jan 2012 15:56:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>คิ้วหนา</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร IMAGE]]></category>
		<category><![CDATA[จุลินทรีย์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลสด]]></category>
		<category><![CDATA[เอทานอล]]></category>
		<category><![CDATA[แพนด้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://myfreezer.wordpress.com/?p=2839</guid>
		<description><![CDATA[“ของดี” ดังกล่าวถูกค้นพบโดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัฐมิสซิสซิปปี หลังจากพวกเขาเพียรเก็บตัวอย่างมูลสดของแพนด้ายักษ์ จากสวนสัตว์เมมฟิสไปวิเคราะห์ต่อเนื่องนานเกินปี กระทั่งประสบความสำเร็จในการจำแนกชนิดของจุลินทรีย์ประมาณ 3-4 กลุ่ม ที่สามารถสลายลิกโนเซลลูโลส (lignocellulose) หรือเส้นใยพืชชนิดย่อยยาก ซึ่งเป็นส่วนประกอบของซังข้าวโพด กากอ้อย และเศษไม้ จึงเป็นที่คาดหวังกันว่า มันจะกำจัดอุปสรรคในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างเอทานอลได้อยู่หมัด และเติมอนาคตสดใสให้พลังงานทดแทน สิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วเหล่านี้อาศัยอยู่ในระบบย่อยอาหารของไจแอนท์แพนด้า ทำหน้าที่ย่อยและเปลี่ยนเส้นใยพืชชนิดย่อยยากให้เป็นน้ำตาลเชิงเดี่ยว พวกมันมีเคล็ดลับเด็ดอยู่ที่การผลิตเอมไซน์พิเศษช่วยเร่งปฏิกิริยาทางเคมีให้เกิดขึ้นรวดเร็ว เอมไซน์พิเศษเนี่ยแหละ คือกองหนุนชั้นดีที่จะเข้ามาช่วยให้การย่อยลิกโนเซลลูโลส ในกระบวนการผลิตเอทานอลดำเนินไปอย่างสะดวกราบรื่น โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนเพิ่มความร้อน เพิ่มความดัน และเพิ่มความเป็นกรด เหมือนที่ปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน แถมยังช่วยประหยัดทั้งเวลา พลังงาน และค่าใช้จ่ายได้อีกโข ผลการค้นพบดังกล่าวเป็นเพียงการเริ่มต้น นับจากนี้ทีมวิจัยต้องเร่งเดินหน้าเฟ้นหาจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพการย่อยลิกโนเซลลูโลสสูงสุด เพื่อเป็นฐานคำตอบให้นักวิจัยท่านอื่นๆ ใช้วิชาตัดต่อพันธุกรรม ดึงเอายีนส่วนที่ผลิตเอนไซม์ไปใส่ในยีสต์ แล้วเลี้ยงยีสต์ในเชิงพาณิชย์เพื่อป้อนอุตสาหกรรมผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอีกที บทเรียนการค้นพบครั้งนี้ ไม่เพียงยืนยันความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพในแง่มุมที่ว่า มนุษย์ยังต้องพึ่งพาพืชและสัตว์ชนิดพันธุ์ต่างๆ บนโลกใบนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตจนสูญพันธุ์จึงอาจหมายถึงการสูญเสียโอกาสที่ใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ด้วย แต่ยังน่าจะสร้างแรงกระเพื่อมถึงการอนุรักษ์แพนด้ายักษ์ ที่หลงเหลืออยู่ในสภาพธรรมชาติไม่เกิน 2,500 ตัว และในแหล่งอนุรักษ์นอกถิ่นที่อยู่ เช่น สวนสัตว์ ศูนย์วิจัย อีกประมาณ 200 ตัว ให้ยืนหยัดสายพันธุ์อยู่บนโลกได้นานขึ้น ขนาดแพนด้ายักษ์ตัวอ้วนกลมที่วันๆ เอาแต่นั่งกินนอนกินใบไผ่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=myfreezer.wordpress.com&amp;blog=621822&amp;post=2839&amp;subd=myfreezer&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://myfreezer.wordpress.com/2012/01/02/panda-fece/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b05afc01f634f5af2c911bcb2fa132c8?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">คิ้วหนา</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>เมฆสีแดงปั้นนักรบแสงอาทิตย์</title>
		<link>http://myfreezer.wordpress.com/2011/12/23/henry-red-cloud/</link>
		<comments>http://myfreezer.wordpress.com/2011/12/23/henry-red-cloud/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 22 Dec 2011 18:07:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>คิ้วหนา</dc:creator>
				<category><![CDATA[คนสีเขียว : green people]]></category>
		<category><![CDATA[ชนพื้นเมืองอเมริกันเผ่าลาโกตา]]></category>
		<category><![CDATA[นักรบแสงอาทิตย์]]></category>
		<category><![CDATA[พื้นที่สงวนไพน์ ริด์จ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์พลังงานทดแทนเรด คลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[เฮนรี เรด คลาวด์]]></category>
		<category><![CDATA[Henry Red Cloud]]></category>
		<category><![CDATA[Pine Ridge Indian Reservation]]></category>
		<category><![CDATA[Red Cloud Renewable Energy Center]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://myfreezer.wordpress.com/?p=2824</guid>
		<description><![CDATA[[ที่มาภาพ gfbvberlin.files.wordpress.com] 1. ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 การต่อสู้แย่งชิงดินแดนระหว่างคนขาวผู้อพยพมาใหม่ กับชนพื้นเมืองอเมริกันผู้ตั้งรกรากอยู่ดั้งเดิมเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งบนแผ่นดินสหรัฐอเมริกา หนึ่งในนั้นคือสงครามเรด คลาวด์ (Red Cloud&#8217;s War) อันโด่งดัง ระหว่างกองทหารสหรัฐฯ กับชนพื้นเมืองเผ่าลาโกตาภายใต้การนำของหัวหน้าเรด คลาวด์ (Chef Red Cloud) ซึ่งต่อสู้กันอย่างดุเดือดยืดเยื้อนานเกือบ 3 ปี จนในท้ายที่สุดรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องยอมเอ่ยปากขอเจรจาสงบศึกเมื่อปี 1868 ในวันที่หัวหน้าเรด คลาวด์ (Chef Red Cloud) ร่วมลงนาม “สนธิสัญญาฟอร์ต ลารามี่” (Fort Laramie Treaty) เพื่อตกลงแบ่งเขตพื้นที่การครอบครองและเข้าใช้ประโยชน์ที่ดิน ของคนขาวกับชนพื้นเมืองให้ชัดเจน ผู้นำชนพื้นเมืองอเมริกันที่เข้มแข็งท่านนี้ประกาศว่า “ภายในช่วงอายุของคน 7 รุ่นชนพื้นเมืองอเมริกันจะต้องมีความเป็นอยู่ทัดเทียมกับคนผิวขาว” &#8230;แต่เวลาที่หมุนผ่านไปนับร้อยปีก็มิได้นำพาความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกมาสู่ลูกหลานเผ่าลาโกตา ดังที่หัวหน้าเรด คลาวด์ เคยคาดการณ์ไว้ 2. เฮนรี เรด คลาวด์ (Henry Red Cloud) ชนพื้นเมืองอเมริกันเผ่าลาโกตา และเป็นเจนเนอเรชั่นที่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=myfreezer.wordpress.com&amp;blog=621822&amp;post=2824&amp;subd=myfreezer&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://myfreezer.wordpress.com/2011/12/23/henry-red-cloud/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b05afc01f634f5af2c911bcb2fa132c8?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">คิ้วหนา</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://myfreezer.files.wordpress.com/2011/12/henry-red-cloud-01.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">henry red cloud 01</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://myfreezer.files.wordpress.com/2011/12/henry-red-cloud-02.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">henry red cloud 02</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>รอยตีนในโปรตีน</title>
		<link>http://myfreezer.wordpress.com/2011/12/10/cheeses-footprint/</link>
		<comments>http://myfreezer.wordpress.com/2011/12/10/cheeses-footprint/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 10 Dec 2011 13:16:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>คิ้วหนา</dc:creator>
				<category><![CDATA[นิตยสาร IMAGE]]></category>
		<category><![CDATA[รอยตีนคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[รอยเท้าคาร์บอน]]></category>
		<category><![CDATA[โปรตีน]]></category>
		<category><![CDATA[Carbon Footprint]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://myfreezer.wordpress.com/?p=2719</guid>
		<description><![CDATA[[ที่มาภาพ fungifts.com.au/] รอยตีนที่ีว่าก็คือ “รอยตีนคาร์บอน” หรือ Carbon Footprint ซึ่งเป็นการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของกิจกรรมใดๆ โดยเทียบเคียงเป็นปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ สำหรับกรณีนี้ กลุ่มทำงานสิ่งแวดล้อม (Environmental Working Group) พุ่งความสนใจไปที่แหล่งโปรตีนยอดนิยมของผู้บริโภคชาวอเมริกัน โดยวิเคราะห์และคำนวณขนาดรอยตีนคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตของอาหารเหล่านั้น นับตั้งแต่การปลูกพืชเพื่อนำมาเลี้ยงสัตว์ การดูแลในระบบฟาร์ม การแปรรูป การขนส่ง การประกอบอาหาร จนกระทั่งการกำจัดหากเหลือทิ้งลงถังขยะ ผลปรากฏว่า&#8230;ด้วยน้ำหนัก 1 กิโลกรัมเท่าๆ กัน เนื้อแกะนำโด่งด้วยรอยตีนคาร์บอนขนาด 39.3 กิโลกรัมของปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ตามมาด้วยเนื้อวัว 27.1 กิโลกรัมของปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ไม่น่าแปลกใจเท่าใดนัก เพราะกลไกการย่อยอาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้องทั้งคู่ต่างก็ปล่อยมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีอิทธิฤทธิ์ก่อปัญหาโลกร้อนรุนแรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า ติดโผในอันดับสามคือชีสที่มาพร้อมรอยตีนคาร์บอน 13.5 กิโลกรัมของปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า แม้ไม่ใช่เนื้อสัตว์ แต่เนยแข็งที่แปรรูปจากนมวัว นมแกะ และนมแพะเหล่านี้ เกี่ยวพันกับการปล่อยมีเทนในระหว่างการเลี้ยงสัตว์เพื่อรอรีดนมไม่ต่างจากการขุนเพื่อรอชำแหละเนื้อ โดยรอยตีนคาร์บอนของเนยแข็งที่ไขมันเข้มข้น เช่น ครีมชีส เชดด้าชีส มาสคาโปน โคลบี้ จะใหญ่กว่าเนยแข็งตระกูลไขมันต่ำ เช่น คอตเตจชีส ริคอตต้า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=myfreezer.wordpress.com&amp;blog=621822&amp;post=2719&amp;subd=myfreezer&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>http://myfreezer.wordpress.com/2011/12/10/cheeses-footprint/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b05afc01f634f5af2c911bcb2fa132c8?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">คิ้วหนา</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://myfreezer.files.wordpress.com/2011/12/cheese02.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">cheese02</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
