My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ย่างก้าวที่ยั่งยืนของชาวแม่กำปอง

6 ความเห็น

๑.
คนกลุ่มแรกที่บุกเบิกเข้ามาในหมู่บ้านแม่กำปองเมื่อประมาณ ๒๐๐ ปีก่อน
พบว่าบริเวณนี้เหมาะสมกับการปลูกต้นเมี่ยง
–พืชตระกูลชาซึ่งเติบโตได้ดีบนภูเขาซึ่งดินมีสภาพเป็นกรดเล็กน้อยและอากาศแห้งสลับชื้น–
จึงลงหลักปักฐานทำสวนเมี่ยงกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

พวกเขาไม่ได้ตัดถางป่าจนเหี้ยนเตียนเพื่อปลูกเมี่ยงในลักษณะของสวนเกษตรเชิงเดี่ยว
แต่เลือกที่จะปลูกเมี่ยงใต้ร่มเงาของต้นไม้ในป่าธรรมชาติ
โดยปฏิเสธการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและสารกำจัดศัตรูพืช
นี่จึงเป็นระบบนิเวศเกษตรที่ผสมผสานกับผืนป่าและช่วยรักษาสมดุลธรรมชาติได้เป็นอย่างดี
มรดกแห่งการงานถูกส่งมอบจากรุ่นสู่รุ่น จวบจนปัจจุบันสวนเมี่ยงก็ยังเป็นแหล่งสร้างรายได้หลักให้แก่ชาวแม่กำปอง

เมื่อแดดแรกของยามเช้าสาดส่อง ชาวบ้านจะเดินทางไปยังสวนเมี่ยงของตน
และกลับมาถึงบ้านพร้อมใบเมี่ยงอ่อนเต็มกระบุงในช่วงเย็น
จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการนึ่งใบเมี่ยงบนเตาไฟ รอจนสุกจึงมัดใบเมี่ยงเป็นกำขนาดเท่าๆ กัน
เพื่อเรียงลงถังหมักในเช้าวันรุ่งขึ้น ทิ้งไว้ ๓-๔ เดือนค่อยนำออกขายเป็น “เมี่ยงส้ม” อันขึ้นชื่อของหมู่บ้าน

maekumpong-04.jpg

maekumpong-05.jpg

ก่อนที่ถนนสายคดเคี้ยวจะตัดผ่านมาถึงหมู่บ้านอย่างในวันนี้
ชาวแม่กำปองไม่เพียงลำบากในการสัญจรลงจากดอยสูง แต่พวกเขายังขาดแคลนไฟฟ้า
กิจกรรมนึ่งเมี่ยงยามค่ำคืนจึงต้องอาศัยแสงไฟวับแวมจากตะเกียง
เป็นเช่นนี้เรื่อยมาจนกระทั่งก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญได้เกิดขึ้น

๒.
หลังจากได้ข่าวว่าหลายชุมชนประสบความสำเร็จกับการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ
ผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการหมู่บ้านก็ให้ความสนใจถึงกับดั้นด้นไปดูตัวอย่างโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่อำเภอฝางและอำเภอดอยสะเก็ด
จากนั้นก็ประสานงานไปยังกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน
เมื่อเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาตรวจสภาพพื้นที่แจ้งผลว่า
หมู่บ้านแม่กำปองมีศักยภาพที่จะผลิตไฟฟ้าพลังน้ำใช้กันเองภายในชุมชน
ความฝันที่จะมีไฟฟ้าใช้ดังเช่นคนเมืองจึงขยับเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น

ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำโครงการแรกของหมู่บ้านแม่กำปองเริ่มต้นขึ้นด้วยข้อตกลงว่า รัฐเป็นผู้สนับสนุนเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าและสายส่ง
แต่ชาวบ้านจะต้องมีส่วนร่วมในการจัดหาหิน ทราย ไม้แบบ เสาไฟฟ้า
รวมทั้งลงมือลงแรงทำงาน ซึ่งทุกคนต่างก็ให้ความร่วมมืออย่างดีเยี่ยม
ไม่เว้นแม้แต่ช้างที่เป็นกำลังสำคัญของการปักเสาไฟฟ้าในพื้นที่ลาดชัน

ตลอด ๑ ปีเต็มที่ชาวบ้านทุกหลังคาเรือนหมุนเวียนกันมาลงมือลงแรง
ในที่สุดผลจากหยาดเหงื่อแห่งความสามัคคีครั้งยิ่งใหญ่ก็เดินทางมาถึง
๒๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ คือวันแรกที่หลอดไฟส่องสว่าง
ชาวแม่กำปองจัดงานฉลองไฟฟ้ากันทั้งหมู่บ้านด้วยความดีใจ
และแล้วกิจกรรมนึ่งเมี่ยงช่วงหัวค่ำก็กระทำได้โดยสะดวกขึ้น

ปี ๒๕๒๙ ชาวบ้านตัดสินใจจัดตั้ง “สหกรณ์ไฟฟ้าโครงการหลวงแม่กำปอง”
เพื่อให้เป็นตัวแทนในการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าพลังน้ำของชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ

สายน้ำจากน้ำตกแม่กำปองซึ่งอยู่ถัดขึ้นไปบนดอยยังเรื่อยรินสู่ลำธารที่ลัดเลาะทั่วหมู่บ้านเหมือนเช่นเคย เพียงแต่วันนี้การไหลของมันให้ผลพลอยได้เป็นกระแสไฟฟ้าที่จ่ายแจกแก่ชาวบ้านนับร้อยครัวเรือนในชุมชนแม่กำปองและหมู่บ้านข้างเคียง

maekumpong-06.jpg

๓.
กระทั่งโรงไฟฟ้าพลังน้ำเกิดขึ้นครบ ๓ โรง ผลิตกระแสไฟฟ้าได้รวมทั้งสิ้น ๘๐ กิโลวัตต์
ไฟฟ้าจากส่วนภูมิภาคจึงถูกส่งมาถึงชุมชนบนยอดดอย
หมู่บ้านข้างเคียงปันใจไปให้ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกันหมดแล้ว

และแม้ว่าหมู่บ้านแม่กำปองจะมีไฟฟ้าทั้ง ๒ ระบบให้เลือกใช้
ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ยังพึ่งพาไฟฟ้าพลังน้ำมากกว่าไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
เพราะราคาถูกกว่า อีกทั้งเม็ดเงินที่จ่ายเป็นค่าไฟฟ้าให้สหกรณ์ฯ ก็จะเวียนกลับมาสู่ผู้ใช้ไฟฟ้าทุกรายในรูปของเงินปันผล

ความสามัคคีไม่เพียงออกดอกผลเป็นไฟฟ้าพลังน้ำ
แต่ยังรวมถึงผืนป่าต้นน้ำรอบๆ หมู่บ้าน
ไม่มีชาวแม่กำปองคนใดไร้ซึ่งจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรต้นทุนของชุมชน
ทุกคนตระหนักดีกว่า แสงสว่างจากหลอดไฟ ความบันเทิงจากจอโทรทัศน์
เสียงเพลงจากวิทยุ และความสะดวกสบายจากการใช้เครื่องไฟฟ้านานาชนิด
ล้วนเป็นผลสืบเนื่องจากการดูแลผืนป่าด้วยความใส่ใจ
เมื่อป่าสมบูรณ์ ป่าก็มอบสายน้ำเป็นสิ่งตอบแทน
สายน้ำสายนั้นเองที่ทำให้หมู่บ้านแม่กำปองไม่ขาดแคลนไฟฟ้า

maekumpong-02.jpg

จากก้าวแรกในวันนั้น ผ่านระยะทางยาวไกลจนถึงก้าวต่อๆ มาในวันนี้
พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การลุกขึ้นยืนด้วยลำแข้งของตนเอง พึ่งพาศักยภาพที่ตนเองมีอยู่
ผนวกกับวิธีการใช้ประโยชน์ทรัพยากรในท้องถิ่นอย่างชาญฉลาด ไม่ตะกละตะกลามใช้จนวอดวาย
สร้างความยั่งยืนให้แก่ผืนป่า สวนเมี่ยง สายน้ำ และไฟฟ้าของชาวแม่กำปองได้อย่างไร
คงไม่เกินเลยไปนักหากจะบอกว่า “ชาวแม่กำปองและธรรมชาติมีลมหายใจเดียวกัน”

maekumpong-03.jpg

หมู่บ้านแม่กำปองมีที่พักแบบโฮมสเตย์ไว้รองรับนักท่องเที่ยว
เป็นโฮมสเตย์ที่ได้มาตรฐานโฮมสเตย์ไทย
และเคยคว้ารางวัลโฮมสเตย์ดีเด่นจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

สนใจสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวแม่กำปอง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือสำรองที่พักได้ที่สหกรณ์ไฟฟ้าโครงการหลวงแม่กำปอง
๐-๕๓๒๒-๙๕๒๖ หรือ ๐๘๙-๔๓๑-๐๙๙๓

maekumpong-01.jpg

ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร way ฉบับ ๐๔ เดือนมกราคม ๒๕๕๐

Advertisements

6 thoughts on “ย่างก้าวที่ยั่งยืนของชาวแม่กำปอง

  1. หวัดดีวันอังคาร Q เราเคยอยู่สันป่าตอง เชียงงใหม่ เราเคย (ลอง) เคี้ยวเมี่ยงกับเกลือ มันไม่อร่อยเอาเสียเลย และเราก็ไม่กินมันอีกเลย

    —–

    ขอบคุณที่มีเรื่องดีๆ มาให้อ่านจ้ะ

  2. อ่านแล้วนึกถึง หมู่บ้านสามขา จ.ลำปางที่เคยขึ้นไปทำวิทยานิพนธ์เลยค่ะ ชาวแม่กำปองโชคดีค่ะ ที่ไม่หลงไปกับความเจริญทางวัตถุที่เข้ามาพร้อมกับไฟฟ้า ที่โน่นชาวบ้านสามขาเป็นเหยื่อกับสิ่งเหล่านี้ไปค่ะ จนทำให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมายเลย โดยเฉพาะเรื่องหนี้สิน แต่ตอนนี้ความสามัคคีของคนในหมู่บ้านร่วมมือกัน แก้ไขปัญหาเหล่านี้ไปได้จนเกือบจะหมดแล้วค่ะ

  3. คิดถึงจัง….ไม่ได้มาเยี่ยมแม่กำปองมาเกือบ 20 ปีแล้วสิเนี่ย….เจ๋งจังมี home stay ด้วย

  4. แวะกลับไปสิคะ ไปทักทายให้หายคิดถึง ^_^

  5. คิดถึงคุณพ่อ คุณแม่ที่หมู่บ้านแม่กำปองนะค่ะ ถ้ามีโอกาศจะพากรุ๊ปทัวร์ไปเที่ยวค่ะ

  6. มิ้วคิดถึงแม่กำปองที่สุดดดดดดดดดดดด