My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

NIMBY…ตรงไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่หลังบ้านฉัน

nimby

N I M B และ Y ที่เรียงรวมกันเป็นคำว่า “NIMBY” (อ่านว่า นิม-บี้)
มาจากอักษร ๕ ตัวแรกของ Not in My Back Yard
แปลตรงๆ ได้ว่า ไม่ใช่ในสวนหลังบ้านของฉัน

แต่นัยที่ลึกกว่านั้นและเป็นความหมายที่ใช้กันโดยทั่วไป
คือการตีความถึงบุคคลหรือกลุ่มคนซึ่งไม่ต้องการให้สิ่งที่เป็นอันตราย
สิ่งที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นอันตราย หรือสิ่งไม่น่าพึงพอใจ
ย่างกรายเข้ามาอยู่ในชุมชนหรือละแวกบ้านเรือนที่ตนเองอาศัยอยู่

สิ่งที่ใครๆ ก็ไม่ต้องการนั้นมีหลากหลายประเภท
อาจจะเป็นโครงการเพื่อการพัฒนาประเทศของรัฐบาล หรือโครงการขนาดใหญ่ของเอกชน
ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วมีแนวโน้มจะส่งผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีและความสงบสุขของชุมชน
อาทิ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าถ่านหิน บ่อบำบัดน้ำเสีย นิคมอุตสาหกรรม
โรงงานอุตสาหกรรมที่พ่นพิษ โรงงานผลิตสารเคมีอันตรายหรือวัตถุไวไฟ
หลุมฝังกลบขยะ โรงแยกขยะ ฟาร์มหมู เรือนจำ ทางด่วน ฯลฯ
ถึงตอนนี้อาจจะต้องรวมฟาร์มไก่ระบบเปิดเข้าไปด้วย
เพราะเป็นยุคสมัยของไข้หวัดนก ระบาดขึ้นมาแต่ละที…น่ากลัวไม่ใช่เล่น

NIMBY ไม่ใช่คำศัพท์ใหม่ในวงการสิ่งแวดล้อม มันเกิดขึ้นมานานกว่า ๒๐ ปี
และถูกหยิบมาใช้ครั้งแรกใน The Christian Science Monitor หนังสือพิมพ์รายวันของสหรัฐอเมริกา ฉบับประจำวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๒๓
บทความชิ้นนั้นกล่าวถึงความตื่นตัวของประชาชนในวงกว้าง
เกี่ยวกับขยะอันตรายที่มีสารเคมีร้ายแรงเป็นส่วนประกอบ
จนหลุมฝังกลบขยะอันตรายซึ่งแม้จะมีระบบป้องกันการปนเปื้อนสู่สิ่งแวดล้อมอย่างดี
ก็ยังเป็นสิ่งน่ารังเกียจที่ไม่มีอเมริกันชนคนไหนอยากให้สร้างขึ้นใกล้ชุมชนของตน
นี่คือทัศนคติแบบ NIMBY โดยแท้

แต่สิ่งที่น่ารังเกียจบางอย่างที่ตนเองเป็นผู้ก่อ ก็ควรจะเป็นตนเองนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบ
อย่างกรณีขยะจากเชียงใหม่ที่ลักลอบขนไปทิ้งในจังหวัดลำพูน
ของเหม็นของตัวเองแท้ๆ กลับโยนไปให้คนอื่นแบกรับภาระ
แล้วอย่างนี้จะไม่ให้ชาวลำพูนตะโกนดังๆว่า “Not in my Back Yard”
พร้อมกับตั้งด่านตรวจเฝ้าระวังรถขนขยะจากเชียงใหม่ได้อย่างไร

หรือกรณีของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนพื้นที่อื่นๆ
แต่สร้างผลกระทบต่อชุมชนรอบๆ ที่ตั้งของโรงไฟฟ้า เช่นที่เกิดขึ้นใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
กระทั่งชาวบ้านต้องรวมตัวกันตั้งเป็นชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแก่งคอยออกมาโวยวาย
ซึ่งพวกเขาก็สมควรจะแสดงพฤติกรรม NIMBY
เพราะต้องผจญกับสภาพแวดล้อมที่ย่ำแย่ลง ขณะที่ผลประโยชน์ดันไปตกอยู่กับคนนอกพื้นที่

แต่กรณีที่น่าแปลกคือ หมู่บ้านจัดสรรละแวกใกล้เคียงสนามบินสุวรรณภูมิ
–ซึ่งแข่งกันโฆษณาตั้งแต่ช่วงที่สนามบินยังไม่เปิดให้บริการ–
ว่า…สะดวกสบายอยู่ใกล้สนามบิน ทั้งๆ ที่สนามบินถือเป็นแหล่งมลพิษทางเสียงขนาดใหญ่ที่จะรบกวนการใช้ชีวิตของผู้คนทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน

ไม่เข้าใจจริงๆ …ทำไมหลายคนถึงอยากซื้อบ้านที่มีสนามบินตั้งอยู่ในสวนหลังบ้านของตัวเอง…

ตีพิมพ์ในนิตยสารโลกสีเขียว ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๙๑ มีนาคม-เมษายน ๒๕๕๐

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด