My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

มาบตาพุด…ยิ่งกว่าสำลักมลพิษ (ตอน ๑)

19 ความเห็น

map-ta-phut.jpg

การนำก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยขึ้นมาใช้ประโยชน์เป็นครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๒๔
ไม่เพียงนำพาประเทศไทยเข้าสู่ “ความโชติช่วงชัชวาล” ตามคำกล่าวของท่านผู้นำ
แต่ยังหมายถึงการผลักดันพื้นที่ชายฝั่งทะเลของตำบลมาบตาพุด ในอำเภอเมือง จังหวัดระยอง
ขึ้นมารองรับอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากก๊าซธรรมชาติได้เป็นผลสำเร็จ
ตามนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก

จากจุดเริ่มต้นของเมืองชายทะเล
บรรดาอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลาสติก ปุ๋ยเคมี เหล็ก และน้ำมัน ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด
ทำให้มาบตาพุดกลายเป็นที่รู้จักของคนไทยในฐานะเขตอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่
ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศไทย
พร้อมๆ กับพ่นมลพิษที่ส่งผลกระทบอย่างแสนสาหัสต่อชุมชนโดยรอบ

ในปี ๒๕๔๐ ความรุนแรงของมลพิษมาบตาพุดปะทุขึ้นเป็นข่าวใหญ่
เมื่อครูและนักเรียนโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคารไม่สามารถทนต่อกลิ่นเหม็น
ที่ลอยมาจากนิคมอุตสาหกรรมได้
หลายคนล้มป่วยถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน
สุดท้ายโรงเรียนต้องเป็นฝ่ายย้ายออกจากพื้นที่เพื่อหนีมลพิษ

หลังจากนั้นความสนใจของสังคมที่มีต่อสภาพมลพิษในมาบตาพุด
และการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลก็จางหายไป
…ตามระยะห่างที่เพิ่มขึ้น ระหว่างโรงเรียนกับแหล่งกำเนิดมลพิษ…

๑๐ ปีผ่านไป นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดกลับมายึดพื้นที่ข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์อีกครั้ง
ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๐ ด้วยประเด็นเดิมคือ “มลพิษ” – – ทว่ารุนแรงหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
“มลพิษ” อันเป็นผลพวงจากยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีระยะที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๔๗-๒๕๖๑) ของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

วันนี้ศักยภาพการรองรับมลพิษทางอากาศใกล้ถึงขีดสุดเต็มที
น้ำทิ้งที่ปล่อยจากนิคมอุตสาหกรรมละแวกนั้นก็เกินค่ามาตรฐาน
อีกทั้งคุณภาพชีวิตของชาวบ้านเลวร้ายลงเรื่อยๆ
กระทั่งพบว่า อัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวของชาวเมืองระยองสูงกว่าคนในอำเภออื่น

ด้วยเหตุผลข้างต้น สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมควบคุมมลพิษ จึงเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้ประกาศพื้นที่เจ้าปัญหา
เป็น “เขตควบคุมมลพิษ” ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๓๕

แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการตอบสนองอย่างที่ควรจะเป็น
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งมีโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เป็นประธาน
เลือกที่จะยื้อเวลาต่อไปอีกหน่อย ด้วยมติที่ว่า…
หากจัดการปัญหามลพิษในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไม่ได้ภายใน ๑ ปี
จึงจะประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ
ซึ่งในฟากฝั่งของเหยื่อผู้ตกอยู่ในความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายมีความเห็นตรงกันว่า
เรื่องของสุขภาพและความป่วยไข้นั้นรอต่อไปไม่ได้แล้วจริงๆ

ล่าสุดเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
กระทรวงสาธารณสุขก็มีมติสั่งย้ายโรงพยาบาลมาบตาพุดออกจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดแล้ว
เพราะการนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับพื้นที่กำจัดขยะพิษของบริษัทเจนโก้เพียงแค่ถนนสองเลนกั้นขวางคงไม่มีทางหายป่วยได้แน่ๆ
ขนาดบุคลากรทางการแพทย์เองยังออกปากว่า…
วันไหนที่ลมเปลี่ยนทิศ ทำให้พื้นที่กำจัดขยะพิษอยู่ต้นลม
คนท้ายลมก็แทบจะทำงานกันไม่ได้เลย

Advertisements

19 thoughts on “มาบตาพุด…ยิ่งกว่าสำลักมลพิษ (ตอน ๑)

  1. เราอยู่ระยองหนึ่งปี ได้รเยนรู้วิถีความเป็นอยู่ของคนแถบนั้น
    ระยองที่ไม่ใช่ “มาบตาพุด” เป็นระยองที่น่าอยู่มาก และเราก็ชอบที่นั่น
    แต่เราก็ไม่ค่อยชอบเข้าไปในนิคมฯ เหมือนกัน
    มันทำให้หายใจเข้าไม่ค่อยเต็มปอดเท่าไหร่…

  2. เราเคยไประยอง 2 วัน ไปสมัครงานแต่เขาไม่รับ..โชคดีเลยไม่ได้รับลมจากนิคมฯ
    ทำไมไม่กำจัดต้นตอมลพิษ..เอาแต่ทนๆ กับมัน..เจ้ามลพิษนี่

  3. เห็นใจนะครับที่บทความโดน นสพ. ก๊อฟไป

  4. May I ask for my permission here,
    may I place the link to your article.

    Thanks in advanced.

  5. rathwjj,
    เรารู้ว่า คุณไม่ได้เอาบทความของเราไปหาประโยชน์เข้าตนเอง
    อย่างที่คุณอมร อมรรัตนานนท์กระทำ
    ฉะนั้น เอาลิงค์ไปแปะได้เลย ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
    ยินดีและเต็มใจด้วยซ้ำไป

  6. จิงแล้วผมว่าดีนะ ที่มีคนยืมบทเขียน ของเราไปขยายต่อ
    ทำเพื่อสิ่งแวดล้อม เหมือนทำคุณ ให้ลูกหลาน เพื่อที่ให้เค้าช่วยกันรักษาต่อไป
    บทความอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครมาอ่าน มาก
    แต่อยู่บางที่ คนก้ออ่านเยอะ

    สนใจลองไปเวบผมบ้างก้อได้ แค่รวมข่าวคราวต่างๆ
    บางอันก้อเขียนเอง เพื่อนเขียนบ้าง

    “สนธิ” นำ “ยามเฝ้าแผ่นดิน” สัญจรระยอง ฟังปัญหามลพิษอุตสาหกรรม
    โดย ผู้จัดการออนไลน์28 เมษายน 2550 15:07 น.
    ผมว่าเป็นรายการที่มีวาระซ่อนเร้นมาก ลองไปดูผมวิจารณ์

  7. วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุดอยู่ไหนเอ่ยคับช่วยบอกที

  8. ถามว่า วิทยาลัยเทคนิคมาบตาพุดอยู่ไหนเอ่ยคับช่วยบอกที
    ก้ต้องตอบว่า..ไม่ทราบคับ เพราะไม่รู้จักจริงๆ

  9. Pingback: เจ้าข้าเอ๊ย…ระวังคนหน้าด้านขโมยบล็อก « My Freezer…Since 19 Dec 2006

  10. ก่อนทำทำไมไม่ดูความเปนไปได้หละคะ
    ดิฉันไม่ใช่คนจังหวัดระยองแต่มีความรู้สึกสงสารคนที่นั่นมาก
    มันส่งผลกระทบต่อผู้คนทำให้เสียสุขภาพ
    ….ถ้าเป็นแบบนี้แล้วอนาคต
    ประเทศไทยจะเปนอย่างไร
    ในเมื่อจะทำโรงงานก็ควรทำให้การทำงานในโรงงานเปนไปอย่างมีประสิทธิภาพสิ
    ถ้าทำแบบนี้แล้วปิดโรงงานเลยดีกว่า
    คน….ทั้งนั้นนะที่ตายไป
    ++++++++รัฐบาลไทย…หลับอยู๋เหรอ…หรือว่าตายไปแล้ว!!!

  11. เอ็น จี โอ จะมา วันที่ 9 กันยายน 2552 ที่ มาบตาพุด มา ปิดถนน จริงหรือ

    mppjpp

  12. ผมเป็นคนมาบตาพุต ทำงานที่นิคมมาบตาพุต มา 10 ปีแล้ว คับ ผมอยากบอกประชาชนคนไทยทุกท่าน มอง มาบตาพุตใหม่ ข่าวที่ตีแผ่ออกไปมันดู รุนแรง น่ากลัวมาก คือว่า มลพิษ ที่กรุงเทพ มีมากกว่า มาบตาพุต หลายเท่านัก เข้าใจมั้ยครับ กรุงเทพ ที่ พวกคุณ ….และพวก อาศัยอยู่ นะ พวกนี้ มาล่ารายชื่อ คนระยองที่ไม่ใช่ คนมาบตาพุต แท้ๆ แล้วก็ยื่นฟ้องศาล แล้วก็ชนะ มันก็ต้องชนะ สิ ก็พวกนักกฏหมาย ที่อยากหา รายได้เสริม ใช้ข้อกฎหมาย ที่มีอยู่ มาตรา 67 วรรค 2 มาเล่นพวกนักลงทุน เพื่อหาผลประโยชน์ โดยการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาแล้วก็ จะได้ดูดเงินจาก อุตสาหกรรมที่สามารถทำเงืนได้มหาศาล
    คำว่า ” ชัยชนะของประชาชน ผมว่าเป็นชัยชนะ ของคุณ …และพวก มากกว่า ผมอยากจะบอกประชาชนทุกคนนะ ว่า ให้ทุกท่าน มาที่มาบตาพุต ผมขอท้าให้ทุกท่าน มาถามคนในพื้นที่จริงๆ มาพิสูจน์ ให้เห็นกับตาเลยคับ ว่าคนมาตาพุตเค้าต้องการอุตสาหกรรม เค้ามีรายได้จากการขายของ และ จาก การที่ลูกหลานได้ทำงาน ได้ทุนการศึกษา และอื่นๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การรักษาพยาบาล โอ้ย เยอะแยะที่ นิคมอุตสาหกรรมให้ และ ขอบอกไว้เลยว่า คนระยอง มีการเจ็บป่วย เป็นปกติ เหมือนจังหวัดอื่น ผมขอบอกแค่นี้ ถ้าท่านไม่เชื่อให้มาที่มาบตาพุต แล้วถามคนพื่นที่ดูได้เลยครับ

    • ตอบความเห็นข้างบน
      คุณน่าจะเป็นคนมาบตาพุดคนแรกที่เห็นดีเห็นงามกับการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรม
      เพราะเท่าที่เราเคยลงพื้นที่ เคยพูดคุยกับชาวบ้าน
      ไม่ยักมีใครภูมิใจกับเรื่องรายได้ การขายของ การมีงานทำ ทุนการศึกษาอะไรนั่นเลย
      มีแต่เสียงแห่งความทุกข์ที่ต้องเผชิญกับมลพิษที่ตัวเองไม่ได้ก่อ

      อ้อ…แล้วถ้าคุณเป็นคนในพื้นที่จริง ทำงานที่นั่นเป็นสิบปี
      ทำไมเขียน มาบตาพุ “ต” มันต้องสะกดด้วย “ด” มิใช่รึ ^__^

    • คุณทำงานมา10ปีแล้วผมขอแนะนำให้ไป เอ็กซ์-เรย์ ปอดหน่อย
      ว่ายังอยู่ดีหรือไร แต่ว่าถ้าปอดหายไปก็อย่าปอดแหกโวยวายออกมาล่ะ******เดียวนายคุณจะไม่จ่ายเงินค่าเขียนนับนุนนะจะบอกให้

  13. เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่สำคัญน่ะ ไม่ใช่คิดจะทำอารายก้อทำ ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และ มลพิษด้วย สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับ มาบตาพุด ได้ที่เว็บไซต์นี้เพิ่มเติมได้ http://www.thailandforum2010.com/forum/index.php?page=articles&op=readArticle&id=123&title=i%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-10%2Fi-b%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%94-%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%94%2Fb-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2-%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95-%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88

  14. จากการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่อย่างรวดเร็วทำให้ประสบปัญหาการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม และชีวอนามัย ส่งผลกระทบด้านคุณภาพและมลพิษในอากาศ ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ การขาดแคลนทรัพยากรน้ำ สารปนเปื้อนในน้ำ ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ส่งผลให้เกิดการเรียกร้องจากประชาชนให้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ตลอดทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนทำให้ประชาชน องค์กรเอกชนเคลื่อนไหวให้รัฐบาลพิจารณาประกาศให้พื้นที่มาบตาพุดเป็นเขตควบคุมมลพิษ มีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง และต่อมาศาลปกครองได้มีคำสั่งบรรเทาทุกข์โดยให้ระงับ ๗๖ โครงการเป็นการชั่วคราวตามมติคณะรัฐมนตรี….

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s