My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

โลกร้อน VS ผู้ก่อการร้าย

4 ความเห็น

stephenhawking.jpg
source : http://www.stephen-hawking.com/

“Terror only kills hundreds or thousands of people,
global warming could kill millions.
We should have a war on global warming
rather than the war on terror”

Stephen W. Hawking,
the renowned cosmologist and mathematician, 2007

.

“การก่อการร้ายฆ่าคนนับร้อยนับพัน
แต่วิกฤตโลกร้อนจะคร่าชีวิตนับล้าน
เราจึงควรทำสงครามกับโลกร้อน
มากกว่าจะมัวไปสู้รบกับพวกผู้ก่อการร้าย”

สตีเฟน ฮอว์คิง,
นักจักรวาลวิทยาและนักฟิสิกส์, 2550

ปล. ที่เขาว่ามามันก็มีส่วนถูก แต่ในความรู้สึกของเรา
สามจังหวัดชายแดนใต้ก็โหดร้ายกับผู้บริสุทธิ์ไม่แพ้วิกฤตโลกร้อนเลยนะ

Advertisements

4 thoughts on “โลกร้อน VS ผู้ก่อการร้าย

  1. ฉันก็รู้สึกอย่างที่คุณว่า แต่ฉันลงสัยอย่างนึงค่ะ
    ว่าถ้าโลกเย็นลงเมื่อไหร่ ใจคนจะเย็นตามหรือเปล่า
    อุณหภูมิน่าจะมีส่วนต่อจิตใต้สำนึกและความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์อย่างเรานะคะ
    หรือคุณว่างัย?

    ปล.ฉันเคยบอกตัวเองว่าทุกๆความเจ็บปวดมันเป็นบททดสอบจากใครก็ตามข้างบนนั่น
    ถ้าเราผ่านไปได้หนึ่งบท เราก็จะได้คะแนนเป็นความเข้มแข็ง
    แต่ฉันค้นพบเมื่อไม่นานมานี้เองค่ะ ว่าแม้เราจะได้คะแนนความแข็งแกร่งมากมายแค่ไหน
    ร่องรอยที่ถูกทิ้งไว้ ก็จะยังคงอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง

  2. สตีเฟ่นโปรโมทให้พวกเราไปตั้งถิ่นฐานนอกโลก สงสัยเขาคงคิดว่าโลกนี้สายเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว

    “It is important for the human race to spread out into space for the survival of the species,” Hawking said. “Life on Earth is at the ever-increasing risk of being wiped out by a disaster, such as sudden global warming, nuclear war, a genetically engineered virus or other dangers we have not yet thought of.” Stephen Hawking

  3. ตามความคิดของผมนะ ไม่ว่าจะทำสงครามกับปัญหาใดๆก็ตาม ต้นเหตุของมันก็เกิดจากคนเราทั้งนั้น ดูแต่ละอย่างสิ ปัญหาโลกร้อนก็เกิดจากน้ำมือมนุษย์ ปัญหาก่อการร้ายสหรัฐก็เป็นต้นเหตุ ปัญหานิวเคลียร์คนเราก็ผลิตเอง จะเกิดสงครามก็เพราะคนเราขัดแย้งกันเองอีก ไอ้ไวรัสหรือเชื้อโรคต่างๆที่อาจกลายพันธุ์ได้ก็เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้น และมันก็เพราะว่าปัญหาโลกร้อนนี้เอง ย้อนไปย้อนมามนุษย์ก็เป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด

    ปัญหาทั้งหมดมนุษย์เป็นต้นเหตุ จะย้ายไปที่ไหนก็ไปสร้างปัญหาที่นั้นอีก ที่สำคัญมนุษย์ต้องตื่นได้แล้ว มนุษย์ต้องทำสงครามภายในตนเองถึงจะแก้ปัญหาได้ แต่ผมเห็นว่ากว่าจะถึงจุดนั้นก็มีสิทธิ์สายเกินแก้แล้ว

  4. บังเอิญเข้ามาอ่านในเรื่องขโมยบล็อก แล้วก็ตามมาถึงนี่
    เรื่องโลกร้อนใหญ่กว่าที่เราคิดมากนัก
    จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องธรรมชาตินี่เอง
    เราเผาฟอสซิลเป็นพลังงาน แล้วก็ทำให้โลกร้อน
    แล้วเราก็ตายไปเพราะภัยธรรมชาติ ที่รุนแรงขึ้นอันเป็นผลจากโลกร้อน
    อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ที่เราหายใจอยู่นี่ ก็มีส่วนทำให้โลกร้อนแล้ว อย่าว่าแต่ขับรถไปทำงาน เปิดแอร์ ฯลฯ
    ภาคใต้ถึงจะโหดร้ายอย่างไร แต่ว่าก็ยังมีทางบรรเทา อย่างมากก็รบกันไปเรื่อยๆ
    แต่โลกร้อน ฟันธงได้ว่าไม่มีทาง
    เราจะยังเปิดแอร์กันต่อไป ซื้อรถขับรถกันต่อไปโลกก็ร้อนขึ้น ร้อนขึ้น…ต่อไป
    พอภัยพิบัติมาถึง คนรับเคราะห์ก่อนก็คงเป็นเด็ก กับคนชรา
    จากนั้นก็อาจถึงขั้นแย่งชิงทรัพยากรกัน ใครแข็งแกร่งกว่าก็ได้ไป ถึงตอนนั้นคงโหดยิ่งกว่าภาคใต้อีก…