My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ร้ายไม่ใช่เล่น…แค่เส้นขาวๆ บนท้องฟ้า

12 ความเห็น

contrails
source : http://www.es.lancs.ac.uk/hazelrigg/contrails/Welcome.htm
.

หลายคนคงจะคุ้นตากับเส้นขาวๆ ที่พาดยาวผ่านท้องฟ้า
ดังที่เห็นในภาพถ่ายด้านบน
แต่ถ้าอยากรู้จักมันให้มากกว่านี้…โปรดอ่านบรรทัดต่อไป

ไอ้เส้นขาวๆ ที่ลากยาวเป็นทางเนี่ย คือ Aircraft condensation trails
หรือเรียกอย่างย่อว่า “contrails”
ตอนแรกเราไม่รู้หรอกว่า ในภาษาไทยเขาเรียกมันว่าอะไร
กระทั่งน้องที่ออฟฟิศมาเฉลยว่า “ขี้ปีกเครื่องบิน”
…อะไรนะ ขี้ปีกเครื่องบิน ??? ไม่เคยได้ยินคำนี้เลย…

จะเรียกอะไรก็ช่างเถอะ
เพราะประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่ชื่อ
แต่อยู่ที่…การเป็นปัจจัยกระตุ้นให้อุณหภูมิของผิวโลกร้อนระอุขึ้นต่างหาก

เจ้าวายร้าย contrails เป็นผลผลิตจากการเดินทางด้วยเครื่องบิน
คือเมื่อไอน้ำจากการสันดาบของเครื่องยนต์
ไหลออกมาปะทะกับอากาศเย็นจัดของชั้นบรรยากาศเบื้องบน
ก็จะแข็งตัวอย่างฉับพลัน กลายเป็นผลึกน้ำแข็งขนาดเล็ก
และสะท้อนกับแสงอาทิตย์ให้เราเห็นเป็นเส้นขาวๆ ยาวๆ ตามแนวเส้นทางการเคลื่อนที่ของเครื่องบิน

มันเนี่ยแหละที่เป็นตัวสกัดกั้นไม่ให้ความร้อนที่แผ่ออกจากพื้นดินทะลุผ่านออกไปนอกโลก
แถมยังสะท้อนความร้อนส่วนนั้นให้กลับลงมาสร้างความระอุที่พื้นดินอีกครั้ง

พี่กูเกิ้ลพาเราไปพบกับผลงานวิจัยของ เดวิด ทราวิส จากมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน
หนุ่มคนนี้ศึกษาเจ้าเส้นขาวๆ ที่เครื่องบินทิ้งไว้บนน่านฟ้าเหนือประเทศสหรัฐอเมริกาได้อย่างน่าสนใจ
เขาบอกว่า การประกาศงดการจราจรทางอากาศเพียงไม่กี่วัน หลังเหตุการณ์ 911
ทำให้ท้องฟ้าปราศจากร่องรอยสีขาวของไอน้ำจากการบินเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี
ผลที่ตามมาก็คืออากาศในช่วงกลางวันอุ่นขึ้นเล็กน้อย
ขณะที่อากาศในช่วงกลางคืนก็เย็นลงเล็กน้อยด้วย

คำอธิบายของสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ…
เมื่อท้องฟ้าไม่มีเส้นขาวๆ ของไอน้ำซ้อนทับกันไปมาให้วุ่นวาย
ก็เท่ากับว่าท้องฟ้าเปิดโล่งให้แสงแดดส่องลงมายังพื้นโลกได้มากขึ้นในช่วงกลางวัน
และเปิดโอกาสให้ความร้อนที่แผ่จากพื้นดินในช่วงกลางคืนกระจายออกนอกโลกได้มากขึ้นเช่นกัน
.
.

เมื่อรวมประเด็นนี้เข้ากับข้อมูลที่รับรู้มาก่อน
เราจึงสรุปว่า เครื่องบินทำให้โลกร้อนขึ้นถึง 3 ต่อ

ต่อแรกคือ การผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างสิ้นเปลือง
โดยเฉพาะในจังหวะที่ต้องเร่งเครื่องยนต์เต็มกำลังเพื่อเอาชนะแรงโน้มถ่วงของโลก
ซดเชื้อเพลิงมาก ย่อมหมายถึงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากตามไปด้วย

ยิ่งในยุคที่กลยุทธ์ตั๋วเครื่องบินราคาถูกระบาดไปทั่วโลก
สายการบินน้องใหม่ต่างก็เข็นเครื่องบินตัวเองออกมารับผู้โดยสาร
ผลลัพธ์ก็คือ ผู้คนหลายล้านกระโดดขึ้นเครื่องบินกันเป็นว่าเล่น
โดยไม่เฉลียวใจแม้แต่น้อยว่า “ราคาตั๋วสุดถูกที่ซื้อมา คือรายจ่ายแสนแพงของชั้นบรรยากาศโลก”
นี่เองที่ทำให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของภาคการคมนาคมขนส่งเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 2 %

ย้อนกลับไปในปี 2542 รายงานของไอพีซีซีระบุว่า
เครื่องบินทั่วโลกปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกันปีละประมาณ 600 ล้านตัน
ถึงจะควานหาข้อมูลตัวเลขที่เป็นปัจจุบันไม่เจอ
แต่เราก็คาดเดาได้ว่ามันต้องทะลุเกิน 600 ล้านตันไปแล้วแน่ๆ

ต่อที่สอง เกิดขึ้นในระหว่างพาผู้โดยสารแหวกอากาศและก้อนเมฆไปยังปลายทาง
เครื่องยนต์ของเครื่องบินจะพ่นทั้งคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซจำพวกออกไซด์ของไนโตรเจน และไอน้ำออกมาสู่ชั้นบรรยากาศเบื้องบนที่ระดับความสูงมากกว่า 30,000 ฟุต
ซึ่งร้ายแรงกว่าการพ่นคาร์บอนไดออกไซด์ล้วนๆ ที่ระดับพื้นดินถึง 1.9 เท่า
คือถ้าบินในระดับต่ำกว่านั้นคือประมาณ 2 หมื่นกว่าฟุต
ผลลบต่อชั้นบรรยากาศจะรุนแรงน้อยกว่า แต่จะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น
คงไม่มีสายการบินไหนยอมเพิ่มต้นทุนส่วนนี้เพื่อบรรเทาผลกระทบบนฟากฟ้าหรอก

และเมื่อออกไซด์ของไนโตรเจนจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ทำปฏิกิริยากับแสงแดด
มันจะเปลี่ยนร่างเป็นโอโซนและกลายเป็นกองหนุนชั้นดีของคาร์บอนไดออกไซด์
ในการดักจับความร้อนไม่ให้หลุดกระเด็นออกไปนอกโลก

ต่อสุดท้าย ก็คือ เส้นขาวๆ ที่พาดยาวผ่านท้องฟ้านั่นแหละ

ดังนั้น…คงไม่เกินเลยไปใช่ไหมถ้าจะยกให้เครื่องบินเป็น “ผู้ก่อการโลกร้อน” ของยุคนี้

Advertisements

12 thoughts on “ร้ายไม่ใช่เล่น…แค่เส้นขาวๆ บนท้องฟ้า

  1. โห เพิ่งทราบค่ะว่าเจ้าสีขาวๆที่ทิ้งจากเครื่องบิน มันส่งผลมากขนาดนั้น
    จริงๆแล้วฉันชอบมองนะ เจ้าขาวๆเนี่ย
    เพราะทำให้นึกถึงพ่อ เวลามอง พ่อฉันเขาชอบมองเครื่องบินน่ะ
    แล้วเขาเป็นคนอธิบายให้ฟังว่า เจ้าขาวที่ฉันเห็นนั้นออกมาจากเครื่องบิน
    ทีนี้เมื่อ”แหงนหน้ามองฟ้า”ทีไร ถ้าเห็นเจ้าขาว ก็นึกถึงพ่อทุกทีเลย

    ถ้าเจ้าขาวคือผู้ก่อการโลกร้อน
    แต่เราจะทำอย่างไรล่ะ
    ในเมื่อเครื่องบินก็มีความสำคัญเชื่อมโลกเข้าด้วยกันนา
    อย่างไร ฉันก็ชอบที่มีเครื่องบิน
    เพราะมันทำให้เราไปยังที่อื่นได้ภายในเวลาอันใกล้
    ทำให้เราได้เห็นและสัมผัสประเทศอื่นหรือไม่ก็ในแผ่นดินเรานี่แหละ

    พออ่านแล้วก็เลยนึกถึงพี่น้องตระกูล Wright ที่คิดค้นเครื่องบินมา
    พวกเขาจะรู้ไหมว่า สิ่งที่พัฒนาต่อจากที่เขาคิด ก็มีผลอย่างมากกับโลกร้อนๆใบนี้
    แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังขอบคุณพวกเขาเสมอนา

    ถ้าพยายามคิดต่อว่าวิธีแก้คืออะไร ก็นึกไม่ออกเหมือนกัน
    ไม่งั้นก็ต้องมีวิวัฒนาการใหม่เลย ต้องอาศัยแรงการออกแบบใหม่
    เหมือนที่ต้องอาศัยแรงคนผลิตรถยนต์ช่วยออกแบบรถที่ไม่ต้องอาศัยเชื้อเพลิง

    อืมมม หมดแรง (ซะงั้น) งงๆ

  2. ทางแก้ของเรื่องนี้ง่ายนิดเดียวคุณ cotton
    ก็แค่บินแบบพอเพียงไง

    เป็นธรรมดาของสรรพสิ่งบนโลก
    ไม่มีอะไรดีทั้งหมดและไม่มีอะไรเสียทั้งหมด
    ทุกสิ่งล้วนมีดีและเสียด้วยกันทั้งนั้น

    ถ้าถามว่า “น้ำมีประโยชน์ไหม”
    ใครๆ ก็ต้องตอบว่ามี
    เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบของชีวิต
    แต่ถ้าน้ำน้อยไป ก็กลายเป็นแห้งแล้ง
    ตรงกันข้าม ถ้าเยอะไป ก็เดือดร้อนเนื่องจากน้ำท่วม
    ทุกชีวิตจึงต้องการน้ำแบบพอดีพอดี
    เหมือนกับคำสอนเรื่องทางสายกลางของพระพุทธเจ้า

    เครื่องบินก็เหมือนกัน
    มัน “ดี” ตรงที่ทำให้เราเดินทางไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
    ขณะเดียวกัน มันก็ “เสีย” ตรงที่ผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบมโหฬาร
    แถมพ่นก๊าซเรือนกระจกและไอน้ำที่สร้างปัญหาอย่างที่เล่าไว้ในบทความด้านบน
    ถ้ามีเครื่องบินน้อยเกินไป เที่ยวบินน้อยเกินไป —> การเดินทางก็ไม่ค่อยสะดวก
    ถ้ามีเครื่องบินมากเกินไป เที่ยวบินมากเกินไป —> ปัจจัยซ้ำเติมโลกร้อนก็มากขึ้น

    ซึ่งเที่ยวบินจะมากหรือน้อยมันก็อยู่ที่ความต้องการเดินทางของผู้โดยสาร
    ถ้าเราบินกันให้น้อยๆ หน่อย (โดยเฉพาะเที่ยวบินภายในประเทศ)
    จำนวนเที่ยวบินก็จะลดลง
    การซ้ำเติมโลกร้อนก็ลดตามไปด้วย

    ถึงเราจะพร่ำบอกเรื่องการดูแลโลกอย่างโน้นอย่างนี้
    แต่ก็ไม่เคยมีความคิดแบบสุดโต่ง ขนาดจะต้องสะบัดความสะดวกสบายทิ้งไปให้หมด
    ไปญี่ปุ่นจะให้โล้สำเภาไปก็ไม่ใช่เรื่อง
    ไปอังกฤษจะให้เกาะเรือสินค้าไปก็ใช่ที่…ถูกไหม

    อย่างบทความข้างบน เราก็ไม่ได้บอกให้เลิกขึ้นเครื่องบินนะ
    แต่ถ้ามีคนอ่านแล้ว ไตร่ตรองกับการตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินเที่ยวบินภายในประเทศให้มากขึ้น
    …แค่นี้ก็ดีใจแล้วแหละ…

  3. v_v
    เข้าใจมากขึ้น
    อันที่จริงการแก้ปัญหาโลกร้อนก็น่าจะมาการใช้และกินอยู่อย่างพอดี พอเหมาะ ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป ไม่มากก็จะได้ไม่ทำร้ายโลก แต่ไม่น้อยก็จะได้ไม่สร้างความลำบากให้กับมนุษย์ปุถุชนคนธรรมดานั่นแหละนะ

    แต่สิ่งหนึ่งที่ยังติดในใจของฉันคือ ระดับความพอดีของคนเราน่ะมันไม่เท่ากัน มาตรฐานของแต่ละคนก็คงต่างกันไป ตามแต่จะเอาอะไรเป็นตัววัด

    เอาเป็นว่า สำหรับฉันรู้เรื่องเจ้านกฟ้ามากขึ้น ก็ทำให้ฉุกคิดและคงได้บอกต่อกับเพื่อนหรือคนรู้จักน่ะนะ

  4. ^_^ ดีใจที่ cotton เข้าใจและจะเอาไปบอกต่อคนใกล้ตัว

    ส่วนเรื่องระดับความพอดีของคนหนะ เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันยาว
    เผลอๆ คุยแล้วอาจจะหาบทสรุปไม่ได้ด้วยซ้ำ
    นิ้วทั้งห้าอยู่บนมือข้างเดียวกันยังไม่เท่ากันเล้ย
    นับประสาอะไรกับประชากรไทย 65 ล้านคน

    สำหรับเรา เมื่อต้องเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เราเลือกที่จะไม่ขึ้นเครื่องบินเลย
    เก็บเครื่องบินไว้สำหรับการเดินทางไกล ไปต่างประเทศเท่านั้น
    (ไม่นับรวมประเทศเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดกับประเทศไทยนะ
    เพราะมันยังสามารถนั่งรถหรือนั่งเรือข้ามไปได้ได้)
    ซึ่งก็ไม่ได้ไปบ่อยแบบทุกปีหรือปีเว้นปี …ก็น่าจะโอเคแล้ว

  5. เราต้องช่วยกันๆ…

  6. อ่านแล้ว…อิ้ง
    เพราะเมื่อวานแหงนมองท้องฟ้าแถวนี้
    มีเครื่องบินลำหนึ่ง ขับวนไปมา
    แล้วพ่นอะไรสักอย่างเป็นทางขาวๆแบบนี้แหละ
    แต่เป็นตัวหนังสือ แล้วอ่านได้ว่า Yes
    งงๆ ไม่รู้เค้าทำอะไร
    ….
    แต่อยากให้เค้ามาอ่านข้อมูลนี้จัง

  7. อืม…อ๋อ..อ้อ…หืมม..อืออ..อ๋า…อ๋ายหย๋า..

  8. เหมาะมากกกกกกกกกกกก

  9. ตราบใดที่ยังมีบริษัทการบิน ก็ยังจะมีเครื่องบินอยู่ต่อไป คนไม่เต็มเครื่องก็ยังต้องทำการบิน… คนเราก็ทำลายตัวเองไปเรื่อยๆ เพราะมนุษย์เราเป็นคนสนับสนุนให้เครื่องบินมีอยู่ในโลกนี้…

  10. เดี๋ยวอนาคตต้องผลิตเครื่องบินที่ใช้ไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงแทนแล้วล่ะค่ะ จะเป็นการดีมากๆเรย

  11. เพิ่งรู้ความหมายของเจ้าสีขาว ๆ บนท้องฟ้านะคะเนี่ย
    ไม่น่าเลย
    มองดูสวย
    แต่ร้ายกาจมากๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s