My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ดูแลดี๊ดี เฉพาะผู้ที่มาใช้บริการ?

4 ความเห็น

‘สุวรรณภูมิ’ รับมือปีใหม่ เพิ่มจนท. ดูแลผู้โดยสาร

นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า
ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2550 – 3 มกราคม 2551
คาดว่าจะมีผู้โดยสารและประชาชนเข้ามาใช้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 850,000 คน
หรือเพิ่มขึ้นวันละประมาณ 17,000 คน จากช่วงปกติวันละ 104,285 คน

จึงได้เตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่จะเข้ามาใช้บริการ
โดยจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่จาก 700 คนต่อวัน เป็น 850 คนต่อวัน
ส่วนพนักงานที่มาจากการว่าจ้างจะเพิ่มจาก 300 คน เป็น 500 คนต่อวัน
และจัดตั้งศูนย์ประสานงานอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ให้กับผู้โดยสารตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวจาก นสพ. มติชน ฉบับวันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2550

ข้อสงสัยของเราก็คือ…
ทำไม ทอท. วางแผนดูแลผู้มาใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิดีจังเลย
หรือว่าคนเหล่านี้คือผู้ที่จะสร้างรายได้ให้แก่ ทอท.

ในทางกลับกัน ชาวบ้านที่เดือดร้อนจากการเปิดใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิไม่เห็นได้รับการเหลียวแลเป็นห่วงเป็นใยมากขนาดนี้เลย
หรือเพราะ ทอท. ไม่ได้ประโยชน์จากพวกเขา
มิหนำซ้ำยังจะต้องควักกระเป๋า “จ่าย” เงินชดเชยให้อีก

เอ…เรามองทอท. ในแง่ร้ายเกินไปหรือเปล่าเนี่ย

Advertisements

4 thoughts on “ดูแลดี๊ดี เฉพาะผู้ที่มาใช้บริการ?

  1. เราสงสัยตลอดเวลาว่า ปัญหาเรื่องเสียงของสุวรรณภูมิเนี่ย
    มันควรได้รับการแก้ไข ไม่ว่าจะย้ายคนออกจากบริเวณที่ทำการก่อสร้าง ฯลฯ รวมถึงไม่ควรมีหมู่บ้านขึ้นกันเป็นดอกเห็ดใกล้ๆสนามบิน…อย่างที่เป็นอยู่
    ซึ่งทั้งหมด มันควรทำตั้งแต่ก่อสร้าง…ซึ่งก็ได้ข่าวว่าเป็นสนามบินใช้เวลาก่อสร้างนานที่สุดในโลกเช่นกัน ตั้งแต่วันอนุมัติโครงการ
    แต่ก็ไม่เห็นทำอะไรกัน ปล่อยกันมาจนถึงวันนี้

    เลยสงสัยว่า ทอท.ต้องเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายนี้แต่เพียงผู้เดียวจริงหรือ

  2. ตอบ kampooh โดยเฉพาะเลยนะเนี่ย
    เพราะจริงๆ แล้ว เราตั้งใจจะเขียนถึงในตอนต่อๆ ไป

    โดยปกติแล้ว เมื่อคิดจะก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ขึ้นมาซักหนึ่งโครงการ
    แน่นอน ย่อมส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบกับพื้นที่ก่อสร้างและบริเวณใกล้เคียง
    ซึ่งผลกระทบนั้นแบ่งออกเป็นหลายด้าน อาทิ เศรษฐกิจ สังคม ความเป็นอยู่
    และที่สำคัญคือเรื่องของสิ่งแวดล้อม

    ดังนั้น กฎหมายจึงกำหนดให้โครงการขนาดใหญ่บิ๊กเบิ้มต้องทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อส่งให้สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาอนุมัติก่อนลงมือก่อสร้าง
    ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะผ่านให้ก่อสร้างได้
    ที่ EIA ผ่าน ไม่ใช่ว่าไม่มีผลกระทบ
    แต่ผ่านเพราะมีมาตรการบรรเทาผลกระทบ
    ที่เจ้าของโครงการต้องดำเนินการตามที่ระบุไว้ใน EIA

    อย่างกรณีของสุวรรณภูมิ เมื่อมีการออกแบบสนามบิน เจ้าของโครงการต้องรู้แล้วว่ารันเวย์จะอยู่ตรงไหน
    ซึ่งในขั้นตอนของการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม บริษัทที่ปรึกษา (ที่รับทำ EIA) ก็สามารถใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์ในการคำนวณเพื่อประเมินขอบเขตของพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบทางเสียงได้
    อาจจะไม่แม่นยำ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะในสถานการณ์จริงมีตัวแปรมากมายที่จะทำให้ระดับของเสียงรบกวนคลาดเคลื่อนไปจากที่คาดการณ์ อาทิ จำนวนเครื่องบิน ลม อุณหภูมิ การเร่งเครื่องขึ้นบิน เทคนิคการควบคุมเครื่องของนักบิน ฯลฯ
    แต่อย่างน้อยก็จะเห็นภาพโดยรวมของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง

    และใน EIA ของสนามบินสุวรรณภูมิก็มีการระบุถึง “แผนปฏิบัติการด้านการชดเชยแก่ผู้อาศัยโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ” เอาไว้อย่างชัดเจนว่า…
    ในเขตที่ได้รับผลกระทบทางเสียงระดับรุนแรง (ระดับเสียงเฉลี่ย 24 ชั่วโมงสูงกว่าค่ามาตรฐาน 70 เดซิเบลเอ) ทอท. จะต้อง
    1. เจรจาซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งสร้างก่อนปี 2544 ให้เสร็จก่อนเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หากเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ประสงค์จะขาย ทอท. ต้องสันบสนุนและปรับปรุงหรือติดตั้งวัสดุอุปกรณ์ลดผลกระทบด้านเสียง และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ดังกล่าวรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่ได้รับ
    2. แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้อนุญาตว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตที่ได้รับผลกระทบสูงและไม่สามารถอยู่อาศัยได้

    ทว่า มาตรการสวยหรูดังกล่าวแทบจะไม่ถูกนำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
    ไม่มีการเจรจาซื้อที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแม้แต่แห่งเดียวก่อนจะเปิดใช้งานสนามบิน
    ส่วนเรื่องการแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้อนุญาต เราไม่รู้ว่า ทอท. ได้ปฏิบัติหรือไม่
    แต่ที่รู้ก็คือ มีป้าคนนึง สร้างบ้านหลังปี 44 ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทางเสียงรุนแรง
    เธอบอกว่า ตอนไปขอเลขที่บ้านกับทางเขต ก็ไม่มีการห้ามก่อสร้าง
    และไม่ได้รับข้อมูลว่าพิ้นที่ที่เธอจะสร้างบ้านนั้นอยู่ในเขตที่ได้รับผลกระทบรุนแรง

    เล่าคร่าวๆ แค่นี้ก่อนนะ
    คอมพิวเตอร์ของเราหายป่วยเมื่อไหร่ จะกลับมาแปะเรื่องของป้าคนนี้อย่างละเอียดอีกที
    โปรดอดใจรอ

  3. อ้อ..ขอต่ออีกหน่อย
    หมู่บ้านขึ้นเป็นดอกเห็ดหนะ ไม่เป็นไรหรอก
    ถ้าเจ้าของหมู่บ้านเหล่านั้นไม่สร้างในเขตที่ได้รับผลกระทบทางเสียง

    บริเวณที่โดนผลกระทบหนักๆ คือ ทางทิศเหนือกับทิศใต้ของสนามบิน
    ซึ่งเป็นด้านหัวและท้ายของรันเวย์เท่านั้นแหละ

  4. ความสบายของคนส่วนใหญ่อยุ่บนความลำบากของคนส่วนน้อย

    ไม่รู้ว่าจะใช้ได้หรือเปล่า *-*

    แต่ว่า เดี๋ยวที่แถวสนามบินก็แพงขึ้นเองแล่ะ อิอิ