My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

สาหัสที่สุดของเหยื่อหูดับ (ตอน 2)

1 ความเห็น

ป้าสมใจต้องเจอกับโชคร้ายชั้นที่ 2 เมื่ออีไอเอระบุเงื่อนไขว่า…
ทอท. จะเจรจาซื้อสิ่งปลูกสร้างในเขต NEF มากกว่า 40 ซึ่งก่อสร้างก่อนปี 2544 เท่านั้น
แต่บ้านหลังนี้สร้างเสร็จในปี 2546
โดยที่ป้าสมใจไม่รู้จริงๆ ว่า สนามบินจะมาตั้งอยู่ข้างบ้าน

เดิมทีเธออยู่ทาวน์เฮาส์แคบๆ ในซอยสุขุมวิท 93
เมื่อพี่ชายของสามีซึ่งมีที่ดินเปล่าละแวกลาดกระบัง เอ่ยชวนให้มาอยู่ใกล้ๆ กัน
ป้าสมใจจึงยอมแลกเงินสะสมก้อนโตกับที่พักพิงในบั้นปลายชีวิต

“อยู่ตรงนี้ตั้งแต่ปี 46 ไม่รู้เลยว่าจะมีสนามบิน
จนเขามารื้อเสาไฟฟ้าแรงสูง เลยไปถามว่ารื้อทำไม
เขาบอกจะสร้างสนามบิน เราก็เหรอ ไม่รู้เรื่องเลย
นึกไม่ออกว่าสนามบินมาแล้วจะเป็นยังไง
ไม่ได้ใส่ใจด้วยซ้ำ เพราะรู้สึกว่าไม่เกี่ยวกับเรา”

ช่วงแรกที่สนามบินเปิด มีเจ้าหน้าที่เข้ามาถามไถ่ว่า
ถ้าได้รับเงินชดเชย จะยอมย้ายออกไปไหม
ป้าสมใจเองไม่ลังเลที่จะย้ายหนีเสียงเครื่องบินอยู่แล้ว
ขอเพียงจ่ายเท่ากับยอดรวมที่หมดไปกับการถมที่และสร้างบ้านหลังนี้ก็ยังดี
แต่เจ้าหน้าที่คนนั้นก็หายเงียบไป และไม่โผล่หัวมาให้เห็นอีกเลย

aunt-somjai-02.jpg

ป้าสมใจไม่รู้หรอกว่า สิ่งที่เธอพูดออกมานั้นมันตรงกับข้อความที่ระบุไว้ในอีไอเอ..
ทอท. ต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการให้อนุญาตว่า
พื้นที่ในแนวเขต NEF มากกว่า 40 เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบสูง ไม่สามารถอยู่อาศัยได้
และถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่ต้องทำก่อนเปิดดำเนินโครงการในระยะแรก
รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในแนว NEF มากกว่า 40 และผู้ที่จะย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น…ตั้งแต่ก่อนจะลงมือสร้างสุวรรณภูมิ

ความไม่รู้และไม่ได้รับข้อมูลอะไรเลยอย่างที่เกิดขึ้นกับป้าสมใจนั้น
ไม่น่าจะเป็นความผิดที่ทำให้เธอต้องลุกขึ้นมารับผิดชอบตัวเองเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้ามภาระส่วนนี้เป็นสิ่งที่เจ้าของโครงการสนามบินซึ่งเป็นต้นเหตุของผลกระทบทั้งปวงสมควรจะต้องแบกรับไว้ด้วยความเต็มใจ

นอกจากมลพิษทางเสียงแล้ว
สมาชิกในบ้านหลังนี้ยังต้องเจอกับความสั่นสะเทือนและปัญหาน้ำท่วมขังอีกด้วย

ความสั่นสะเทือนจากเครื่องบินที่โฉบเฉียดหลังคาบ้านถูกส่งผ่านลงมาถึงตัวบ้าน
ทำให้บ้านทั้งหลังสั่นค่อนข้างรุนแรงและเกิดรอยแตกร้าวหลายจุด
ผลที่ตามมาก็คือ น้ำรั่วซึมเข้าสู่ตัวบ้านในทุกครั้งที่ฝนตก

ส่วนเรื่องน้ำท่วม ป้าสมใจบอกว่า ตั้งแต่อยู่มาไม่เคยเจอน้ำท่วม
แต่พอมีสนามบิน เมื่อไหร่ที่ฝนมาเยือน น้ำจะท่วมขังนานมาก
ส่งผลให้โครงสร้างใต้ตัวบ้านผุพังและลุกลามจนอาการน่าเป็นห่วง
ไม้กระดานแผ่นกว้างกว่าคืบแข่งกันบิดเบี้ยวจากการแช่น้ำ
พื้นบ้านหลายจุดทรุดตัวต่ำกว่าปกติ ตู้ใบใหญ่ในห้องรับแขกเริ่มเอียงและไม่รู้ว่ามันจะล้มลงมาเมื่อใด

การพูดคุยในวันนั้นจบลงด้วยน้ำเสียงเรียบๆ…
“เราไม่อยากให้ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ
เพราะรู้ว่ามันเป็นหน้าเป้นตาของประเทศ
แต่ก็ควรจะมาเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น อย่าทำให้เราเดือดร้อน”

…เรื่องราวทั้งหมดถูกถ่ายทอดจากปากของป้าสมใจ
โดยมีเสียงกระหึ่มของเครื่องบินโผล่มารบกวนการสนทนาอยู่เป็นระยะๆ …

หมายเหตุ : ตัดทอนจากที่ตีพิมพ์ครั้งแรก
หาอ่านแบบเต็มๆ ได้ในนิตยสารโลกสีเขียว ฉบับที่ 94 เดือนกันยายน-ตุลาคม 2550
.

.
สารบัญบทความที่เกี่ยวข้อง
1 ปีสนามบินสุวรรณภูมิ “เพชฌฆาตความเงียบ”
เมื่อเพชฌฆาตความเงียบแผลงฤทธิ์ ตอน 1, ตอน 2, ตอน 3
เลข NEF ชี้ชะตา ที่มาพร้อมทางออกสวยหรู ตอน 1, ตอน 2
สาหัสที่สุดของเหยื่อหูดับ ตอน 1, ตอน 2
คำให้การของ ทอท.

Advertisements

One thought on “สาหัสที่สุดของเหยื่อหูดับ (ตอน 2)

  1. น่าเห็นใจ..
    ความเดือดร้อนที่ถูกลืม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s