My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

NZ trip 01 : กว่าจะได้ไปเหยียบนิวซีแลนด์

4 ความเห็น

เพราะความฝันของคนใกล้ตัวแท้เชียว
ที่มาจุดประกายให้เราออกเดินทางไกลเกือบหนึ่งหมื่นกิโลสู่ประเทศนิวซีแลนด์

ต้นปี 49..
หลังจากตัดสินใจและตกลงกันแน่นอนว่า จะไปนิวซีแลนด์
เราก็เริ่มต้นหาข้อมูลจากกระทู้ท่องเที่ยว
และไปฟังสัมมนาเรื่องการขับรถเที่ยวในนิวซีแลนด์
ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นคือ ปลายทางที่เกาะใต้ในช่วงเดือนตุลาคม

เลือกไปเกาะใต้ เพราะ…
ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้มาก
ทิวทัศน์ของสีเขียวและภูเขาสวยกว่าเกาะเหนือ
เมืองแต่ละเมืองค่อนข้างห่างกัน
ผู้คนไม่พลุกพล่านเท่าเกาะเหนือ
แหม…ช่างเหมาะกับคนที่ไม่ชอบความเป็นเมืองและเบื่อฝูงชนอย่างเราจริงๆ

เหตุผลที่ต้องเป็นเดือนตุลาคม
1. มันเพิ่งผ่านพ้นฤดูหนาวและเข้าสู่ช่วงเวลาของฤดูใบไม้ผลิ
เพราะฉะนั้นเราก็จะได้เห็นสีสันดอกไม้นานาชนิด
พร้อมกับหิมะขาวๆ ที่ปกคลุมยอดเขา
2. ข้อนี้สำคัญกว่าข้อ 1 หลายเท่า
นั่นคือเป็นเดือนสุดท้ายก่อนเข้าช่วงไฮซีซั่น (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์)
ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งเช่ารถและที่พักจะถีบตัวขึ้นไปอีก 2-3 เท่า
และนักท่องเที่ยวที่หนาแน่นจะทำให้เราต้องจองที่พักล่วงหน้า
ไม่เหมาะกับการวางแผนมั่วๆ “แบบค่ำไหนนอนนั่น” แบบที่เราอยากลอง

ไม่ใช่ว่าคิดจะไปแล้วไปได้ทันทีนะ ก็ค่าใช้จ่ายตั้งหลายหมื่น
ถ้าจะไปตุลาคม ปี 49 เลย
นัก (อยาก) เดินทางกระเป๋าแฟบคนนี้คงหาเงินมาซื้อตั๋วเครื่องบินไม่ทันแน่ๆ
ไหนจะค่านั่งบอลลูน นั่ง jet boat ค่าเช่ารถ ค่าน้ำมันอีก
เอาวะ..อดใจไปอีกหน่อย โหมรับจ๊อบไปอีกปี
แล้วค่อยออกเดินทางเดือนตุลาคม 50 ก็ยังไม่สายเกินไปหรอกน่า
(ตอนนั้นคิดแบบนี้ก็เพื่อปลอบใจตัวเองชัดๆ)

ต้นปี 50..
เอ้า ได้เวลารวบรวมสมาชิกร่วมทริป
เรากลายเป็นหัวหน้าทริปไปโดยปริยาย แถมพ่วงด้วยตำแหน่ง “คนขับรถ”
เพราะอ่านข้อมูลมากที่สุด และมีประสบการณ์ขับรถยาวนานกว่าสมาชิกคนอื่นๆ
นุด สมาชิกร่วมทริปคนที่ 1
ขับรถไม่เป็นใช่ไหม ไม่ถนัดทำกับข้าวใช่ไหม…ไม่เป็นไร
เพราะเราจะให้นุดเป็นเหรัญญิก แถมพ่วงด้วยตำแหน่ง “เด็กล้างจาน” :-P
องุ่น สมาชิกร่วมทริปคนที่ 2
ขับรถได้ แต่อยากเป็นคนนั่ง อยากเที่ยวแต่ขี้เกียจวางแผน
หัวหน้าทริปจะพาไปหัวหกก้นขวิดที่ไหนก็ยอมทั้งนั้น
งั้นเอาไปเลย ตำแหน่ง “แม่ครัว”
แบ่งหน้าที่กันครบแล้วก็ถึงขั้นตอนการหาตั๋วเครื่องบินและเตรียมเอกสารการเดินทาง

มิถุนายน 50
เพิ่งจะได้สติหลังจากเคลียร์งานชิ้นใหญ่
เริ่มควานหาตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ -ไครสต์เชิร์ช
กะว่าหาตั๋วล่วงหน้าประมาณ 4 เดือนก็คงพอ
แต่พอเอาเข้าจริงๆ ตั๋วของสิงคโปร์แอร์ไลน์ที่คนไทยนิยมใช้บริการนั้นเต็มหมดแล้ว
(ต้องรอเป็น waiting list เท่านั้น ซึ่งไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะได้ตั๋วหรือเปล่า)
ฉะนั้น ใครที่อยากบินไปเกาะใต้ นิวซีแลนด์ กับสิงคโปร์แอร์ไลน์ควรจะหาตั๋วล่วงหน้าโดยเผื่อเวลามากกว่า 4 เดือน

มันมีแค่ 3 สายการบินเท่านั้นจาก BKK-CHC คือ
สิงคโปร์แอร์ไลน์ แอร์นิวซีแลนด์ และพี่หางแดง Qantas
ยังโชคดีที่มีน้องชายเป็น duty manager ของสายการบินแห่งหนึ่ง
ก็เลยต้องขอให้ช่วยหาตั๋วเครื่องบิน เพื่อสนองความอยากเที่ยวของเรา

กรกฎาคม 50
ต้นเดือนยังไม่มีความชัดเจนเรื่องตั๋วเครื่องบิน
ไม่เป็นไร ไปจัดการเรื่องหนังสือเดินทาง ใบขับขี่สากล และวีซ่าก่อนก็ได้ฟะ

หนังสือเดินทางเล่มเก่าหมดอายุ เลยต้องไปทำใหม่เป็น E-Passport
สิ่งที่ต้องพกไปด้วย มีดังนี้
1 บัตรประชาชน
2 ค่าธรรมเนียม 1,000 บาท
3 ใบหน้าที่พร้อมสำหรับการถ่ายรูป
4 นิ้วชี้ซ้ายและนิ้วชี้ขวา เพื่อสแกนลายนิ้วมือ
ใช้เวลาไม่เกิน 20 นาทีสำหรับการแลกบัตรคิว กรอกเอกสาร
วัดส่วนสูง สแกนลายนิ้วมือรอบที่ 1 ถ่ายรูป
(ถ่ายรูปเสร็จแล้ว พนักงานจะให้เราดูว่าพอใจกับใบหน้าตัวเองหรือเปล่า
ถ้าไม่พอใจให้โอกาสยิ้มใหม่ได้อีก 1 ครั้ง)
สแกนลายนิ้วมือรอบที่ 2 แล้วก็ชำระค่าธรรมเนียมพร้อมรับใบเสร็จ…เป็นอันครบถ้วนกระบวนการ

จะทำ “ใบอนุญาตขับขี่ระหว่างประเทศ” หรือ International Driving Permit
ต้องไปที่ชั้น 4 ของกรมการขนส่งทางบก ตรงข้ามสวนจตุจักรโน่น
สิ่งที่ต้องพกไปด้วย มีดังนี้
1 บัตรประชาชนตัวจริง + สำเนา
2 ใบอนุญาตขับขี่แบบตลอดชีพ + สำเนา
3 หนังสือเดินทาง + สำเนา
4 รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
5 ค่ารรมเนียม 505 บาท
ยื่นเอกสารแล้วรอรับได้เลย ภายในเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง
หน้าตาของมันไม่เหมือนใบขับขี่ที่เราคุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย
เป็นเล่มสีขาวบางๆ ขนาดกว้าง x ยาว ใหญ่กว่าหนังสือเดินทางเล็กน้อย
ขอวันไหนก็จะได้รับอนุญาตตั้งแต่วันนั้น และมีอายุการใช้งาน 1 ปี

มาถึงขั้นตอนที่ลุ้นที่สุด นั่นคือการขอวีซ่าสำหรับท่องเที่ยว
ต้องไปที่สถานฑูตนิวซีแลนด์ ชั้น 14 อาคารเอ็มไทย, ออลซีซั่นเพลส
เปิดรับเอกสารยื่นขอวีซ่าวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-12.00 น. และ 13.00-14.30 น.
สิ่งที่ต้องเตรียมไป
1 แบบฟอร์มยื่นขอวีซ่าความยาว 13 หน้า
จะไปนั่งกรอกที่โน่นหรือโหลดจากอินเตอร์เน็ตแล้วกรอกไปให้พร้อมเลยก็ได้
2 หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานอย่างน้อย 3 เดือนหลังจากวันที่วางแผนไว้ว่าจะเดินทางออกจากนิวซีแลนด์
3 รูปถ่ายขนาดเท่ารูปในหนังสือเดินทาง จำนวน 1 รูป
4 หลักฐานทางการเงิน เช่น สำเนาสมุดบัญชี
5 จดหมายรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ โดยจะต้องระบุรายละเอียดของตำแหน่งหน้าที่ วันที่เริ่มเข้ามาทำงาน เงินเดือน และระยะเวลาที่จะหนีเจ้านายไปเที่ยว
6 ค่ารรมเนียม 2,900 บาท (แพงชิบ แต่ก็ต้องยอมจ่ายโดยดี) อันนี้ไม่รับเป็นเงินสดนะจ๊ะ ต้องใช้บัตรเครดิตหรือเช็ค
7 เอกสารการจองตั๋วเครื่องบิน เพื่อยืนยันว่าตูจะไปแน่นอน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับ NZ Immigration ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-654-3444
ยื่นแล้วเค้าจะนัดเวลามารับหนังสือเดินทางคืนในอีก 1 สัปดาห์ถัดมา
ระหว่างนั้นก็ต้องรอคอยว่า จะได้วีซ่าไหมเนี่ย
กังวลอยู่อย่างเดียว ตัวเลขเงินในบัญชีมันพอที่เขาจะให้ความเชื่อถือหรือเปล่า

ในที่สุดวันนั้นก็มาถึง
เรายืนใจเต้นอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ยื่นเอกสารที่มีหมายเลขรับ passport ให้เจ้าหน้าที่
เขาคุ้ยค้นอยู่สักพักก็ยื่นเล่มสีแดงเลือดหมูคืนเรามา
เปิดดูด้วยความระทึก..
เย้ เย้ Visitor’s Visa ซึ่งเป็นสติ๊กเกอร์สีฟ้า-ขาวถูกแปะอยู่ในหนังสือเดินทางของเราแล้ว
เงื่อนไขของมันก็คือ อนุญาตให้ท่องเที่ยวในนิวซีแลนด์ได้เป็นเวลา 1 เดือน โดยที่ “ห้ามทำงาน”

เรื่องสุดท้ายคือ ตั๋วเครื่องบิน
น้องชายหาทางเลือกมาให้ 2 ทาง
ทางแรกคือ Low Cost ของ Jet Star
ราคาเกือบ 33,000 ไม่รวมอาหาร ผ้าห่ม-หมอน และชุดหูฟัง
เวลาไม่ค่อยดี ไปถึงไครสต์เชิร์ชประมาณเที่ยงคืน
แถมยังต้องไปแกร่วรอตอนเปลี่ยนเครื่องที่เมลเบิร์น ออสเตรเลียอีกประมาณ 5-6 ชั่วโมง
ทางที่สองคือ Qantas ราคา 38,xxx บาท
ต่อเครื่องที่ซิดนีย์รอประมาณ 1-2 ชั่วโมง
จะไปถึงไครสต์เชิร์ชประมาณบ่ายสองครึ่ง
ราคาต่างกันประมาณ 5 พันหน่อยๆ แต่ได้อาหารอิ่มสบายท้องและประหยัดเวลาไปอีกหลายชั่วโมง
เราก็เลยยอมจ่ายให้กับ Qantas ด้วยประการฉะนี้

จากนี้ก็เหลือแค่
วางแผนการเดินทางแบบคร่าวๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
การเตรียมเสบียงอาหารแห้ง เพราะจะประหยัดด้วยการทำอาหารกินเอง
ซ้อมหุงข้าวด้วยเตาแก๊ส ไม่ให้ไหม้ติดก้นหม้อ
จัดกระเป๋าเดินทาง หยิบยืมอุปกรณ์กันหนาวของพี่น้องเพื่อนฝูง
คำนวณค่าใช้จ่ายโดยประมาณ แล้วก็แลกเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์
ทำประกันอุบัติเหตุ จะขับรถในที่ที่ไม่คุ้นเคย เลยต้องทำไว้เพื่อความอุ่นใจ
ยื่นใบลาพักร้อนนนน ลาแบบเต็มพิกัด 7 วัด + ลากิจอีก 1 วัน
และสุดท้าย…นับถอยหลังให้ถึงวันเดินทางเร็วๆ ช่างเป็นการรอคอยที่มีความสุขจริงจริ๊ง

หมายเหตุ ใครอยากไปนิวซีแลนด์เชิญที่นี่
ข้อมูลเพียบ อ่านกันให้ทะลุปรุโปร่ง จนเที่ยวได้แบบไม่ต้องง้อไกด์บุ๊คเลย

Advertisements

4 thoughts on “NZ trip 01 : กว่าจะได้ไปเหยียบนิวซีแลนด์

  1. ให้ข้อมูลละเอียดดี

    รออ่านตอนต่อไป

  2. ผมเคยไปเที่ยวทั้งเกาะเหนือและเกาะใต้มาแล้ว ตอนประมาณม.4ได้ เท่าที่จำได้เกาะเหนือที่ผมไปก็มี Auckland และก็เมือง Roturua เป็นเมืองน้ำพุร้อน ผมว่าคนเขาก็ใช่ว่าจะเยอนะครับ อย่าง Auckland คนอาจจะเยอะมากแล้วถ้าเทียบกับประเทศของเขา แต่ความพลุกพล่านก็สู้กทม.ไม่ได้อยู่แล้ว แค่ขับรถออกมาจาก Auckland สักพักก็เริ่มเป็นฟาร์มแกะอะไรกันแล้วนะครับ รู้สึกว่าจะเคยมีคนพูดเล่นๆด้วยซ้ำว่าแกะมีจำนวนมากกว่าประชากรเขาซะอีก

  3. สวัสดีค่ะ บังเอิญได้เข้ามาอ่าน ไม่ทราบว่าใช้บริการ agency ไหนเหรอค่ะ ถึงได้ราคาตั๋ว qantas ราคานี้ พอดีว่ามีแพลนจะไปเดือน ตค 51 ค่ะ

  4. ตอบคุณ wichuda
    ไม่ได้ใช้บริการ agency ค่ะ
    แต่ให้น้องชายซึ่งเป็น duty manager ของสายการบินแห่งหนึ่ง
    ช่วยหาตั๋วให้ในราคาพิเศษ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s