My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

เหอ เหอ…อ้างยูคาพันธุ์ใหม่ คุยฟุ้งกลั่นเป็นดีเซล

13 ความเห็น

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2551
พาดหัวรอง หน้า 1
รมต.วิทย์ปัดหนุนปลูกยูคาฯ
ไม่ทับซ้อนธุรกิจ

รายละเอียดของข่าว หน้า 13
‘วุฒิพงศ์’ อ้างมียูคาฯ พันธุ์ใหม่
วุฒิพงศ์ ฉายแสง รมต. วิทย์ฯ แถลงว่า
การปลูกต้นยูคาลิปตัสไม่ได้ต้องการรายได้อย่างเดียว แต่เพื่อลดปัญหาโลกร้อน
เนื่องจากต้นยูคาลิปตัสสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานทางเลือก
โดยปัจจุบันไทยสามารถพัฒนาสายพันธุ์ต้นยูคาฯ ได้เอง คือ สายพันธุ์ K51
ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
โดยได้รับการยืนยันจากงานวิจัยของนิคม แหลมสัก คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรฯ ว่า
การปลูกไม้ยูคาลิปตัสควบกับพืชอื่นๆ อาทิ ข้าวหอมมะลิ ข้าวโพด ละหุ่ง เผือก ถั่วลิสง ฯลฯ
ตลอดระยะเวลา 8 ปี ไม่ก่อมลพิษใดๆ แก่พืชข้างเคียงและไม่ทำให้ดินเสื่อมโทรมลง”

ฟุ้งมีเทคโนฯ กลั่นเป็นดีเซลได้
วุฒิพงศ์ กล่าวว่า “ส่วนการนำไม้ยูคาฯ มาเป็นพลังงาน
มีการศึกษาโดยนำเทคโนโลยีกระบวนการควบแน่นโดยใช้ความร้อนสูงให้เป็นของเหลวอีกครั้ง
โดยญี่ปุ่นสามารถพัฒนาเทคโนโลยีให้สูงขึ้นจนมีคุณสมบัติเหมือนน้ำมันดีเซล
เบื้องต้นจะส่งเจ้าหน้าที่ไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม”

ปัดตอบทับซ้อนธุรกิจสวนป่า
ผู้สื่อข่าวถามถึง กรณีที่ท่าน รมต. วิทย์ มีธุรกิจปลูกสวนป่ายูคาลิปตัสเพื่อส่งขายทำเยื่อกระดาษ
จะมีปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่
วุฒิพงศ์ ตอบว่า..
“ทับซ้อนหรือไม่ ไม่ทราบ
ทราบแต่ว่าขณะนี้ทั่วโลกยังขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตเยื่อกระดาษ”

อ่านข่าวชิ้นนี้จบแล้ว เรามีข้อสงสัย 4 ประเด็น คือ…
ประเด็นแรก- ปลูกยูคาลิบตัสแล้วตัดไปใช้เป็นพลังงานทางเลือกคงไม่ช่วยบรรเทาปัญหาโลกร้อนอย่างแน่นอน
อธิบายเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อวาน

ประเด็นที่สอง- การระบุให้ปลูกยูคาลิปตัสสายพันธุ์ K51 น่าจะเป็นการผูกขาดทางนโยบาย
เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มธุรกิจผลิตกระดาษรายใหญ่ของประเทศไทย

ข้อมูลสนับสนุน
นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน)
เคยเปิดเผยว่า
บริษัทได้คัดสายพันธุ์จากประเทศออสเตรเลีย เวียดนาม บราซิล มาเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อผสมพันธุ์ในห้องแล็บ
กระทั่งได้สายพันธุ์ตามที่ต้องการ อย่างเช่น K51 สามารถปลูกในที่ดอน
ที่มา: ทางเลือกต้นกระดาษบนคันนา รายได้เสริมสู่ทาง รอดของเกษตรกร
ปีที่ 58 ฉบับที่ 18069 วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม 2550 โดย ไทยรัฐออนไลน์

นั่นหมายความว่า…ยูคาลิปตัสสายพันธุ์ K51 เป็นผลผลิตจากการพัฒนาสายพันธุ์และเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของบริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน)
สอดคล้องกับข้อมูลที่ปรากฏในเว็บไซต์ของบริษัท ไชโย เอเอ จำกัด
หน้าถาม-ตอบต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ รายละเอียดดังภาพข้างล่าง

euca_k51.jpg
source: http://www.chaiyo-aa.com/knowing/index.html

ที่ร้ายกว่านั้น…ยูคาลิปตัสสายพันธุ์ K51 ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542…
และเนื่องจากยูคาลิปตัสเป็นพืชที่ใช้ประโยชน์จากเนื้อไม้
ผลที่ตามมาจากการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชก็คือ
นักปรับปรุงพันธุ์พืชหรือเจ้าของพันธุ์ที่ได้รับสิทธิในการเป็นผู้เดียวที่สามารถผลิต ขาย หรือจำหน่าย
นำเข้า –ส่งออก นอกราชอาณาจักร หรือมีไว้เพื่อกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งส่วนขยายพันธุ์พืชใหม่
เป็นระยะเวลานานถึง 27 ปี
(ที่มา: มาคุ้มครองพันธุ์พืชกัน ในวารสารผลิใบ ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 ประจำเดือนมีนาคม 2550)

ประเด็นที่สาม- ยูคาลิปตัสสายพันธุ์ K51 ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม <— ไม่น่าจะเป็นไปได้
ยูคาลิปตัสทำให้น้ำแห้งและดินเสื่อมโทรม เนื่องจากมันเป็นพืชที่เจริญเติบโตเร็ว
ยิ่งโตเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งใช้น้ำและธาตุอาหารในดินมากขึ้นเท่านั้น
ถ้ายูคาลิปตัสสายพันธุ์ K51 ยังเจริญเติบโตรวดเร็วไม่ผิดเพี้ยนไปจากลักษณะเด่นของยูคาลิปตัสทั่วไป
มันก็ย่อมจะสวาปามน้ำและธาตุอาหารอย่างมหาศาลเหมือนๆ กับยูคาลิปตัสทั่วไปเช่นเดียวกัน
พึงระลึกเสมอว่า..“การเพาะเลี้ยงเนื่อเยื่อไม่ช่วยเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของต้นยูคาลิปตัสแต่อย่างใด”

ประเด็นสุดท้าย- ถ้าทั่วโลกกำลังขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตเยื่อกระดาษ
เรา (ประเทศเล็กๆ อย่างไทย) จำเป็นต้องยื่นไหล่เข้าไปแบกรับปัญหานี้ด้วยรึ

13 thoughts on “เหอ เหอ…อ้างยูคาพันธุ์ใหม่ คุยฟุ้งกลั่นเป็นดีเซล

  1. ไทยเราขาดแคลนผู้คนที่มีความคิดทางวิทยาศาสตร์
    พวกปัญญาชน “NGO” เมื่อมีอคติ แล้วก็เชื่อตะบี้ตะบันไป
    รายงานวิจัย เรื่อง “ยูคาลิปตัส” มีอยู่ทั่วไป ลองใช้กูเกิ้ลค้นดู

    ประเด็นคือ ฝ่ายที่ต่อต้าน ก็ต่อต้านไป ไม่ลืมหูลืมตา ฝ่ายที่สนับสนุนก็อ้างผลจากการปฏิบัติ
    คุยกันไม่รู้เรื่องจริงๆ ทั้งๆที่ เรื่องนี้เอาข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์มาจับต้องได้

    คุณคนที่เขียนบล็อคนี้ ก่อนเขียนเคยลองค้นหา “ผลงานวิจัย” ที่แย้งหรือสนับสนุนมากพอหรือไม่

    ผมว่า ยูคาลิปตัสก็เหมือนกับไม้เศรษฐกิจทั่วไป ถ้าจัดการให้ดี ก็ไม่มีปัญหา ลองอ่านที่ลิงก์ข้างล่างดู

    http://www.budmgt.com/topics/top02/learning-community-kruba-sn.html

    ถ้าจะให้สนุกลองลิงก์นี่ดู คอมเม้นต์ในนั้นเผ็ดร้อนดี

    http://www.thaingo.org/cgi-bin/content/content2/show.pl?0332

  2. เมื่อกี้บังเอิญไปดูเรื่องยูคาลิปตัส เลยได้เอกสารนี้ (ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)

    ลองให้คุณ Wutthipong Chaisang ลองอ่านดู

    ถือว่าเป็นข้อมูลอีกด้านก็แล้วกัน ถ้าจะถกเถียงก็ให้อยู่ในกระบวนคิดแบบวิทยาศาสตร์ก็แล้วกัน

    http://www.riclib.nrct.go.th/new/ejournal/nov48/kurdi9n8.pdf

  3. การแปรรูปชีวมวลเป็นน้ำมันสังเคราะห์ที่สามารถใช้ทดแทนดีเซลไม่ใช่เรื่องใหม่ กำลัง hot กันในหลายประเทศ อาทิ อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น
    การปลูกป่าอุตสาหกรรมจึงเป็นแนวทางหนึ่งที่จะมีวัตถุดิบชีวมวลที่เหลือจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมมาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตดีเซลสังเคราะห์ได้และควรได้รับการสนับสนุนในระดับชาติภายใต้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ อย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยทดแทนการนำเข้าปิโตรเลียมเหลวแล้วยังมีผลดีจากวัฏจักรคาร์บอนช่วยลด กรีนเฮ้าแกสอีกด้วย ควรเร่งทำ

  4. ถึงคุณ acrosssky ความเห็นที่1

    น่าแปลกมากที่ข้อความแสดงความคิดเห็นของคุณถูกโยนลงไปในถังขยะใส่ความเห็นประเภทสแปมโดยระบบอัตโนมัติของ wordpress
    นี่เราไปเก็บกู้มันขึ้นมานะเนี่ย ไม่งั้นผู้อ่านบล็อกท่านอื่นๆ ก็คงไม่ได้อ่านความเห็นนี้แล้ว

    กลับเข้าประเด็นดีกว่า…
    เราเห็นด้วยที่คุณบอกว่า “ไทยเราขาดแคลนผู้คนที่มีความคิดทางวิทยาศาสตร์”
    แต่ประโยคที่สองเนี่ย ก็บอก “อคติ” ของคุณได้อย่างชัดเจน
    แถมยังแสดงให้เห็นว่า คุณเป็นพวกจัดประเภทแล้วเหมารวม
    ซึ่งเรามองว่า ..ความคิดจัดประเภทแล้วเหมารวมเนี่ย เป็นอะไรที่เชยมากๆ..

    ก่อนจะมาเขียนบทความนี้ เราก็ใช้กูเกิ้ลค้นข้อมูลมาแล้วเหมือนกัน
    มันมีทั้งเขียนเชียร์และเขียนค้านนั่นแหละ
    ..ที่เขาเรียกว่า pros and cons ไง..

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้อ่านก็ควรจะเสพข้อมูลอย่างมีสติสัมปชัญญะและพิจารณาโดยถ้วนถี่ก่อนจะตัดสินใจเชื่อหรือไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเขียน ในสิ่งที่เราได้อ่าน

    คุณรู้จักหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ชื่อ “กาลามสูตร 10” หรือเปล่า
    “กาลามสูตร 10” เป็นข้อห้ามมิให้เชื่อโดยอาการ 10 อย่าง คือ

    กาลามสูตร 10 ประการซึ่งเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าหรือเปล่า
    กาลามสูตร 10 เป็นข้อห้ามมิให้เชื่อโดยอาการ 10 อย่าง คือ
    1. อย่าปลงใจเชื่อด้วยการฟังตามกันมา (มา อนุสฺสเวน)
    2. อย่าปลงใจเชื่อด้วยการถือสีบๆกันมา (มา ปรมฺปราย)
    3. อย่าปลงใจเชื่อด้วยการเล่าลือ (มา อิติกิราย)
    4. อย่าปลงใจเชื่อด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์ (มา ปิฏกสมฺปทาเนน)
    5. อย่าปลงใจเชื่อเพราะตรรก (มา ตกฺกเหตุ)
    6. อย่าปลงใจเชื่อเพราะอนุมาน (มา นยเหตุ)
    7. อย่าปลงใจเชื่อด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล (มา อาการปริวิตกฺเกน)
    8. อย่าปลงใจเชื่อเพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว (มา ทิฏฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา)
    9. อย่าปลงใจเชื่อเพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้ (มา ภพฺพรูปตาย)
    10. อย่าปลงใจเชื่อเพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา (มา สมโณ โน ครูติ)
    ที่มา: http://www.easyinsurance4u.com/buddha4u/kalamasutta.htm

    โปรดอ่านซ้ำข้อ 4 อีกหลายๆ ครั้ง
    ฉะนั้นอย่ารีบปักใจเชื่อ เพียงเพราะว่ามันเป็นงานวิจัย
    งานวิจัยที่ดีก็มีเยอะแยะ งานวิจัยสั่วๆ ก็มีถมไป
    ยิ่งในยุคที่ “เงิน” ครอบงำสังคม ยิ่งต้องพิจารณาอย่างถ้วนถี่ว่า
    งานวิจัยเหล่านั้นเขียนด้วยอำนาจเงินหรือเปล่า

    นักวิชาการมีหลายประเภท (เราไม่เคยเหมารวมแบบคุณ acrosssky)
    ที่ดีแสนดี จรรยาบรรณสูงส่ง ไม่ทรยศต่อความรู้ที่ตนเองร่ำเรียนมาก็มีมาก
    ที่ใช้ความรู้ไปเพื่อกอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวเองก็มีไม่น้อย
    (เห็นมาหลายรายแล้ว โดยเฉพาะในประเด็นข้อขัดแย้งทางสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้งานวิจัยทางวิชาการมาเป็นตัวตัดสิน)
    เพราะฉะนั้นวิจารณญาณของผู้รับสารจึงเป็นสิ่งสำคัญ
    ซึ่งเรื่องอย่างนี้บางทีมันก็สอนกันไม่ได้ซะด้วย

    คุณบอกว่า “ฝ่ายที่ต่อต้าน ก็ต่อต้านไป ไม่ลืมหูลืมตา ฝ่ายที่สนับสนุนก็อ้างผลจากการปฏิบัติ
    คุยกันไม่รู้เรื่องจริงๆ ทั้งๆที่ เรื่องนี้เอาข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์มาจับต้องได้”

    เดาเอาจากการแสดงความเห็นของคุณ acrosssky
    เราว่าคุณอยู่ฝ่ายสนับสนุนแบบสุดลิ่มทิ่มตูด..เอ๊ย ทิ่มประตู เลยนะเนี่ย
    เลยอยากถามกลับไปว่า คุณได้ “ลืมหูลืมตา” อ่านงานวิจัยที่เขียนถึงผลกระทบด้านลบจากการปลูกยูคาลิปตัสบ้างหรือยัง
    เขาก็ทำการศึกษาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์เหมือนกันนะ

    สำหรับเราอ่านมาทั้งเชียร์และค้านแล้ว
    และก็อ่านมามากพอที่จะชั่งน้ำหนักเพื่อหาจุดยืนให้ตัวเองได้ชัดเจน
    ทั้งที่ค้นหาจากอินเตอร์เน็ตและสืบค้นจากห้องสมุด
    อ่านมาก่อนที่เจ้ากระทรวงวิทย์ฯ คนปัจจุบันจะเอ่ยปากพูดเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

    ส่วนที่คุณบอกว่า ” ยูคาลิปตัสก็เหมือนกับไม้เศรษฐกิจทั่วไป ถ้าจัดการให้ดี ก็ไม่มีปัญหา” อันนี้เราเห็นต่างนะ
    ยูคาลิปตัสอาจจะเป็นไม้เศรษฐกิจตามการจัดประเภทของกรมป่าไม้หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ
    ทว่า มันไม่เหมือนกับไม้เศรษฐกิจอื่นๆ เพราะมันเติบโตอย่างรวดเร็ว
    และการเติบโตอย่างรวดเร็วนี่เองที่ส่งผลถึงการดูดน้ำและธาตุอาหารจากดินในปริมาณมหาศาล
    เหมือนคนนั่นแหละ กินอาหารน้อย กินอาหารไม่มีคุณค่า มันก็จะแคระแกรน หมดโอกาสเติบโตอย่างสมบูรณ์
    การสวาปามน้ำและธาตุอาหารของยูคาลิปตัส จะนำมาซึ่งความหายนะของผืนดิน

    สำหรับลิงก์ http://www.budmgt.com/topics/top02/learning-community-kruba-sn.html
    เข้าไปอ่านแล้วนะ ขอบคุณมากที่เอามาฝาก
    กาลามสูตร 10 ข้อที่ 10 บอกว่า อย่าปลงใจเชื่อเพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา
    ขนาดครูของเราบอกก็ยังมิควรรีบปลงใจเชื่อเลยนะ
    ปราชญ์ท่านนี้ไม่ใช่ครูของเราซะด้วย เราควรจะเชื่อดีไหมเนี่ย
    อ่านแล้วขอเวลาคิดทบทวนก่อนนะ เชื่อหรือไม่เชื่ออย่างไรจะมาบอกอีกที (ถ้าคุณยังอยากรู้)

    ส่วนกระทู้ http://www.thaingo.org/cgi-bin/content/content2/show.pl?0332 ที่คุณบอกว่า “คอมเม้นต์ในนั้นเผ็ดร้อนดี”
    คงขอบายไม่เข้าไปอ่านหรอกนะ เพราะคอมเม้นต์ในนี้ก็กำลังจะเผ็ดร้อนขึ้นมาแล้วแหละ
    ถ้าอยากสัมผัสความเผ็ดร้อน พึ่งความเผ็ดร้อนของตนเองดีกว่า ^_^

    ปล. อย่าเพิ่งเบื่ออ่านนะ เราจะตอบทุกความเห็นของคุณเลย..
    คืนนี้อารมณ์ดี ไม่ง่วง เขียนตอบได้ถึงเช้า

  5. ถึงคุณ acrosssky ความเห็นที่ 2
    ถ้าคุณต้องการให้ Wutthipong Chaisang เข้าไปดูลิงค์ที่คุณเอามาฝาก
    รบกวนส่งไปที่อีเมล์ของรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเองนะ
    เพราะเราไม่รู้จะส่งต่อให้เขาอ่านได้อย่างไร มันไม่ใช่หน้าที่หรือธุระอะไรของเราด้วย

    และเมื่อคุณตั้งใจจะให้คุณ Wutthipong Chaisang เข้าไปอ่านข้อมูลในลิงค์นั้น
    เราก็คงไม่เข้าไปละลาบละล้วงอ่านก่อนที่มันจะส่งถึงมือผู้รับสารหรอกนะ
    มันเป็นเรื่องระหว่างคุณ acrosssky กับคุณ Wutthipong Chaisang
    และเราก็เคารพในสิทธิการสื่อสารระหว่างบุคคล 2 คน

    ปล. ยินดีที่คุณ acrosssky เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ^_^

  6. โลกวิวัฒน์ด้วยกิเลสคน ปะปนไปด้วยความเห็นแก่ตัว เอาเปรียบ ใช้โอกาสเบียดเบียนแล้วอ้างโกหกพกลมหรือมองในมุมแคบแล้วอวดโวหารให้อยู่เหนือสิ่งที่อยู่ตรงข้าม เพียงเพื่อผลประโยชน์ การเสนอของนาย Wuttipong Chaisang ครั้งนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายกับคนในปัจจุบันมากนัก แต่ก็ไม่ได้เป็นประโยชน์กับโลกซึ่งมีคนเป็นสมาชิกในอนาคเลย หรืออาจจะเป็นผลกระทบต่อโลกในอนาคตมากกว่าเดิมก็เป็นได้(เพราะยังมาไม่ถึง ยังต้องพึ่งพยากรณ์ศาสตร์ที่มีพลังในการสร้างความเห็นชอบเข้ามาผลักดัน) แต่ในเมื่อปัจจุบันความต้องการอยากได้(เงินจ้างพูด) มากกว่าการหลีกเลี่ยงผลกระทบ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะใช้จังหวะแลโอกาสสร้างรายได้ด้วยการเสนอในฐานะผู้กำกับดูแล อย่าไปสนใจมากนัก โลกร้อน เพราะปลูกยูคาลิปตัสมากขึ้น ก็จะทำให้น้ำท่วมบ้านของของคนผลักดันเรื่องนี้เองแหละ เราหลีกเลี่ยงไม่ได้กับการเป็นสรรพเพสัตตาร่วมเกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน เพียงแค่มองในทางสายกลางก็จะไม่ยินดีหรือต่อต้าน หาความสุขกับวันวาเลนไทน์กันดีกว่านะ

  7. ตอบคุณ Hope on biomass บ้าง
    สำหรับเรื่องการนำไม้ยูคาฯ มาเป็นพลังงานทางเลือกนั้น
    เราไม่เคยรับทราบรายละเอียดของข้อมูลมาก่อน
    ก็ขอบคุณที่มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม

    แต่…
    เราก็ยังสงสัยว่า มันจะมีผลดีกับวัฏจักรคาร์บอนหรือช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างไร
    เพราะสสารไม่มีวันสูญหาย คาร์บอนที่อยู่ในเนื้อไม้ยูคาฯ เมื่อโดนตัดโค่นมาใช้ประโยชน์และมีการเปลี่ยนรูป มันก็ต้องปลดปล่อยคาร์บอนออกมาอยู่ดี
    ถ้าคุณ Hope on biomass มีข้อมูลเพิ่มเติม
    ขอเชิญอธิบายหรือแลกเปลี่ยนความเห็นในพื้นที่นี้ได้เลยตามสบาย ^_^

  8. คุณคิ้วหนา เขียนบล็อคขึ้นมาทำไมมิทราบ
    อยากอ่านความเห็นของตัวเองแค่นั้นหรืองัยครับ
    แค่บล็อคมันยังจะมีการหาว่าความเห็นคนอื่นเป็นสแปมเลย

    ผมอ่านความเห็นทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ ทั้งคนเชียร์กะคนต่อต้าน
    ประเด็นที่ผมเห็นคือ ฝ่ายต่อต้านก็อ้างอยู่นั่นแหละว่า ยูคาลิปตัสมันดูดน้ำเยอะ
    ฝ่ายที่สนับสนุนก็อ้างว่าปลูกได้ ไม่มีปัญหาเรื่องน้ำ
    ผมเองเป็นวิศวกร ใช้หลักวิทยาศาสตร์ล้วนๆ
    ก็เลยสงสัยว่า ไม่รู้จักวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาสรุปกันหรือไร

    พอผมให้ไปดูความเห็นอีกด้านหนึ่ง ท่านคิ้วหนาอ้างกาลามสูตรเฉยเลย
    5555 ตกลงว่าท่านไม่ยอมรับความเห็นอีกฝ่ายหนึ่งเลยสิท่า เพราะกาลามสูตรว่าไว้
    ทีท่านอ้างอิงของท่าน ท่านเชื่อข้อมูลของท่านละสิ อย่างนี้เขาเรียกว่า biased
    ทางหลักวิทยาศาสตร์ มันพิสูจน์ไม่ยาก
    ก็ปลูกดูสิครับ ที่จริงผลการศึกษาก็ออกมาแล้ว แต่พวกที่ต่อต้านไม่เคยยอมรับ

    บายละครับ เขียนเองอ่านเองก็แล้วกัน คงเจริญดี

  9. ถึงคุณ acrosssky
    คุณคงไม่ได้ใช้ wordpress สินะ
    เลยไม่รู้ว่าที่ wordpress เนี่ยใช้โปรแกรมอาคิสเมต (Akismet) ดักจับ spam โดยอัตโนมัติ
    การพิจารณาว่า ความคิดเห็นไหนเป็น spam หรือไม่เป็น spam
    จึงเป็นสิทธิขาดของอาคิสเมต

    คือเราอยากจะยกเลิกการทำงานของอาคิสเมตเหมือนกัน
    แต่ทำไม่ได้ เพราะโดน wordpress บังคับใช้..เหมือนซื้อเหล้าพ่วงเบีบร์ อะไรทำนองนั้น
    สิ่งที่เจ้าของบล็อกทำได้คือไปเก็บกู้ความเห็นที่โดนโยนลงถังขยะกลับขึ้นมาเท่านั้น
    และถ้าไปเก็บกู้ช้า มันจะโดนลบอย่างถาวร

    โปรดพิจารณาอย่างเป็นกลาง
    หากเราตั้งใจจะปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างของคนที่คลิกเข้ามาอ่านบล็อกนี้
    เราจะไปเก็บกู้ความคิดเห็นของคุณขึ้นมาทำไม ปล่อยให้อาคิสเมตลบทิ้งไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ

    หรืออย่างที่คุณ Hope on biomass พูดถึงการนำไม้ยูคาฯ มาเป็นพลังงานทางเลือก
    เราก็ยอมรับตามตรงว่า ไม่มีข้อมูล ไม่เคยรับรู้ข้อมูล
    และขอบคุณที่เขามาให้้ข้อมูลเพิ่มเติม

    ในเมื่อคุณประกาศตัวว่า เป็นวิศวกร ใช้หลักวิทยาศาสตร์ล้วนๆ
    งั้นเราขอรับทราบข้อมูลซึ่งเป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยยืนยันว่า..
    “การปลูกยูคาลิปตัสไม่มีปัญหาเรื่องน้ำ” ได้หรือไม่
    รบกวนเอามาแปะไว้ในนี้เลยนะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านท่านอื่นๆ

    หรือถ้าอยากอ่านงานวิจัยที่ศึกษาโดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์
    ก่อนจะสรุปผลว่า ยูคาลิปตัสส่งผลกระทบต่อดินและน้ำอย่างไร
    ขอให้บอก เราจะเอามาแปะให้อ่าน

    การอ้างหลักกาลามสูตร 10 ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้ตามไปอ่านความเห็นของอีกฟากฝั่ง
    เราอ่านนะ แต่เป็นการอ่านที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนจะเชื่อว่าสิ่งที่คุณอ้างนั้นเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน
    ส่วนกระทู้ที่คุณว่ามีการแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนนั้น เราเพิ่งคลิกเข้าไปอ่านวันนี้
    แล้วก็พบว่ามันเป็นอย่างที่เราคิดไว้ตั้งแต่แรก
    นั่นคือ ใช้อารมณ์มากกว่าใช้ข้อมูลเพื่อถกเถียงอย่างมีเหตุผล
    ซึ่งนอกจากจะอ้างถึงอดีตนายกแล้ว ด่าคนโน้นโง่ คนนี้โง่แล้ว
    ยังมีความเห็นจำพวกแอบแฝงหาประโยชน์ด้วยการประกาศขายกล้ายูคาราคาถูกอีก
    ..เสียเวลาอ่านจริงๆ..

    หากคุณ acrosssky จะมองว่า เราไม่ยอมรับความเห็นของอีกฝ่าย เราเชื่อแต่ข้อมูลของตัวเอง ด้วยการสรุปว่า “ตกลงว่าท่านไม่ยอมรับความเห็นอีกฝ่ายหนึ่งเลยสิท่า เพราะกาลามสูตรว่าไว้ ทีท่านอ้างอิงของท่าน ท่านเชื่อข้อมูลของท่านละสิ อย่างนี้เขาเรียกว่า biased”
    ก็เชิญตามสบายจ้ะ
    คุณจะมองเราอย่างไร จะคิดว่าเราเป็นอย่างไร
    ถือเป็นสิทธิของคุณ ซึ่งเราไม่ก้าวก่ายอยู่แล้ว

    สุดท้ายก็ต้องขอบคุณที่มาอวยพรให้ “เจริญดี” แต่คงรับไว้ไม่ได้หรอก
    ขอให้คำว่า “เจริญดี” กลับไปสู่ท่านแล้วกันนะ

  10. สวัสดีครับ
    ผมตามาอ่านจากบอร์ดที่แล้ว
    ผมไม่ได้เชียร์ใคร แต่ก็มีจุดยืนของตัวเอง
    ผมไม่ทราบว่าคุณ acrosssky เป็นใครมาจากไหน แต่ก็ต้องขอบคุณที่เห็นต่าง เพราะคุณมักจะอ้างว่า “อธิบายอย่างเป็นวิทยาศาสตร์” งั้นผมจะบอกว่า “อธิบายด้วยหัวใจมนุษย์” จะได้แตกต่างกัน
    อย่ากล่าวอ้างคำว่าวิทยาศาสตร์อย่างพร่ำเพรื่อ เพราะมันจะลดทอนคุณค่าความเป็นวิทยาศาสตร์ไปโดยอัตโนมัติ ผมเองก็เป็นพวก “บ้า” วิทยาศาสตร์ “บ้า” หนังไซไฟอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่เนื้อหาในหนังเหล่าดูเอาเถิดว่านั้นมันบอกถึงการเมือง สังคม วัฒนธรรมไว้อย่างหนักแน่น
    ลองไปดูสิครับ Star Trek Insurection และทุกๆ ภาค/ทุกๆ Series, Star Wars Episode I/II/III มีประเด็นการเมืองและสังคมวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น
    ซึ่งสุดท้ายหนังเหล่านั้นได้ให้คำตอบแก่ผมว่า “สุดท้ายอยู่ที่ตัวคุณตัดสิน” นั่นแหละ เราก็ไม่เห็นต้องเอาวิทยาศาสตร์มาใช้ตัดสินอย่างพร่ำเพรื่อนี่ครับ
    ถ้าคุณอ้างว่าเป้นวิศวกร แต่ถ้าผมอ้างว่าเป็นนักสังคมศาสตร์ คุณจะกล้ามาดีเบตในประเด็นนี้กับผมไหมครับ และผมไม่กลัวในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมหรือวิทยาศาสตร์เลยครับ เพราะผมเคยศึกษาด้านวิศกรรมมาก่อน ทั้งยังได้ศึกษาวิชาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากร และผมก็ติดตามนโยบายเหล่านี้ของรัฐมายาวนาน โดยเฉพาะประเด็นนี้ก็เป็นเพียงนโยบายที่อำนวยประโยชน์ให้คนเพียงกลุ่มเดียว ก็คนในรัฐบาลนั่นแหละ (คิดไว้แล้วไม่มีผิด)

  11. เชิญแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตามสบาย

    ปล. โปรดใช้เหตุและผลให้มากกว่าอารมณ์เด้อพี่น้อง

  12. งงเหมือนกันนะครับเรื่องนี้ จริงๆไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาเพราะไม่ได้เล่นหรืออ่านบล็อคเสียสักเท่าไหร่ อาจจะไม่มีคนมาคอมเม้นต์แล้วก็ได้เพราะว่ามันสองเดือนมาแล้ว แต่เท่าที่อ่านดูงงๆจริงครับ คือคนหนึ่งอ้างหลักวิทยาศาสตร์ไม่ได้เอาอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมาแปะให้ อีกคนหนึ่งพูดถึงกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง (กลุ่มเดียว) ที่ได้รับผลประโยชน์ สิ่งที่ผมงงก็คือทำไมไม่ทำให้กระจ่างทั้งสองฝ่าย?​ คนที่อธิบายด้วยวิทยาศาสตร์หากมีการทดลอง มีหลักฐานมายืนยันคอนเซปต์มันถูกแน่นอนครับ มีผลข้างเคียงอย่างอื่นหรือไม่ต้องหาข้อมูลมาเพิ่มเติม ส่วนที่คุณสินบอกว่าจะมามองและดีเบตในฐานะนักสังคมศาสตร์มันคงไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าสิ่งที่เรากำลังศึกษากันอยู่มันคือปัญหาที่ต้องการความจริง (fact) ครับ ไม่ได้ต้องการความเห็นใจหรือสิ่งอื่นใด ที่พูดกันนี่ไม่ได้ดูว่าจะมีใครได้รับผลประโยชน์บ้าง กลุ่มนั้น กลุ่มนี้ คอรัปชั่น แต่เรากำลังดูกันว่าพืชชนิดนี้น่ะมันมีประโยชน์ตามที่กล่าวอ้างมาหรือไม่ครับ ประเด็นเรื่องทางสังคมก็ตกไปครับ วิทยาศาสตร์ไม่ควรที่จะนำมากล่าวอ้างลอยๆก็จริงอยู่ แต่สิ่งที่เราต้องการหาข้อเท็จจริงเราต้องอ้างวิทยาศาสตร์ซึ่งมาจากการทดลองและวิจัยและหลักฐานครับ ผมไม่เห็นว่ามีอะไรที่ทำให้กล่าวอ้างวิทยาศาสต์เป็นเรื่องไม่สมควรเลยในหัวข้อนี้

    คอมเม้นต์ด้วยความเคารพ

  13. ดีครับ..ยินดีกับท่านที่ได้ประโยขน์ เห็นใจกับท่านที่ไม่ได้ประโยชน์และไม่เสียประโยชน์ เข้าใจกับท่านที่เสียประโยชน์ เราต้องช่วยกันต่อสู้ต่อไป สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องอยู่ได้กันทุกฝ่ายสบายบ้างลำบากบ้างก็ธรรมชาติดี ไม่มีใครเชี่ยวชาญไปหมดทุกเรื่อง ต้องพึ่งพากันไปกระทบกันในทางที่ดี-แย่บ้างเป็นธนรรมดา
    ผมต้องการใช้ไม้ยูคาแก่ๆ อายุราวๆ10ปี โตไม่เกิน3นิ้ว ยาว1ฟุตขึ้น แล้วแต่เดือนล่ะ 10,000ตันตลอด ต้องทำอย่างไรบ้าง ท่านใดมีความรู้ช่วยด้วยครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s