My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

NZ trip 03 : Christchurch เมื่อแรกเจอ

6 ความเห็น

แม้เราจะหลับไปเพียงนิดเดียวตลอดการเดินทางที่ยาวนานกว่า 12 ชั่วโมง
แต่นาทีนี้ไม่มีอาการง่วงเหลืออีกแล้ว กลายเป็นตื่นเต้นดีใจที่จะเที่ยวแบบเต็มๆ
ไม่มีใครมาทวงต้นฉบับ เพราะเคลียร์งานเรียบร้อยแล้วก่อนออกเดินทาง
ไม่มีใครโทรมาตามตัว เพราะโยนมือถือทิ้งไว้ที่บ้าน ขาดการติดต่อสัก 11 วัน ไม่ถึงกับแย่หรอกเนอะ

15 ตุลาคม 50 เวลาที่นิวซีแลนด์คือ 14.30 น.
ด่านตรวจคนเข้าเมืองสำหรับนักท่องเที่ยวคิวยาวและรอน้านนาน
แต่สำหรับชาวนิวซีแลนด์แล้ว แหมรวดเร็วมากๆ
ดูดิ ยายป้าเสื้อแดงช่างเม้าท์เดินไปรับกระเป๋าแล้ว เรากับนุดยังยืนรอต่อแถวอยู่เลย

อ้า…ในที่สุดก็ถึงคิวเรา ยื่นหนังสือเดินทางและเอกสารเข้าประเทศให้เจ้าหน้าที่
ซักถามเล็กน้อยพอเป็นพิธี จะอยู่กี่วัน พักที่ไหน ไปเที่ยวไหนบ้าง เช่ารถยี่ห้ออะไร ฯลฯ แล้วก็ผ่านฉลุย
รับกระเป๋าครบถ้วน 3 ใบ เสื้อผ้าของเรา 1 ใบ เสื้อผ้าของนุด 1 ใบ
และใบที่สำคัญที่สุดคือ เสบียงและอาหารแห้งอีก 1 ใบ

บริเวณที่ยืนรอรับกระเป๋า มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงและหมาบีเกิล 1 ตัวกำลังทำหน้าที่อย่างแข็งขัน
เดินดมกระเป๋าใบโน้นใบนี้อยู่ตลอดเวลา
น้องหมาแวะมาดมสัมภาระของเราด้วย และผละจากไปอย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่ไม่ลืมที่จะเอ่ยชมการทำงานของเจ้าสี่ขาว่า “good boy”

ด่านต่อไปที่ต้องเจอคือ Goods Declaration
เราต้องเปิดกระเป๋าเสบียงใบเล็กโชว์ว่า ครัวไทยเคลื่อนที่พกอะไรกันมาบ้าง
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวสาร ซอสถั่วเหลือง วาซาบิ และโจ๊กซอง ผ่านด่านมาได้สบาย
(อาหารที่จะเข้านิวซีแลนด์ได้จะต้องเป็นของแห้งที่บรรจุซองเรียบร้อยและมีรายละเอียดข้างซองที่ชัดเจน)
และด่านสุดท้ายคือ เอ็กซเรย์กระเป๋า

เดินผ่านประตูทางออกมาได้ไม่กี่ก้าว นุดก็เห็นสาวชุดขาวยืนโบกมือไหวๆ
องุ่นมารอเราอยู่แล้ว เพราะไฟล์ทของเธอมาถึงก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง
ทักทายกันหายคิดถึงแล้วก็พากันไป i-site ในสนามบิน
คือ i-site เนี่ยเป็นเหมือนจุดบริการนักท่องเที่ยวที่มีอยู่ทุกเมืองในนิวซีแลนด์
สามารถจองที่พัก จองรถทัวร์ จองรถไฟ ติดต่อรถเช่า ซื้อตั๋วสำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวต่างๆ
มีแผนที่เส้นทาง แผนที่เมืองใหญ่เมืองเล็ก แผ่นโฆษณาท่องเที่ยว ฯลฯ ให้หยิบ
คือมันสารพัดประโยชน์มากๆ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอะไรเดินเข้าไปถามเจ้าหน้าที่ได้เลย เขาบริการฟรี

สิ่งแรกที่เราใช้บริการ i-site คือการจองทริปบอลลูน สำหรับเช้าตรู่วันที่ 17 ต.ค.
เพราะเป็นกิจกรรมที่หมายมั่นปั้นมือว่า
ครั้งหนึ่งในชีวิตขอขึ้นบอลลูนชมวิวที่ราบ Canterbury หน่อยเหอะวะ
จ่ายเงินสดไปเลย คนละ NZD$280 ซึ่งถือว่า “พลาด” ที่จ่ายเงินสด (เดี๋ยวจะเฉลยในตอนต่อๆ ไป)

จากนั้นก็จองที่พักสำหรับคืนที่ 3 ที่ Greymouth จ่ายไปอีกคนละ NZD$29
เราวางแผนคร่าวๆ ว่า สองคืนแรกจะนอนกันใน Christchurch เที่ยวใน Christchurch
พอเช้าวันที่ 17 ต.ค. ขึ้นบอลลูนแล้วก็จะเช่ารถ ขับข้ามไปดู Pancake Rock ในเขต West Coast
จองที่พักเลยแล้วกันเผื่อถึง Greymouth มืดค่ำจะได้ไม่ต้องเสียเวลาขับวนหาที่พักอีก
(ซึ่งเป็นการพลาดครั้งที่สอง และทำให้เราไม่จองที่พักล่วงหน้าอีกเลยสำหรับคืนต่อๆ ไป)

เดินออกมาสัมผัสอากาศเย็นๆ นอกสนามบิน สุมหัวดีใจกันอยู่ 3 คนว่า ในที่สุดก็ได้มาเที่ยว
แล้วจึงเดินไปรอรถบัสที่จะพาเข้า Christchurch City Center
ถามคนแถวนั้น เขาบอกว่า มันจะมาทุก 15 นาที ยืนรอได้แป๊ปเดียว
ก้มีคนขับรถตู้มาชวนให้เข้าเมืองไปกับเค้า เป็น Xbase shuttle วิ่งระหว่างสนามบินกับตัวเมือง Christchurch
ราคาคนละ NZD$5 เท่านั้น …อ้าว ถูกกว่าบัส (บัสคนละ NZD$7.50) แถมไม่ต้องรอ ใครจะปฏิเสธ
แล้วพวกเราหอบกิ้วสัมภาระขึ้นรถตู้ไปอย่างว่าง่าย

รถตู้แล่นมาเรื่อยๆ มองผ่านหน้าต่าง Christchurch เป็นเมืองที่น่าอยู่
สะอาดสอ้าน เป็นระเบียบเรียบร้อย หลายคนจูงหมามาวิ่งออกกำลัง
มีช่องทางสำหรับรถจักรยานโดยเฉพาะ นักปั่นทุกคนสวมหมวกกันน็อคเพื่อความปลอดภัย
ที่สำคัญ การจราจรเบาบาง รถจอดติดที่สี่แยกไฟแดงเท่านั้นเอง
มันเป็นบรรยากาศที่แตกต่างจากเมื่อ 24 ชั่วโมงที่แล้วโดยสิ้นเชิง

Xbase shuttle พาเรามาหย่อนที่ Cathedral Square
โอ๊ะ โอ Christchurch Cathedral มีนั่งร้านระเกะระกะเชียว
ทำไมต้องมาซ่อมแซมตอนที่เรามาเที่ยวด้วยเนี่ย
ภาพถ่ายแรกของ Christchurch Cathedral ก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

เข้าที่พักกันก่อนดีกว่า เอาแผนที่ออกมากาง ถามทางคนแถวนั้น
ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีก็เดินมาถึง YHA Christchurch, Rolleston House สองคืนแรกพวกเราจะนอนกันที่นี่แหละ

พวกเรา 3 คนได้ห้องพักหมายเลข 1 เป็น Shared Room สำหรับ 6 คน
เตียง 2 ชั้นจำนวน 3 เตียงถูกเพื่อนร่วมห้องจับจองเตียงนอนไปแล้ว 1 เตียง
จากหน้าต่างห้องพัก มองเห็น Canterbury Museum ได้อย่างชัดเจน

ห้องครัวที่นี่กว้างขวางพอสมควร มีเตาไฟฟ้าให้ใช้งานมากกว่า 10 เตาเลยทีเดียว

เขาแยกขยะกันอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นต้องทิ้งให้ถูกถัง

แวะมาพักแล้วไม่อยากแบกข้าวของไปให้หนัก
บริจาคเป็น Free Food ให้นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ได้อิ่มท้อง

เพราะ Christchurch ได้รับการขนานนามว่าเป็น Garden City of the World
เราก็เลยเดินข้ามถนนไปเยี่ยมชม Christchurch Botanic Gardens กันซะหน่อย

ประเดิมด้วยรูปหมู่ของสมาชิกร่วมทริป

Christchurch Botanic Gardens เป็นสวนที่มีเสียงนกร้องอยู่ตลอดเวลา
แปลงดอกไม้บานอวดสีสวยกันใหญ่
เดินเล่นและถ่ายรูปกันสักพัก แสงน้อยลงเรื่อยๆ ตามเวลาที่เย็นย่ำ
เลยออกจากสวนแล้วเดินไปยังร้านขายของที่ระลึกใกล้ๆ ย่าน Cathedral Square
เพราะองุ่นต้องตามล่าสินค้าของ All Blacks ที่มีคนฝากซื้อถึง 3 รายการ
(All Blacks เป็นชื่อทีมชาติรักบี้ของนิวซีแลนด์ที่ชาวกีวี่แสนจะภูมิใจ)

ปิดท้ายโปรแกรมสุดท้ายของวันด้วยอาหารจานโต ที่ร้าน Oxford on Avon
ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Colombo ติดกับแม่น้ำสายเล็กๆ ที่ชื่อ Avon
เขาโฆษณาว่าเป็น BIGGEST Roast Meal in Town ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า
พวกเราก็เลือกเข้าร้านนี้หลังจากเดินวนเวียนสำราจร้านอาหารละแวกนั้นอยู่หลายนาที

เราเลือก Roast Lamb มาถึงนิวซีแลนด์ ขอชิมเนื้อน้องแกะหน่อยนะ

นุดสั่ง Roast Chicken ให้ไก่มาสักครึ่งตัวได้ เยอะมากๆ

ส่วนขององุ่นก็คือ Roast Beef ซึ่งจานโตไม่แพ้กัน

ทั้งอาหารปริมาณเยอะและมีเรื่องราวที่ต้องคุยกันมากมาย เพราะเราไม่เจอหน้าองุ่นมา 1 ปีเต็มๆ
มื้อเย็นแรกที่ Christchurch เลยเป็นมื้อที่กินกันนานมากๆ
กินไป หัวเราะไป มีความสุขกันถ้วนหน้า
โดยที่ไม่มีใครรู้ว่า…มันจะเป็นมื้อแรกและมื้อเดียวที่พวกเราจะได้นั่งกินกันในร้านอาหาร

Advertisements

6 thoughts on “NZ trip 03 : Christchurch เมื่อแรกเจอ

  1. โอ..พระเจ้า จานแกะน่ากินมากกกกก

  2. อะนะ อ่านตอน 01 ให้ข้อมูลละเอียดดี
    ตอน 02 นั่งสายการบินเดียวกับตอนที่เราไปออสเตรเลีย (ซึ่งมันก็คงมีไม่กี่สายที่จะนิยมกัน) ของนุ่นมีคุณป้าแอบเมาท์ด้วย
    ตอน 03 หน้าตายังเหมือนเดิมเลยนะ ดูปุ๊ป รู้เลยว่าใคร (มันก็แน่อยู่แล้ว อิอิ)

    หมายเหตุ นิวซีแลนด์คือประเทศที่ต้องไปเที่ยวให้ได้ในชีวิตนี้แหละ รอหน่อย จะต้องไปๆๆๆๆ
    มาเก็บข้อมูลกันก่อนนะ ^^

  3. ถึง kampooh
    เป็นครั้งแรกที่ได้เราได้กินเนื้อแกะ
    มีกลิ่นสาบนิดๆ แต่ไม่ถึงขนาดรบกวนความอร่อย

    ถึง cotton
    “หน้าตายังเหมือนเดิมเลยนะ”
    เราตีความเข้าข้างตัวเองว่า…ยังดูอ่อนเยาว์เหมือนสมัยเรียน ม. ปลาย..เอิ๊ก เอิ๊ก

    ขอย้ำคำเดิม ถ้ามีโอกาสควรไปเหยียบนิวซีแลนด์สักครั้งในชีวิต
    ทริปนี้เราไปตั้งแต่ตุลาคมปีที่แล้ว
    พอหยิบขึ้นมาเขียนบล็อกตอนนี้ อาการอยากไปเที่ยวนิวซีแลนด์ก็กำเริบอีกครั้ง
    ถึงขนาดเอาไปฝันว่า กำลังเดินเที่ยวแถวๆ Colombo street ใน Christchurch เลยเชียว

  4. ทำไมทิ้งท้ายได้น่ากลัวจริงๆเลยแหะ สงสัยค่าอาหารทำพิษแน่ๆ

  5. ถึง soilmatter
    มันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นหรอก
    มื้อนั้น 3 จานรวม เกือบ NZD$50
    ปล. โปรดติดตามตอนต่อไป

  6. เอ้ ก็อาจจะถือว่าไม่เท่าไรนะประมาณ 1,255.93 THB เปะๆได้ ประมาณจานละสี่ร้อยได้เที่ยบว่าเป็นค่าครองชีพของที่นู้น ก็คงไม่เท่าไร

    เพราะฉะนั้นคงมีอะไรในตอนห้าแน่เพราะตอนสี่ยังอ่านไม่เจอ แต่ถ่ายรูปสวยมากครับ แสงดีวิวดีด้วย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s