My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

เมื่อนายกฯ สมัครพล่ามถึงยูคาลิปตัส

6 ความเห็น

“ท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ท่านเรียนกฎหมายนะครับ
ท่านบอกคุณพ่อบังคับให้เรียน แต่ตัวท่านชอบวิทยาศาสตร์และสนใจ แล้วท่านก็ชอบตรงนี้
คือท่านชอบแล้วท่านยังชอบต้นไม้แล้วก็ศึกษาเรื่องต้นไม้
พอรัฐมนตรีวิทยาศาสตร์บอกว่า จะปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา
เพื่อช่วยพัฒนาประเทศ เพื่อช่วยเศรษฐกิจ
ก็ท่านคิดอย่างนี้ คนที่พูดอย่างนี้ ก็ต้องรู้ในสิ่งที่เขาพูด

ท่านโวยวายกันใหญ่ ออกข่าวเป็นทำนองเหมือนว่า เอาอีกแล้วเป็นรัฐมนตรีไม่รู้เรื่อง
ยูคาลิปลงปลูกดิน มันกินดิน มันดูดดิน มันทำดินเสียหาย ช่างพูดกันจริง
มันมีอะไรครับ มันสำปะหลังก็เป็นอย่างเดียวกัน แต่มันสำปะหลังมันใส่ปุ๋ย
แต่ไอ้ต้นไม้พันธุ์นี้ไม่มีใครใส่ปุ๋ย เขาปลูกกัน เขาดูแลกัน ก็สุดแล้วแต่
แต่ว่าเมื่อเวลาฟังความ รัฐมนตรีที่โดนอย่างนี้ไป ผมก็โดน
ใช้คำสำนวนผมเข้าไป ต้องแส่เข้าไป ไปดูหน่อย
บังเอิญผู้เชี่ยวชาญยูคาลิปตัสขอพบผม ขอสนทนา คือคุยทางโทรศัพท์ได้ไหมครับ
ไม่ได้ จะพูดเอง พูดเองมาเลย ผมก็ลงมาวน นัด 3 โมงเย็น คุยกันถึง 4 โมงน่ะครับ เชี่ยวชาญจริงๆ
เราก็ได้รู้เหมือนที่เจ้าหน้าที่บอกว่า ยูคาลิปเมื่อ 20 ปีก่อน มันเปลี่ยนพันธุ์ เปลี่ยนแปลงใหม่

แล้วการค้นพบของอาจารย์ท่านนี้ มีเหตุผล แล้วท้าได้ พิสูจน์ได้ ทางราชการก็รับรอง
แต่ว่าเขาปลูกพันธุ์ใหม่ แล้วเขาปลูกที่ไหน เขาปลูกบนคันนา

เขาค้นพบว่า เขาปลูกต้นยูคาลิปบนคันนา
พอปลูกไปปลูกมา ที่แรกคันนาก็แคบ
เขาเห็นแล้วว่าพอปลูกแล้วข้าวบนนามันได้มากขึ้น อะไรต่างๆ ก็ได้มากขึ้น ใบก็เป็นปุ๋ย
ก็ค้นพบว่าเมื่อปลูกต้นไม้บนคันนานั้น รากมันออกไปอยู่ในผืนนา
แล้วเมื่อไถแล้ว เมื่อรากมันถูกไถ ปรากฏว่ารากต้นยูคาลิป มันเป็นปุ๋ยที่ดีสำหรับต้นข้าว

แล้วในขณะเดียวกัน เมื่อไปไถโดนรากมันที่อยู่ในคันนา คือว่าถ้านี่เรียกว่าคันนา
ต้นไม้อยู่บนคัน แล้วรากก็ออกไปอยู่ในนา
เมื่อไถมันก็ตัดราก ตัดรากต้นก็สะดุ้ง ต้นสะดุ้งแล้วเป็นไง
ต้นสะดุ้งแล้วไม่ตายหรอกครับ มันโตใหญ่ มันโตมากขึ้น
แล้วข้างในนาที่ถูกตัดออกไปปนกันข้างในนั้นก็เป็นปุ๋ย ใบร่วงมาก็เป็นปุ๋ย ข้าวได้มากขึ้น
ก็ข้อเท็จจริงเป็นอย่างนี้ คนเป็นรัฐมนตรีเขาเข้าใจ เข้ารู้ เขาเลยเห็นอย่างนี้ เขาจึงแนะนำ

ผมจะให้ดูตัวเลข ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ เชื่อไหมครับยูคาลิปตัสที่ปลูกกันจริงๆ ใช้ทำกระดาษ เดี๋ยวจะบอกว่าไปทำอะไรได้อีก
ปลูกยูคาลิปบนเนื้อที่ 1 ไร่ ที่ดอนๆ ธรรมดาเนี่ย แห้งๆ เนี่ย ได้ 300 ต้น
5 ปี ตัดยูคาลิปมาได้ไม้ 2 ตัน ฟังให้ดีนะครับ
1 ไร่ ปลูกได้ 300 ต้น ตัดมาแล้ว 5 ปี ได้ไม้ยูคาลิป 2 ตัน
ที่นี้ที่เขาปลูกบนคันนา ปลูกบนคันนา ข้าวยังปลูกได้นะครับ ต้นยูคาลิปอยู่บนคันนา
นา 1 ไร่ 40 เมตร คูณ 40 เมตร 1,600 ตารางเมตร
ใน 40 เมตรเนี่ย เขาทำคันนาให้มันโตขึ้นนิดนึง ที่คันนาเป็น 1 เมตร 50
คันนาธรรมดามัน 50 เซนติเมตร ศอกเดียวเนี่ย เดินคนเดียว
เขาทำเป็น 3 เท่า เดินซ้ายเดินขวา แล้วปลูกต้นสับไปสับมา
ซ้าย-ขวา ซ้าย-ขวา ซ้าย-ขวา ซ้าย-ขวา
ข้างหนึ่งปลูกได้ 50 ต้น คือ 25-25 ชนกัน คู่กัน สลับกันไปมา
40 เมตรเนี่ย ปลูกได้ 50 ต้น อีก 40 เมตร ปลูกได้อีก 50 ต้น
แปลว่าปลูกบนคันนาเป็นตัวแอล ด้านเท่ากันนะครับได้ 100 ต้น
ปลูกบนคันนา 100 ต้น 2 ด้านเท่านั้น 5 ปี ได้ไม้ 5 ตัน

ท่านลองคิดดูสิครับ ปลูก 300 ต้น เต็มที่เลยได้ 2 ตัน 5 ปีเหมือนกัน
แต่ปลูกเป็นตัวแอล ทางนี้ 50 ทางนี้ 50 จำนวน 100 ต้น ได้ 5 ตัน มันเจริญเติบโตอย่างนี้
เพราะฉะนั้นคนเป็นรัฐมนตรีเขาไม่ตื่นเต้นเหรอ เขายิ่งตื่นเต้น
สมัยที่เริ่มต้นใหม่เกือบ 20 ปีก่อน ตอนได้กล้ามาใหม่ กล้าต้นละ 3 บาท ขึ้นไปต้นละ 8 บาท เดี๋ยวนี้ลงมาเหลือ 4 บาทแล้ว เขาก็ปลูกกัน
การที่คนเป็นรัฐมนตรีเขาจะปรารภช่วยกันปลูกต้นยูคาลิป
เพื่อจะช่วยชาติพัฒนาเศรษฐกิจ ไม้เศรษฐกิจ
อย่างนี้ไม่ได้หรือครับ ต้องได้ครับ

ผมก็เลยว่าถ้าไม่งั้นรัฐมนตรี ผมคุยวันนั้น ผมสัมภาษณ์แล้ว
เขาก็ไม่สนใจเท่าไหร่ ผมก็มาเลย วันนี้ผมจะคุยให้ฟังเอง”

สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
พูดในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ครั้งที่ 3 วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551

ที่มา: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์
.

.
เพราะไม่อยากได้ยินมลพิษทางเสียงในยามเช้าวันอาทิตย์
เลยมาอ่านข้อความที่นายกฯ พล่าม ย้อนหลัง
แล้วก็ได้แต่..เฮ้อ..เฮ้อ..เฮ้อ

ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่า ถอนหายใจ 3 เฮือก

Advertisements

6 thoughts on “เมื่อนายกฯ สมัครพล่ามถึงยูคาลิปตัส

  1. ผมก็ได้อ่านข่าวนี้เหมือนกัน อ่านแล้วที่เมื่อก่อนรู้สึกว่ายูคาฯมันทำให้ดินเสีย ก็ชักเริ่มไม่แน่ใจเท่าไรแล้ว หลังจากที่เขาอ้างเรื่องใบกับรากว่าจะเป็นปุ๋ยได้ ซึ่งพอคิดดูแล้วมันก็ทะแม่งๆอยู่เหมือนกัน

    อยากให้คุณสมัครอ้างถึงชื่ออาจารย์กับตัวรายงานเลย คนเขาจะได้รู้ว่าเป็นของจริงหรือป่าว

  2. เท่าที่ได้อ่านข้อมูลจากเอกสารต่างๆ
    เรารู้มาว่า..
    ยูคาลิปตัสที่ปลูกในประเทศไทยมีสายพันธุ์เดียว
    นั่นคือ ยูคาลิปตัส คามาลดูเลนสิส (Eucalyptus camaldulensis Dehnh) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศออสเตรเลีย
    และนำเข้ามาในเมืองไทยตั้งแต่เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว

    ซึ่งยูคาฯ ที่ปลูกกันในปัจจุบัน คือยูคาฯ ที่ผ่านการปรับปรุงสายพันธุ์ให้
    1. ลำต้นตรง เพื่อให้ใช้ประโยชน์เนื้อไม้ได้เต็มที่
    2. กิ่งก้านน้อย ใบน้อย เพื่อให้สะดวกต่อการลิดกิ่ง-ใบ ก่อนจะขนย้ายไม้ยูคาฯ ออกจากแปลงปลูก

    ทั้งยังนิยมขยายพันธุ์ด้วยการใช้วิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพราะหวังผล 2 ประการ
    1. สามารถเพิ่มจำนวนกล้าไม้ได้รวดเร็ว ทันความต้องการ โดยที่ลักษณะดีและคุณสมบัติเด่นของยูคาที่ผ่านการปรับปรุงสายพันธุ์แล้วจะไม่หายไปไหน
    2. เมื่อนำไปปลูกลงดิน จะไม่มีรากแก้วเหมือนยูคาที่ปลูกด้วยการเพาะเมล็ด
    ภายหลังการตัดโค่น เกษตรกรจึงไม่ต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการขุดรื้อรากที่ฝังอยู่ในดิน

    ทว่า..การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่ได้ช่วยให้ผลกระทบจากการปลูกยูคาฯ ที่มีต่อสภาพดินและน้ำเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด
    ยูคาลิปตัสก็คือยูคาลิปตัสวันยังค่ำ..ไม่มีทางเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น
    แม้หลายคนจะเรียกมันว่า “ต้นกระดาษ” แล้วก็ตาม
    (มันก็อีหรอบเดียวกับการเปลี่ยนชื่อ “แห้ว” เป็น “สมหวัง” นั่นแหละ)

    พันธุ์ใหม่ที่ว่าน่าจะเป็นยูคาลิปตัสสายพันธุ์เดิมที่ผ่านการปรับปรุงพันธุ์มากกว่าเป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาใหม่

  3. ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูล
    แต่อยากจะเพิ่มเติมว่า
    1. รากแก้วที่ไม่มีแล้วเพราะการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อ ไม่ได้หมายความว่ารากฝอยอื่นจะหายไปด้วย ซึ่งรากฝอยนี้อาจจะมีประโยชน์ก็ได้
    2. ใบจะน้อยลงนั้นย่อมหมายความว่าปุ๋ยที่ได้จากใบก็ย่อมลดลง

    แต่จากนโยบายที่คุณสมัครเสนอมา เท่าที่ผมสังเกตมักจะเป็นการอ้างจากประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ก็อ้างแล้วแต่ไม่บอกที่มาระบุไปว่าเป็นใคร นักวิชาการท่านไหน คาดว่าทั้งหมดนี้คงกำลังโยนหินถามทาง ไม่ก็โชว์วิสัยทัศน์กระมัง?

    และแต่ละแนวคิดก็คงคิดขึ้นมาโพล่งๆทั้งนั้น ยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลจริงจังทั้งสิ้น ถึงแม้จะโชว์การบวกลบเลขก็ตาม แต่มันยังมีตัวแปรอื่นๆเกี่ยวข้องมากมายตั้งเยอะแยะไป

  4. แค่สงสัย??
    ปลูกแล้วดี แต่ทำไม ออสเตรเลีย ก็ยังแห้งแล้ง??
    น้ำก็ไม่พอกิน ดินก็แห้ง
    ทำไม เค้าไม่รณรงค์กันล่ะ??
    แค่นี้ . . ก็คิดกันไม่ได้
    หึหึ

  5. ถึง soilmatter
    อืม รากฝอยอาจจะมีประโยชน์อย่างที่คุณว่าก็เป็นได้
    แต่สำหรับใบนั้น ที่รู้มามันคืนปุ๋ยให้แผ่นดินน้อยกว่าที่สูบไปใช้เยอะเลย
    เพราะนอกจากจะย่อยสลายช้ามากๆ แล้ว
    ภายในใบยังมีน้ำมันหอมระเหยที่มีส่วนประกอบของสารยับยั้งการงอกของเมล็ดพืชอีกด้วย
    เคยมีงานวิจัยของ ม.ขอนแก่น ลองนำใบยูคาป่นผสมดินในสัดส่วนต่างๆ
    ยิ่งผสมมาก เมล็ดพืชยิ่งงอกได้น้อยลง

    ถึง Grassy Green
    คือยูคาลิปตัสเป็นพืชในระบบนิเวศแบบทะเลทรายไง
    มีความสามารถสูงในการอยู่รอดและเติบโตในพื้นที่แห้งแล้ง
    ..แล้วมันใช่เรื่องไหม ที่จะเอามาปลูกในผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย..
    ถ้าดินดี น้ำถึง ปลูกพืชอาหารหรือไม้ยืนต้นที่มีคุณค่า ไม่ดีกว่าเหรอ

  6. เคลียร์ทุกอย่างและเข้าใจแล้วครับ คิ้วหนา ขอบคุณครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s