My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ข้อมูลจากมิสเตอร์ไชโย เอเอ

6 ความเห็น

กองบรรณาธิการนิตยสารโลกสีเขียวติดต่อไปยังบริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน)
เพื่อขอสัมภาษณ์พิเศษเกี่ยวกับผลกระทบจากการปลูกยูคาลิปตัส
ความพิเศษของกล้าไม้ยูคาลิปตัสที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
การควบคุมมาตรฐานการปลูกต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ
เงื่อนไขการรับซื้อผลผลิต รวมถึงเหตุผลที่ออกโฆษณาชักชวนปลูกต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ

ทว่าหลังจากส่งจดหมายเป็นลายลักษณ์อักษรและเจรจาต่อรองกันนานเกือบ 10 วัน
(ประเด็นที่ต่อรองมีทั้งการขอตรวจต้นฉบับก่อนส่งเข้าโรงพิมพ์
และการขอให้นิตยสารโลกสีเขียวเขียนถึงกล้าไม้ของบริษัท
โดยใช้คำว่า “ต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ” แทนคำว่า “ยูคาลิปตัส”)
สุดท้าย ความพยายามที่จะซักถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นที่ละเอียดอ่อนมากๆ ของบริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน) ก็ปรากฏผลลัพธ์เป็นคำตอบที่ว่า “ไม่ยินดีให้สัมภาษณ์”

ดังนั้น ข้อมูลของต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ ที่จะนำมากล่าวถึงในบรรทัดต่อๆ ไป
จึงอ้างอิงจากเว็บไซต์ของบริษัท ไชโย เอเอ จำกัด (มหาชน)
ซึ่งเป็นผู้ทำธุรกิจไม้ยูคาลิปตัสครบวงจร
ทั้งรับซื้อผลผลิต ส่งเสริมการปลูก วิจัยศึกษาและปรับปรุงสายพันธุ์ยูคาลิปตัส

ต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ ที่บริษัทส่งเสริมการปลูกมี 4 สายพันธุ์
คือ K51, K7, K58 และ K63




ที่มา : http://www.chaiyo-aa.com/knowing/index.html

โดยในหน้า “รู้จักต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ” ถึงกับเขียนเอาไว้ว่า..
ใช้วิธีการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อที่ทันสมัย
จึงทำให้ต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ มีลักษณะดีเหมือนกันหมดทุกต้น
ไม่กลายพันธุ์และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม


ที่มา : http://www.chaiyo-aa.com/knowing/index.html

ส่วนหน้าเว็บไซต์ “ไขปัญหากับมิสเตอร์ไชโย เอเอ
เป็นการถาม-ตอบข้อสงสัยจำนวน 6 ข้อ
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดมี 2 ข้อ

ที่มา : http://www.chaiyo-aa.com/problem.html

ข้อแรกคือเรื่องสารพิษในใบยูคาลิปตัส
ซึ่งมิสเตอร์ไวโย เอเอ ชี้แจงไว้ดังนี้
“สารที่อยู่ในใบยูคาลิปตัสเป็นสารอินทรีย์จำพวกน้ำมันหอมระเหย
หากมีการสะสมในดินมากถึงระดับหนึ่งก็จะยับยั้งการงอกของเมล็ดพืชได้
แต่ในสภาพความเป็นจริงเกิดขึ้นได้ยาก
เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยในใบยูคาลิปตัสจะระเหยชะล้างได้ง่าย
นอกจากนี้น้ำมันหอมระเหยจะมีมากในใบสด
ส่วนใบแห้งที่ร่วงหล่นลงมาจะมีน้ำมันหอมระเหยที่น้อยมาก
ไม่มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมแต่อย่างใด


ที่มา : http://www.chaiyo-aa.com/problem.html#problem_03

ประเด็นน่าสนใจข้อที่สองคือเรื่องการทำลายดินและน้ำของต้นยูคาลิปตัส
ซึ่งสรุปความจากคำอธิบายของมิสเตอร์ไชโย เอเอ ได้ว่า..
“ต้นไม้ดูดไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปตัสเซียม ไปใช้ในการสร้างใบ ดอก และผล
ซึ่งเมื่อสามส่วนนี้ร่วงหล่น กระบวนการย่อยสลายจะนำธาตุอาหารทั้ง 3 ชนิดคืนสู่ดิน
และพืชจะดูดไปใช้ได้อีก หมุนเวียนเช่นนี้ไม่หายไปไหน
ส่วนคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน ที่ใช้ในการเจริญเติบโตนั้น
ต้นไม้ได้รับอยู่แล้วตามธรรมชาติ
คาร์บอนจากคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ
ไฮโดรเจนและออกซิเจนจากน้ำซึ่งดูดขึ้นไปจากดิน
จะเห็นว่าต้นไม้ไม่ได้ใช้แร่ธาตุจากดินเพื่อการเจริญเติบโตเลย ยูคาลิปตัสก็เช่นกัน
ดังนั้นข้อกล่าวหาที่ว่า ยูคาลิปตัสทำให้ดินเสื่อมจึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

การที่ยูคาลิปตัสเป็นไม้โตเร็วไม่ได้หมายความว่าจะใช้ดินใช้ปุ๋ยมากจนดินเสีย
แต่เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า มีประสิทธิภาพในการผลิตเนื้อไม้สูงกว่าพืชชนิดอื่นนั่นเอง”

ที่มา : http://www.chaiyo-aa.com/problem.html#problem_05

หมายเหตุ : ตัดทอนจากที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารโลกสีเขียว
ฉบับที่ 97 เดือนมีนาคม-เมษายน 2551

6 thoughts on “ข้อมูลจากมิสเตอร์ไชโย เอเอ

  1. Pingback: ปฏิบัติการ “ชุบตัว” ยูคาลิปตัส??? « My Freezer…Since 19 Dec 2006

  2. แต่ยังไงเราก็ยังฝังใจเชื่อว่า “ต้นยูคาฯ” ปลูกแล้วทำให้ดินเสีย เหมือนกับพวก มันสำปะหลัง (เขียนถูกป่าวคะ)
    ก็ที่ต่างจังหวัด ญาติเนี่ยแหล่ะ ปลูกต้นยูคา เสร็จแล้ว ก็ปลูกอะไรต่อไม่ได้เลยตั้งนาน กว่าจะฟื้นดินได้ดีเหมือนเดิม ก็ดินมันจะแห้งจากที่ฟังมา
    แล้วเรื่องที่ให้เรียกต้นยูคา ว่า ต้นกระดาษดับเบิ้ลเออะไรเนี่ย…
    มันก็คงเป็นกลยุทธทางการตลาด ที่ต้องการสร้าง brand awareness ให้ชาวบ้านจดจำชื่อ “ดับเบิ้ลเอ” กันตั้งแต่รากหญ้า ชาวบ้านคนปลูกกันเลยทีเดียว เป็นการสร้างแบรนด์ ..
    ปล. อยากให้คุณ “คิ้วหนา” (ไม่รู้ต้องการให้เรียกว่างัยได้คะ) ช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับ “เบทาโก” คือที่ทราบมา เบทาโก เป็นบริษัทผลิตอาหารสัตว์ แต่ไม่แน่ใจว่าเครือ CP รึป่าว แล้วเมื่อไม่นานมานี้ เค้ามีออกสินค้าเป็นเนื้อสัตว์, ผัก ภายใต้ชื่อ “เบทาโก” เราว่า มันคล้ายๆ จะบอกเราว่า เนื้อสัตว์คุณภาพ ต้องเบทาโก เพราะเลี้ยงจากอาหารคุณภาพรึป่าว คืออยากรู้มากกว่านี้ แนะนำเวบก็ได้จะหาข้อมูลได้จากไหน แล้ววิธีการของ “เบทาโก” คล้ายของดับเบิ้ลเอ รึป่าว คือ สร้างความรับรู้แก่ผู้บริโภค ให้ผูกพัน คุ้นชินกับ เบทาโก ว่าเป็นอาหารสัตว์สำเร็จรูปที่มีคุณภาพ จึงได้อาหารที่มีคุณภาพ ทั้งที่ในความจริง เค้าไม่บอกว่า วิธีการที่เลี้ยงไก่, วัว, หมู ในฟาร์มนั้น มันกักกันอิสระภาพและสร้างความเครียดให้กับสัตว์เหล่านั้นอย่างมาก
    (อยากรู้จริงๆ นะคะ ช่วยที ก็รู้ว่าเวบนี้มีแต่ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เลยมาอ่านบ่อยๆ) :)

  3. ถึง pickmeeup
    แบรนด์เบทาโกเหรอ..ไม่รู้จะมีโอกาสเข้าถึงข้อมูลของเขาหรือเปล่าเลย
    ถ้าไม่เจาะจงว่าเป็นเบทาโก เราพอจะมีข้อมูลของการเลี้ยงวัว หมู ไก่ ในระบบฟาร์มอุตสาหกรรมอยู่บ้าง
    หากยังอยากรู้ ว่างๆ จะหยิบมาเล่าให้ฟังนะ ^_^

    ถึง rathwjj
    ตามอ่านต่อได้ที่นี่
    https://myfreezer.wordpress.com/2008/04/19/eucalyptus-9/

  4. ขอบคุณ.. คุณ “คิ้วหนา” ค่ะ
    รอติดตามนะคะ

  5. เบทาโกร เป็นบริษัทด้านผลิตภัณฑ์อาหารอีกแห่งหนึ่งที่ใหญ่มาก แต่ไมใช่บริษัทในเครือ CP นะ

    ผมได้อ่่าน “ฟาสต์ฟู้ดเขมือบโลก” บทที่เขียนเกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์และแปรรูปแล้วแทบจะเลิกกินฟาสต์ฟู้ดกันเลย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s