My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

NZ trip 06 : ถนนสาย 73..งานแรกของโชเฟอร์จำเป็น

5 ความเห็น

เพราะโทรศัพท์มือถือขององุ่นไม่เกเร
เราก็เลยต้องงัวเงียสะบัดตัวออกจากผ้าห่มอุ่นๆ ในเวลาตีสี่ครึ่ง
เดินลงบันไดมายังห้องนั่งเล่น ตู้โทรศัพท์สาธารณะรออยู่ตรงนั้น

องุ่นยกหู เสียบ phonecard เข้าไปแล้ว แต่โทรออกไม่ได้
เพราะเรากำลังพยายามเบิ่งตาต่อสู้กับความง่วง
ขยี้ตาอย่ 2-3 ที ถึงจะอ่านเบอร์โทรตัวจิ๋วๆ ของ Up Up and Away ได้ครบถ้วน

เรายืนลุ้นระทึกอยู่ไม่ถึง 1 นาที องุ่นก็วางโทรศัพท์
ระบบตอบรับอัตโนมัติปลายสายแจ้งว่า..
วันนี้งดทริปบอลลูนเพราะสภาพอากาศไม่เหมาะสม
สองคนเดินคอตกกลับมาที่ห้องนอน บอกนุดว่า แห้วทริปบอลูน นอนต่อไปได้เลย

ลึกๆ แล้วเราก็เสียดาย เพราะนี่ถือเป็นกิจกรรมไฮไลต์ของทริปนี้
แต่ทำไงได้ ดินฟ้าอากาศไม่เป็นใจให้เราเสียตังค์
ล้มตัวลงนอนอีกรอบ พร้อมกับปลอบใจตัวเอง
ไม่ต้องแหกขี้ตาไปขึ้นบอลลูนแต่เช้าก็ดีเหมือนกัน
จะได้นอนให้อิ่มๆ วันนี้เราต้องขับรถข้ามไปยังฝั่งตะวันตกของเกาะใต้ด้วย
(Chirstchurch อยู่ทางฝั่งตะวันออกของเกาะใต้)

ตื่นอีกทีตอน 9 โมงเช้า จัดการธุระของตัวเอง แพคกระเป๋า
รองท้องด้วยขนมปัง โยเกิร์ต แอปเปิ้ล แล้วเช็คเอาท์
โดยไม่ลืมที่จะเตรียมเสบียงสำหรับมื้อกลางวันระหว่างเดินทาง
เดินเตร็ดเตร่ถ่ายรูปในละแวกนั้น ไปไหนไกลไม่ได้
เพราะคนของ EXPLORE MORE ซึ่งเราตกลงจองรถเช่าไว้
จะแวะมารับพวกเราที่ YHA เวลาประมาณ 11 โมง
เอาเข้าจริงเข้ามาช้ากว่าที่นัดนิดหน่อย

ขนสัมภาระขึ้นรถตู้สีดำ แล้วโชเฟอร์ก็พาเรา 3 คนมาที่ depot ซึ่งอยู่ใกล้ๆ สนามบิน
นึกแวบแรก..ดีเลย เดี๋ยวจัดการเรื่องรถเช่าเสร็จแล้วจะได้แวะไปขอคืนเงินค่าทริปบอลลูน
จาก depot จะมุ่งหน้าไป West Coast ยังไงก็ต้องขับรถเฉียดๆ ไปแถวๆ สนามบินอยู่แล้ว

ใช้เวลาอยู่ที่สำนักงานเช่ารถเกือบครึ่งชั่วโมง
อ่านรายละเอียดเช่ารถ กรอกเอกสาร แสดงหลักฐานการเช่ารถ อันได้แก่
หนังสือเดินทางและใบอนุญาตขับขี่ระหว่างประเทศ
จ่ายเงินค่าเช่ารถ+ค่าประกันครบถ้วน เขาถึงยอมมอบกุญแจรถให้เรา

ขอเล่าถึงรายละเอียดการเช่ารถสักหน่อย
เนื่องด้วยมีผู้ร่วมทริปเพียงแค่ 3 คนเลยเลือกรถคันเล็กๆ
ได้ toyota vitz สีแดง 5 ประตู เครื่องยนต์ 1,300 ซีซี
หน้าตามันก็เหมือนกับยาริสในบ้านเรานั่นแหละ

ราคาเช่ารถรุ่นนี้ช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งยังไม่ใช่ high season อยู่ที่ NZD$23 ต่อวัน
และเมื่อเราเช่า 8 วัน เขาก็คิดในราคาเช่า 7 วัน แถมให้เราขับฟรี 1 วัน
(อารมณ์ใกล้เคียงกับการเช่าแท็กซี่ขับในกรุงเทพฯ)
เฉลี่ยแล้วตกอยู่ที่ราวๆ วันละ NZD$21

อ้อ..ต้องจ่ายค่าประกันรถด้วย ซึ่งเขามีให้เลือก 2 แบบ
แบบแรก ราคาวันละ NZD$8 หากเกิดความเสียหาย
ผู้เช่าต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย NZD$250 แรก
ถ้าไม่เกิน NZD$250 ก็จ่ายตามจริง

ส่วนแบบที่สอง ราคาวันละ NZD$12 เป็นแบบคุ้มครอง 100 เปอร์เซ็นต์
ซื้อประกันตัวนี้แล้วไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกเลยหากปรากฏความเสียหายตามส่วนต่างๆ บนรถเช่า อาทิ หินดีดโดนกระจกหน้า ยางรถยนต์แตก รวมถึงการถูกโจรกรรมรถ หรือไฟไหม้รถ

เราเลือกแบบที่สองโดยไม่ลังเล
ขับรถเช่าแค่วันแรกก็รู้แล้วว่า เราตัดสินใจได้ถูกต้องมากๆ
เพราะขับไปได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง จอดรถแวะเข้าห้องน้ำครั้งแรก
เราก็สังเกตเห็นรอยหินดีดบนกระจกหน้า + รอยขูดสีถลอกที่ประตูฝั่งคนขับ (ไม่รู้โดนอะไร)
โชคดีจ่ายค่าประกันแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว เลยไม่มีอะไรต้องกังวล

กลับมาที่การเริ่มงานของมือใหม่หัดขับในต่างแดน (ปกติเป็นมือเก่าในเมืองไทย)
ใช้เวลาไม่นานเจ้าแดงจิ๋วของสามสาวก็แล่นจาก depot มาถึงสนามบิน
เพราะไม่อยากจ่ายค่าที่จอดรถ เราเลยโฉบไปจอดหน้าทางเข้าออกอาคารผู้โดยสารขาออก
ปล่อยให้นุดกับองุ่นไปทวงเงินทริปบอลลูนจากเจ้าหน้าที่ I-site แล้วรีบกลับมาภายใน 10 นาที
(เพิ่งรู้ตอนทริปบอลลูนล่มว่า จ่ายเงินที่ i-site สาขาไหน ก็ต้องกลับไปรับเงินคืนที่สาขานั้น)

ส่วนเราต้องทำทีเป็นมารอรับ-ส่งคนที่สนามบิน
ด้วยการเปิดไฟกระพริบแล้วเปิดกระโปรงขนกระเป๋าเดินทางลงจากรถ
ทำเป็นหยิบๆ ยกๆ ชะเง้อๆ โอเค ผ่านไปสักพักก็เปลี่ยนเป็นหยิบๆ ยกๆ ยกกระเป๋าเก็บเข้าไปในรถ โดยไม่ลืมชะเง้อมองหาคนที่เดินออกมาจากอาคาร

นุดกับองุ่นเดินกลับมาที่รถอย่างรวดเร็วพร้อมกับข่าวที่ไม่อยากฟัง
i-site ปิด…อ้าว มีปิดระหว่างวันด้วยเหรอฟะ
เรานึกว่า i-site ทุกทีเปิดทำการเวลาเดียวกันหมด
(ถ้าจำไม่ผิดจะเปิด 8.00 น.-17.00 น.)
แต่ความจริงก็คือ i-site ที่สนามบินจะเปิดทำการเฉพาะช่วงที่มีไฟลท์ขาเข้าเท่านั้น
และไฟลท์ต่อไปที่จะเข้ามายังสนามบินแห่งนี้คือเวลาประมาณบ่าย 2 โมง
ซึ่งพวกเราตัดสินใจไม่รอ ฝากเงินค่าบอลลูนไว้ก่อนแล้วกัน
ฮ่วย..เดี๋ยวตูมากลับมาทวงอีกครั้งช่วงปลายทริปก็ได้ฟ่ะ ยังไงก็ต้องมา christchurch อยู่แล้ว

จากสนามบิน เจ้าแดงจิ๋วแล่นเข้าสู่ถนนสาย 73
ยังไม่ทันไรก็มีวิวขาวๆ เขียวๆ ของทุ่งหญ้าและหิมะบนยอดภูเขาแบบนี้ให้เห็น

ขับค่อนข้างสบายเพราะเป็นถนนที่รถน้อยมากๆ
สิ่งที่ไม่คุ้นชินที่สุดก็คือ รถมันเบาหวิวแต่ลมที่นี่กรรโชกแรงมากๆ
หลายครั้ง..รู้สึกได้ถึงแรงปะทะของลมที่ทำให้รถส่ายจนน่าหวาดเสียว

นี่คือทะเลสาบแห่งแรกที่พวกเราเจอ แค่นี้ก็ตื่นตากันใหญ่ ดูสีของน้ำดิ
ไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนามของเขาหรอก แวะลงมายืดแย้งยึดขา ถ่ายรูปเล็กน้อยแล้วเดินทางต่อ

เจอนกอะไรไม่รู้ 2 ตัวกำลังหากินริมน้ำอย่างเพลินใจ

ขับต่อไปอีกสักพักเริ่มปวดฉี่ แต่หาห้องน้ำไม่ได้
กระทั่งมาเจอ Craigieburn Picnic Area
เลี้ยวรถเข้าไปโดยไม่ลังเล เห็นส้วมตั้งอยู่โดดเด่นท่ามกลางต้นไม้ใหญ่และพื้นหญ้า
ตอนแรกก็ลิงโลด คิดว่า รอดแล้ว รอดแล้ว..ถึงคราวปลดปล่อยซะที
แต่พอเปิดประตูห้องน้ำกลับต้องผิดหวังอีกรอบ
มันสกปรกจนเรายอมฉี่นอกส้วมซึ่งมันเย็นตูดมากๆ

ไหนๆ ก็เถลไถลออกมานอกเส้นทางมาแล้ว ขอโฉบดูวิวหน่อย
นี่..ลำธารสายเล็กๆ ที่น้ำใสและเย็นเยียบ จุ่มไปแว้บเดียวเย็นจนมือชาเลยอะ
บรรยากาศดี ที่ว่างริมลำธารเขียวด้วยพรมหญ้า ช่างเหมาะแก่การปูเสื่อนั่งทางข้าวจริงๆ

เอ้อระเหยได้ไม่นานก็กลับมานั่งหลังพวงมาลัย ปลายทางของวันนี้ยังอีกไกล

แล้วสายฝนเริ่มโปรยเม็ดเมื่อเรามาถึง The Otira Gorge Road
มันเป็นถนนลัดเลาะริมภูเขาเขาที่ต้องมีหลังคาเพื่อป้องกันหินร่วงลงมาใส่รถ

สะพานเลนเดียวเป็นสิ่งที่พบบ่อยในการขับรถวันแรก
ประมาณว่า..มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของสะพานที่เจอเป็นสะพานเลนเดียว
จะข้ามไปต้องเล็งกันให้ดีว่ามีรถฝั่งโน้นสวนมาหรือเปล่า
แต่ใกล้ๆ สะพานจะมีป้ายสัญลักษณ์บอกว่าฝั่งไหนเป็นทางหลัก ฝั่งไหนต้องเป็นฝ่ายให้ทาง
แรกๆ ก็ตื่นเต้นดี เพราะมันไม่มีในเมืองไทย แต่วันหลังๆ เห็นจนชิน หมดความตื่นเต้นไปเลย

หลังจากเอื่อยเฉื่อยมาตลอดเส้นทางถนนสาย 73
ในที่สุด พวกเรามาถึงมา Greymouth ในเวลาเกือบ 6 โมง
Greymouth ต้อนรับคณะเดินทางแดงจิ๋วด้วยสายฝน
แวะไป i-site ที่แรก..ปิดไปแล้วนี่หว่า ลืมไปว่าเลยเวลา 5 โมงเย็น
แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า YHA ที่จองไว้อยู่ส่วนไหนของ Greymouth
ยังดีที่ผู้หญิงในร้านค้าข้างๆ i-site ช่วยบอกทาง

คืนนี้เราจะพักกันที่ YHA Greymouth, Kainga-ra
รับกุญแจ ขนกระเป๋าเข้าห้องกันเสร็จสรรพ ฝนตกก็ซู่ซ่า ฟ้าฉ่ำและถนนแฉะ
พอฝนซาเม็ดแล้วจึงไปเคลื่อนขบวนไปซื้อเสบียงอาหารกันที่ Fresh Choise ซึ่งอยู่ไม่ไกล
ค่ำนี้ครัวไทยจะยึด YHA Greymouth, Kainga-ra อีกครั้ง..555

สำหรับวันนี้ ร่ำลากันด้วยแสงสุดท้ายของ Greymouth สวยมาก ชอบมาก

กดชัตเตอร์ที่ลานจอดรถ Fresh Choise

ปล.1 มื้อนี้มัวแต่กินอย่างหิวโซ ไม่ได้ถ่ายภาพอีกแล้ว
เมนูอาหารประกอบด้วยหอยเขียวนึ่ง ลาบเนื้อ และผักกาดแก้วถุงโต
ปล.2 ถ่ายวิดีโอวิวสองข้างทางที่หลากหลายตลอดเส้นทางของถนนสาย 73 เอาไว้ด้วย
..แหะ แหะ แต่ยังตัดต่อไม่เสร็จเลย..
หาเพลงประกอบได้ถูกใจตัวเองเมื่อไหร่ จะเอามาแปะเพิ่มนะ

Advertisements

5 thoughts on “NZ trip 06 : ถนนสาย 73..งานแรกของโชเฟอร์จำเป็น

  1. อยากไปแบบนี้มั่งจัง ปีที่แล้วตั้งใจว่าจะไปเหมือนกัน แต่อดแหละ ฮือ ฮือ

  2. wow!!
    สวยจัง… อยากไปเที่ยวมั่ง แต่ถ้าแหล่งท่องเที่ยวบูม มีคนไปเที่ยวเยอะๆๆมันจะสวยแบบธรรมชาติแบบนี้ป่าวนะ

  3. อ๊าก อยากไปเที่ยวแบบนี้แล
    ขอบคุณสำหรับข้อมูลเช่ารถนะจ๊ะ

    สีฟ้ากับสีน้ำทะเลงาม
    สีฟ้ากับทุ่งหญ้าก็งาม

    มาอ่านเรื่องเล่าเรื่อยๆ สร้างแรงกระตุ้นให้คิดจริงจังกับทริปแนวนี้ไวไว

  4. เราเพิ่งอ่านนะ คือว่าเรามีปัญหาเกี่ยวกับวีซ่า ขอปรึกษาได้ไม๊ เพราะ กำลังจะไปนิวซีแลนด์แต่วีซ่ายังไม่ผ่านเศร้ามาก ไม่เข้าใจว่าสถานฑูตต้องการอะไรเพิ่มอีก ขอบคุณมาก

    • เอ่อ..ไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน กรณีวีซ่าไม่ผ่านเนี่ย
      ลองโทรไปถามสถานฑูตนิวซีแลนด์ได้มั้ยว่าทำไมเค้าถึงไม่อนุมัติวีซ่าให้เรา