My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

มันมาอีกแล้ว…ฮีโร่สีน้ำเงินแก้โลกร้อน

5 ความเห็น

โลกร้อนถูกใช้เป็นกลยุทธกระตุ้นยอดขายสินค้าอีกครั้ง
ไม่ใช่กระเบื้องแก้บ้าคลั่ง แต่เป็นกระดาษแบรนด์เดิมที่พยายามเอายูคาลิปตัสใส่ตระกร้าล้างน้ำให้กลายเป็นต้นไม้ไร้พิษสง

คราวนี้เขามาในมาดของอะนิเมชั่นสวยใสโทนเขียวฟ้า พร้อมกับโชว์ตัวเลขว่า…
กระดาษแต่ละรีมช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ 3 กิโลกรัม!!!




source: http://www.doubleapaper.com/news/detail.asp?nID=1262

นายชาญวิทย์ จารุสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ดั๊บเบิ้ล เอ กล่าวว่า ..
ดั๊บเบิ้ล เอ ได้วางนโยบายทางด้านธุรกิจและสังคม ให้เดินหน้าภายใต้ แนวคิด Double A คิดไกลกว่ากระดาษ โดยแคมเปญแรกที่จะออกสู่สาธารณชน คือ “กระดาษแก้ปัญหาโลกร้อน” ซึ่งดั๊บเบิ้ล เอ มีแผนงานที่จะออกสื่อโฆษณาชุดใหม่ ชื่อชุด “Blue Hero” ซึ่งใช้
เทคนิคเป็นการ์ตูนอนิเมชั่น เข้ามาช่วย เพื่อสื่อสารคอนเซ็ปต์กระดาษแก้ปัญหาโลกร้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น
[ที่มา: เว็บไซต์ Double A เข้าถึงเมื่อ 4 กันยายน 2551]

ทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นงั้นเหรอ?
มันน่าจะทำให้เข้าใจ “ผิด” ได้ง่ายขึ้นมากกว่านะ

เราเห็นภาพยนตร์โฆษณาตัวใหม่ล่าสุดของดั๊บเบิ้ล เอ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม
เป็นโฆษณาชุด Blue hero ความยาว 15 วินาที ผลิตโดย “T2DO”
เอ่อ..เห็นแว่บแรกก็อึ้ง เล่นกันแบบนี้เลยรึ มันชวนเชื่อเกินไปหรือเปล่า
ว่าแล้วก็อัญเชิญให้ Blue Hero เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการส่งสารอันบิดเบี้ยว
(เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง..?)

การปลูกต้นไม้ย่อมช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และปล่อยออกซิเจนคืนสู่บรรยากาศ
อันนี้ไม่เถียง
แต่เมื่อตัดต้นไม้นั้นมาแปรรูป ไม่ว่าจะเป็นกระดาษหรือผลิตเชื้อเพลิง
คาร์บอนไดออกไซด์ที่กักเก็บอยู่ในรูปของเนื้อไม้จะต้องถูกปล่อยออกมาอย่างแน่นอน

หากมองให้ครบถ้วนทั้งระบบ เอาตัวเลขการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ระหว่างการเติบโตของต้นกระดาษ มาหักลบด้วยการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ไม่ว่าจะเป็นการตัดต้นไม้ การขนส่งไม้เข้าโรงงานกระดาษ กระบวนการผลิตอีกหลายขั้นตอนที่เกิดขึ้นในโรงงานกระดาษ การเดินทางของกระดาษไปถึงมือผู้ใช้
เราไม่อยากเชื่อว่าผลลัพธ์สุทธิของสมการคณิตศาสตร์จะออกมาว่า…
กระดาษ 1 รีมช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ 3 กิโลกรัม

จริงอยู่ เรายังใช้กระดาษอยู่ทุกวัน ความต้องการใช้กระดาษไม่เคยหมดสิ้น
ไม่ว่าจะกระดาษยี่ห้อไหน ก็มาจากแปลงปลูกยูคาลิปตัสเหมือนกันนั่นแหละ
ผู้บริโภคจึงควรใช้กระดาษอย่างประหยัดและคุ้มค่า

แต่การที่คุณพยายามล้างภาพลบด้วยการเปลี่ยนชื่อ
พยายามสร้างภาพบวกของการปลูกบนคันนา
พยายามปั้นฮีโร่ขึ้นมาบรรเทาปัญหาโลกร้อนนั้น
มันไม่เข้าท่าเอาเสียเลย…พอเถอะ…

Advertisements

5 thoughts on “มันมาอีกแล้ว…ฮีโร่สีน้ำเงินแก้โลกร้อน

  1. เค้าทำ animation น่ารักดีนะ

  2. ถึง อ้วนพี
    “น่ารัก” เป็นสิ่งลวงตา
    ต้องพึ่งพาวิจารณญานในการชม
    ว่าควรจะเชื่อหรือไม่..

  3. ต้นไม้คายออกซิเจนตอนกลางวัน และคายคาร์บอนไดออกไซด์ตอนกลางคืน ตัวเนื้อไม้คงไม่มีการเก็บกัก CO2 ไว้มั้งหรือเก็บไว้

    เข้าใจว่าประเด็นหลักที่คุณคิ้วหนาไม่สนับสนุนคือการปลูกต้นยูคา น่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับต้นยูคามากขึ้นนะ ผมจะได้เข้าใจด้วย เพราะเท่าที่อ่านมา ยังไม่คล้อยตามเลยว่ายูคามันแย่เพราะอะไร ในความรู้สึกนะ เท่าทีพอจำได้ เห็นแต่ละท่านที่ออกมาให้ความคิดเห็น ก็เหมือนกับว่าใช้ความรู้สึกหรือหลักการ

    จริงๆคุณนิ้วหนาน่าติดต่อทาง Double A และผู้รู้ทางเกษตรซักจำนวนหนึ่ง รวมทั้งเจ้าของหรือสมาคมสื่อสิ่งพิมพ์ที่น่าจะเป็นลูกค้าหลักเป็นผู้บริโภคกระดาษมากที่สุด ช่วยกัน หาที่ดิน ทำการทดลองวิจัยจริงๆไปเลย จะได้เป็นประโยชน์กันทุกฝ่าย ถ้าหาก Double A ไม่เอาด้วย ทางปูนใหญ่ก็ได้ เพราะกลุ่มกระดาษก็เป็นกลุ่มธุรกิจหลักของทางปูนใหญ่ อย่างมากก็ไม่น่าเกินสองสามปีก็รู้แล้ว แทนที่จะปล่อยค้างคามาเป็นสิบปี ใช่หรือเปล่า จำได้เลาๆได้ยินเรื่องนี้มานานมาก

    ไม่งั้นทุกๆตัวอักษรที่พิมพ์ไป ทุกๆคนที่เข้ามาอ่าน ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น

  4. เคยได้ยินว่า
    ปลูกต้นยูคาแล้วทำให้ดินรอบๆบริเวณนั้เสียไปด้วย
    ปลูกอะไรไม่ได้อีก เค้าเรียกว่าไม้ทำลายดิน
    จริงรึเปล่าคะ

  5. ถึง Khun T
    อืม..จริงๆ แล้วนี่ไม่ใช่บทความแรกที่เราเขียนถึงยูคาลิปตัส
    ถ้าสังเกตจาก cloud tag ด้านขวา จะเห็นว่า “ยูคาลิปตัส” อ้วนใหญ่กว่าหัวข้ออื่นๆ
    ลองคลิกเข้าไปดูทั้งหมดก็ได้ https://myfreezer.wordpress.com/tag/%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%aa/

    ตอนที่ยังเป็นกองบรรณาธิการนิตยสารโลกสีเขียว
    เราส่งจดหมายขอสัมภาษณ์พิเศษผู้บริหารของบริษัท แอ๊ดวานซ์ อะโกร จำกัด (มหาชน)
    ผลเป็นอย่างไรนะหรือ คำตอบอยู่ที่นี่แล้ว https://myfreezer.wordpress.com/2008/04/16/eucalyptus-8/

    เรื่องการวิจัยผลกระทบจากการปลูกยูคาลิปตัส
    ใครล่ะที่จะวิจัยอย่างเป็นกลางจริงๆ สถาบันอุมศึกษาก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้
    ยิ่งรัฐบาลที่แนวโน้มสนับสนุนการปลูกยูคาลิปตัสเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทนด้วยแล้ว
    เราไม่คิดว่า ผลการศึกษาจะสรุปว่ามันทำลายสิ่งแวดล้อมหรอกนะ
    คุณคิดว่าอย่างไรล่ะ

    เท่าที่เราพยายามรวบรวมข้อมูลจากเอกสารทางวิชาการ
    พอจะสรุปถึงผลกระทบเรื่องดินและน้ำได้ดังนี้ https://myfreezer.wordpress.com/2008/04/19/eucalyptus-9/#more-332

    แล้วน้ำมันหอมระเหยในใบยูคาลิปตัสล่ะ มันมีผลบวกลบอย่างไรบ้าง
    https://myfreezer.wordpress.com/2008/04/21/eucalyptus-10/

    นักวิชาการที่ไม่ได้มีส่วนได้เสียจากธุรกิจปลูกหรือแปรรูปยูคาลิปตัส เขาคิดเห็นอย่างไร
    https://myfreezer.wordpress.com/2008/05/03/eucalyptus-11/

    อืม..ส่วนการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ เราอาจจะเขียนหยาบไปนิดนึง
    ของอธิบายเพิ่มเติมตรงนี้แล้วกันนะ
    คาร์บอนไดออกไซด์ที่พืชดูดซับจะถูกเปลี่ยนรูปเป็นสารประกอบคาร์บอนที่อยู่ในเนื้อไม้
    ตราบใดที่ยังไม่ตัดต้นไม้ สารประกอบคาร์บอนก็คงจะยังซ่อนอยู่ในเนื้อไม้ต่อไป
    แต่เมื่อใดที่มีการแปรรูป สารประกอบคาร์บอนเหล่านั้นก็จะถูกปลดปล่อยออกมาในรูปต่างๆ
    หนึ่งในนั้นคือคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของโลกร้อน

    เพราะฉะนั้น ถ้าใครบอกว่าปลูกต้นไม้ลดโลกร้อน
    ก็ต้องปลูกโดยปล่อยให้มันเติบโตไปเรื่อยๆ ไม่ตัดมันมาใช้ประโยชน์อีกเลย

    พวกที่บอกว่าปลูกต้นไม้ลดโลกร้อน แล้วตัดมาทำกระดาษเนี่ย
    สามารถตั้งข้อสันนิษฐานได้ 2 ข้อ
    ข้อแรก ป่าวประกาศอย่างนั้นเพราะความไม่รู้ในข้อเท็จจริง
    ข้อสอง รู้ดีเลยแหละว่าอะไรเป็นอะไร แต่ยังทำแบบนี้เพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตน

    อย่างไรก็ตาม ขอบคุณ Khun T ที่เข้ามาอ่านและให้ความสนใจกับเรื่องนี้
    โดยไม่ได้ปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ
    เรายินดีอย่างยิ่งสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
    ทั้งสำหรับครั้งนี้และครั้งต่อๆ ไป :)

    หมายเหตุ ถ้าสนใจประเด็นของยูคาลิปตัส และอยากอ่านแบบเต็มๆ ไม่มีการตัดทอน คงต้องไปไล่ล่าหานิตยสารเล่มนี้
    https://myfreezer.wordpress.com/2008/04/14/eucalyptus-4/
    เพราะมีเรื่องยาวว่าด้วย “ปฏิบัติการ “ชุบตัว” ยูคาลิปตัส???”

    ถึง เมะ
    ลองเข้าไปอ่านผลกระทบของการปลูกยูคาลิปตัสต่อดินตามลิงค์นี้นะ
    https://myfreezer.wordpress.com/2008/04/19/eucalyptus-9/#more-332
    อาจจะพอช่วยให้เข้าใจอะไรมากขึ้น