My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

เกาะติดภารกิจ “Quit Coal” ของนักรบสายรุ้ง (2)

4 ความเห็น


.

2.
ย้อนกลับไปในอดีต เรนโบว์ วอริเออร์เคยมาเยือนทะเลประจวบฯ ครั้งแรกเมื่อปี 2543
เพื่อให้กำลังใจชาวบ้านในการต่อสู้คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินบ้านกรูด-บ่อนอก

8 ปีผ่านไป เรือลำเดิมก็กลับมาเยี่ยมชาวประจวบฯ อีกครั้ง

“ทับสะแกเป็นแค่เมืองเล็กๆ ในแผนที่โลก แต่มีความสำคัญ ขนาดที่เรนโบว์ วอริเออร์ต้องแวะมาเพื่อทำกิจกรรม 1 วัน เพราะที่นี่เป็นสัญลักษณ์ของมลพิษมหาศาลในอนาคต
และเพราะจังหวัดประจวบฯ ไม่รู้จักจบจักสิ้นกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน”

คำพูดของสุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก ระบุชัดถึงเหตุผลที่
ดึงดูดให้ จ. ประจวบฯ เป็นอีกพื้นที่เป้าหมายการรณรงค์หยุดถ่านหินของกรีนพีซสากลในปีนี้
และสอดคล้องกับความเห็นของกรณ์อุมา พงษ์น้อย แกนนำกลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก ที่ว่า..

“เรือลำนี้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
ถ้าพื้นที่นี้ไม่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมเรือก็คงไม่แวะมาอีกครั้ง
เหมือนจะยืนยันว่าปัญหาในจังหวัดประจวบฯ ยังไม่จบแถมขยายตัวมากขึ้นด้วยซ้ำ”

เธอเป็นอีกคนที่ยินดีกับการมาของเรนโบว์ วอริเออร์
แต่ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในชั่วข้ามคืน
เพราะไม่ว่าจะอย่างไรการต่อสู้เพื่อปกป้องผืนดินประจวบฯ
ก็ต้องเป็นหน้าที่ของคนประจวบฯ อยู่วันยังค่ำ

“ก็ได้กำลังใจที่มาสนับสนุนการต่อสู้ของเรา แต่เราสู้กันเองอยู่แล้ว
และก็ต้องยืนยันที่จะสู้กันต่อไป” กรณ์อุมากล่าว

หลังจากอิ่มหนำกับอาหารที่มาจากท้องทะเล
กิจกรรมในภาคบ่ายก็เริ่มต้นขึ้นโดยแบ่งขบวนรถรณรงค์ “หยุดถ่านหิน” ออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรกเดินทางไปยังพื้นที่ป่าพรุบางสะพานเพื่อสำรวจความอุดมสมบูรณ์และดูสถานที่ก่อสร้างโครงการโรงถลุงเหล็ก
ส่วนกลุ่มที่สองออกตระเวนรณรงค์ในพื้นที่อำเภอทับสะแก และนัดหมายเพื่อกลับมารวมตัวกันอีกครั้งในเวลาบ่าย 3 โมง

.

ไฮไลต์ ของกิจกรรมรณรงค์ในวันนี้คือ การแปรอักษรมนุษย์ เป็นคำว่า “QUIT COAL”
ในพื้นที่ริมชายหาดทับสะแก ซึ่งต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของผู้คนมากถึง 600 คน
และถือเป็นกิจกรรมรณรงค์ด้วยการแปรอักษรมนุษย์ครั้งแรกที่กรีนพีชจัดขึ้นในประเทศไทย

.

เหมือนฟ้าจะไม่เป็นใจ แสงแดดที่ริบหรี่มาทั้งวันพาฝนตกลงมาซู่ใหญ่ในช่วงเวลาใกล้บ่าย 3
นักเรียนมัธยมชาย-หญิงร่วม 120 คนจากโรงเรียนอรุณวิทยา อ. ทับสะแก ถือเป็นกลุ่มแรกๆ ที่เข้าไปนั่งเรียงแถวเป็นตัวอักษร “Q” และ “U”
ซึ่งแน่นอนว่าเปียกปอนกันถ้วนหน้า แต่ไม่มีใครถอดใจสักคน
ฝนมิอาจสั่นคลอนความตั้งใจของเยาวชนกลุ่มนี้

.

ถิรนัย น้อยทับทิม หรือ “ตูมตาม” นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอรุณวิทยา
พ่วงตำแหน่งประธานชุมนุมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ค่ายอาสาพัฒนา
คือตัวตั้งตัวตีที่พาเพื่อนๆ ออกมาทำกิจกรรมนอกห้องเรียน เล่าให้ฟังว่า
“รู้ล่วงหน้าเพียง 2 วัน และสนใจที่จะมาทำกิจกรรมร่วมกับชาวบ้าน
อาจารย์ที่โรงเรียนก็สนับสนุน เพื่อนๆ ให้ความร่วมมือดีมาก
เพราะทุกคนที่โรงเรียนตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อมกันอยู่แล้ว”

.

การระดมพลเข้านั่งประจำที่ให้ครบถ้วนทุกตัวอักษรเสร็จสิ้นเพียงไม่กี่เสี้ยวนาทีก่อนเครื่องบินจะวนมาโฉบเหนือหัว ฝนจากไปแล้วเหลือเพียงแดดบ่ายที่ร้อนระยับ
ผู้เข้าร่วมการแปรอักษรมนุษย์ทุกคนต้องสวมเสื้อยืดสีขาว นั่งนิ่งๆ อดทนกับความร้อนและความเมื่อยเกือบครึ่งชั่วโมงเพื่อบันทึกภาพนิ่งและวิดีโอจากมุมสูง แล้วจึงได้เฮดังๆ พร้อมกันเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย

.

งานช่วงเย็นกร่อยลงไปถนัดตาเมื่อฝนเทลงมาอีกครั้ง ต้องหาที่หลบฝนกันให้วุ่น
ทว่าความเฉอะแฉะไม่เป็นอุปสรรคของปากท้อง
ทุกคนยังอิ่มอร่อยกันได้กับห่อหมกอุ่นๆ ที่กลุ่มแม่ครัวกิตติมศักดิ์บรรจงปรุงด้วยเนื้อปลาอินทรีย์มากถึง 60 กิโลกรัม!!

.

ฝนที่ยังไม่ซาเม็ดใน ช่วงหัวค่ำ ทำให้วงเสวนาสรุปงานและการแสดงดนตรีของคีตาญชลีต้องเปลี่ยนสถานที่จากเวทีชั่วคราวริมทะเลเป็นอาคารชั้นเดียวของที่ประชุมหมู่บ้านชายทะเลทับสะแก

กัปตันไมค์กล่าวแสดงความรู้สึกของตนเองกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ว่า…
“คุณเหมือนนักรบ ยืนหยัดที่จะต่อสู้ปกป้องสิ่งแวดล้อมและแผ่นดินจากอุตสาหกรรมที่เข้ามาทำลาย เห็นทุกคนแล้วทำให้นึกย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นของกรีนพีซ คุณยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งที่เข้ามารุกรานชุมชนเหมือนกับที่กรีนพีซทำมาตลอด 30 ปี”

“Warrior of the Rainbow หมาย ถึงนักรบทุกชนชาติ
นักรบสายรุ้งคือทุกๆ คน โลกใบนี้ก็เป็นของทุกๆ คน
เพราะฉะนั้นพวกเราจะต้องรวมตัวกันและยืนหยัดจนถึงที่สุด
เรนโบว์ วอริเออร์จะไม่มีวันจมลง
เราจะต่อสู้จนกว่าจะได้เฉลิมฉลองด้วยกันในตอนสุดท้าย”
กัปตันไมค์กล่าว

ในฐานะแกนนำของพื้นที่ที่มีโครงการจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
สุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล มองผลลัพธ์จากกิจกรรมรณรงค์ที่เกิดขึ้นวันนี้ว่า
“หลักๆ เลยคือเรื่องจิตใจของชาวบ้าน เขาก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะทำได้ พอเขาทำได้มันก็ช่วยสร้างความมั่นใจ งานวันนี้สำเร็จได้เพราะชาวบ้านทับสะแกหลายฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วม ก็ถือเป็นการขยายแนวร่วมและสร้างพันธมิตรให้มากขึ้นจากการรณรงค์ในเชิงบวก”
..นับจากวันนี้ชาวบ้านจะมั่นใจมากขึ้นว่า พวกเขาเลือกเดินถูกทางที่ปฏิเสธโรงไฟฟ้าถ่านหิน..

“ความสำเร็จของการดูแลสิ่งแวดล้อมจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเรารู้สึกว่าเป็นเจ้าของอยู่คนเดียว ทุกคนต้องรู้สึกร่วมกันว่า สิ่งแวดล้อมเป็นของพวกเราทุกคน ถ้าวันใดที่เราไม่รู้สึกว่ามันเป็นของเรา วันนั้นเราจะเสียหาย แผ่นดินนี้เป็นของเราทุกคน เราต้องช่วยกันรักษา และส่งต่อแผ่นดินนี้ให้ลูกหลานของเราอย่างสมบูรณ์” สุรีรัตน์ กล่าวทิ้งท้ายกับชาวประจวบฯ ที่มาร่วมงาน

.

จุดยืนของกรีนพีซและชาวประจวบฯ ถูกย้ำดังๆ อีกครั้ง
เมื่อเรือเร็วท้องแบนของกรีนพีซแล่นออกจากสะพานปลาทับสะแก
พร้อมกับเสียงตะโกน “Quit Coal” ของกัปตันไมค์และลูกเรือนับสิบคน
.
.
.
.
.
ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “บันทึกบนเส้นทาง”
นิตยสารโลกสีเขียว ฉบับที่ 100 เดือนกันยายน-ตุลาคม 2551

4 thoughts on “เกาะติดภารกิจ “Quit Coal” ของนักรบสายรุ้ง (2)

  1. โหย ดูคึกคักจริงๆด้วย
    เออ…แต่ว่า
    ห่อหมกน่ากินมากจริงๆด้วย

  2. ถึงขุนอรรถและ kampooh
    ภารกิจ quit coal ยังไม่จบเพียงเท่านี้
    เราจะแวะมาทยอยอัพเรื่อยๆ นะ

  3. ไม่สร้างที่นี่ก็ไปสร้างที่อื่นอยู่ดี

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s