My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

เกาะติดภารกิจ “Quit Coal” ของนักรบสายรุ้ง (4)

ใส่ความเห็น


4.
ช่วง บ่ายแก่ๆ ถึงเวลาพูดคุยกับมาไรกา บริทเทน (Mareike Britten) ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซสากล…ทำไมต้องหยุดถ่านหิน ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน “QUIT COAL LEAD THE ENERGY [R]evolotion”

เธอเล่าว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในประเด็นรณรงค์ที่กรีนพีซให้ความสำคัญ เพราะกิจกรรมภาคพลังงานมีบทบาทสำคัญในการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของปัญหา และส่วนใหญ่มาจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน จึงจำเป็นต้องรณรงค์ ให้เลิกการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 50 เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 2533 ภายใน 42 ปีข้างหน้า ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

ขณะเดียวกันก็ต้องปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้พลังงานไฟฟ้า และหันมาพึ่งพาแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและยั่งยืน เช่น ลม แสงอาทิตย์ ความร้อนใต้พิภพ ไปพร้อมๆ กัน …นี่คือการก้าวสู่การปฏิวัติพลังงานของกรีนพีซ

การรณรงค์ทริปนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนมีนาคมที่ประเทศนิวซีแลนด์ ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ ไทย อิสราเอล ตุรกี กรีซ อิตาลี สเปน อังกฤษ เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก เยอรมนี และโปแลนด์ โดยจะมีการสรุปบทเรียนทั้งหมดจากทุกประเทศเพื่อนำเสนอในที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคมปีนี้ที่ประเทศโปแลนด์

นิวซีแลนด์ เป็นประเทศที่ผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานสะอาด ไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่กรีนพีซต้องไปรณรงค์หยุดถ่านหินที่นั่น เพราะนิวซีแลนด์ส่งออกถ่านหินเพื่อการผลิตไฟฟ้าในประเทศอื่นๆ ส่วนฟิลิปปินส์ นอกจากจะเป็นประเทศที่มีโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเหมือนกับประเทศไทย แล้ว สภาพภูมิประเทศที่เป็นหมู่เกาะยังทำให้ฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบมากจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งพายุที่รุนแรงและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล มาไรกาอธิบาย

“ประเทศไทยกับฟิลิปปินส์ประสบปัญหาคล้ายๆ กันคือ มีการคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเกินความเป็นจริง นำไปสู่การสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ๆ และถ่านหินก็เป็นทางเลือกที่รัฐบาลของทั้งสองประเทศให้ความสนใจ แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ ปัจจุบันสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าที่ได้จากแหล่ง พลังงานสะอาดของฟิลิปปินส์สูงกว่าของไทย ส่วนใหญ่มาจากพลังงานความร้อนใต้พิภพ ในขณะที่การผลิตไฟฟ้าของไทยส่วนใหญ่ยังใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง” มาไรกาเปรียบเทียบให้ฟัง

สุดท้าย มาไรกาฝากถึงชาวบ้านทุกคนที่กำลังต่อสู้กับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในชุมชนของตัวเองว่า…

“อย่ายอมแพ้และอย่าหมดหวัง พลังแห่งการต่อสู้มีอยู่ในตัวของทุกคน เราต้องเชื่อมั่นในตัวเองและต่อสู้อย่างสันติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างความเข้มแข็งภายในชุมชน ถ้าสามารถยืดหยัดได้นานและทำให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดขึ้นได้อย่างยากลำบากมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสที่โครงการก็จะล้มเลิกไปในที่สุด”

.
.
.
.
.
ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “บันทึกบนเส้นทาง”
นิตยสารโลกสีเขียว ฉบับที่ 100 เดือนกันยายน-ตุลาคม 2551

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s