My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

เกาะติดภารกิจ “Quit Coal” ของนักรบสายรุ้ง (7)

2 ความเห็น

7.
15 กรกฎาคม 2551 เราออกเดินทางจากที่พักตั้งแต่ช่วงที่ท้องฟ้ายังมืดสนิท
เพื่อไปถึงจุดนัดหมายภายในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดให้ทันเวลา
แสงแดดยามเช้าสาดผ่านเมฆได้ไม่นาน เรือเร็วท้องแบนของกรีนพีซ 3 ลำก็แล่นฉิวขนานกับเส้นขอบฟ้า มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือและท่อขนถ่ายถ่านหินของบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน)

เรือเร็วท้องแบนแต่ละลำพยายามโฉบเข้าประชิดเสาตอม่อ
เพื่อให้เจ้าหน้าที่กลุ่มกรีนพีซปีนขึ้นสู่สะพานขนถ่ายถ่านหิน
แต่ไม่สำเร็จเพราะมีเรือตำรวจน้ำและเรือเร็วตรวจการคอยตามประกบ
และเหนือขึ้นไปบนสะพานก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนคอยเฝ้าระวังอยู่แล้ว
เหมือนพวกเขาจะรู้ตัวล่วงหน้าว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งนี้ตกเป็นเป้าของเรนโบว์ วอริเออร์ด้วยเช่นกัน

อีกไม่กี่นาทีต่อมา กัปตันไมค์ก็พาเรือเรนโบว์ วอริเออร์เข้ามาเทียบท่า ทอดสมอและประกาศเจตนารมณ์ของการมาเยือนอย่างชัดเจน
ด้วยการขึ้นป้าย “QUIT COAL” ในจังหวะเดียวกันนั้น
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) ก็เริ่มฉีดน้ำสกัดไม่ให้เรือเร็วท้องแบนมีโอกาสโฉบเข้าไปใกล้สะพานขนถ่ายถ่านหิน
การขัดขวางดังกล่าวดำเนินไปนานกว่า 10 นาที

แม้การประท้วงจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามแผนที่วางไว้
อย่างน้อยนักรบสายรุ้งกลุ่มนี้ก็ทำให้ผู้คนอีกจำนวนมากได้รับรู้ผ่านการรายงานข่าวว่า มีอะไรเกิดขึ้นที่นี่

กรีนพีซเคยรณรงค์เชิงเคลื่อนไหวในพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ. ระยองมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง
แต่เป้าหมายล่าสุดนี้อยู่ที่การเรียกร้องให้ยุติการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเก็คโค่-วัน ขนาด 660 เมกะวัตต์ เพิ่มเติมจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเดิมที่มีกำลังการผลิต 500 เมกะวัตต์
ภายใต้การร่วมทุนระหว่างบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) และบริษัทเหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน)

ธารา บัวคำศรี ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์ประจำประเทศไทย กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เปิดเผยถึงการมาเยือนนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดของเรือเรนโบว์ วอริเออร์ในครั้งนี้ว่า
“กรีนพีซกำลังรณรงค์เพื่อกอบกู้วิกฤตโลกร้อน
และสาเหตุหลักของปัญหาโลกร้อนคือการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคพลังงาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงไฟฟ้าถ่านหิน เราจึงมาอยู่ที่นี่เพื่อที่จะเชื่อมโยงให้เห็นว่า
ไม่ควรจะมีการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ในพื้นที่นี้อีกต่อไป”

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) มีกลุ่มธุรกิจพลังงานจากเบลเยี่ยมถือหุ้นอยู่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์
ทั้งๆ ที่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรปประกาศชัดว่า ตั้งเป้าจะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์
แต่กลุ่มธุรกิจนี้ก็ยังเลือกที่จะลงทุนในโรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งเพิ่มการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ในอีกประเทศหนึ่ง
ธาราชี้ว่า สิ่งนี้ยืนยันถึงความหน้าไหว้หลังหลอกของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป
ที่จะส่งออกมลพิษมาให้ประเทศแถบเอเชียได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้กรีนพีซยังเรียกร้องให้บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) เปลี่ยนการลงทุนจากถ่านหินเป็นพลังงานหมุนเวียน
พร้อมกับยื่นจดหมายถึงนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ผลักดันการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ธารา เสนอว่า สิ่งรัฐบาลไทยควรจะลงมือทำและจำเป็นจะต้องดำเนินการโดยเร่งด่วนก็คือ
การพัฒนานโยบายพลังงานหมุนเวียน การผลักดันให้เกิดการพัฒนาประสิทธิภาพพลังงาน
และกฎหมายที่เอื้อต่อการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด

“เราเชื่อว่าถ่านหินไม่มีที่ยืนในสังคมไทย คำตอบก็คือ
เราควรจะเปลี่ยนไปเดินบนเส้นทางของพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืน
ก่อให้เกิดการจ้างงาน การกระจายรายได้ และความมั่นคงทางพลังงานอย่างแท้จริง
ไม่ใช่โรงไฟฟ้าถ่านหินที่เรายังต้องพึ่งพาการนำเข้าถ่านหินจากอินโดนีเซียและออสเตรเลีย” ธารากล่าวทิ้งท้าย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงเสี้ยวส่วนของปฏิบัติการ “หยุดถ่านหิน ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน” เท่านั้น
เรนโบว์ วอริเออร์ยังต้องออกเดินทางเพื่อรณรงค์และต่อสู้ด้วยสันติวิธีในอีกหลายประเทศทั่วโลก

ตราบที่โลกยังเจ็บป่วย งานของนักรบสายรุ้งก็ยังไม่จบสิ้น แล้วพวกเขาจะต้องสืบสานภารกิจแห่งสันติภาพสีเขียวไปอีกนานเพียงใด…กว่าจะถึงปลายทางที่เฝ้ารอ…
.
.
.
.
.
ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “บันทึกบนเส้นทาง”
นิตยสารโลกสีเขียว ฉบับที่ 100 เดือนกันยายน-ตุลาคม 2551

2 thoughts on “เกาะติดภารกิจ “Quit Coal” ของนักรบสายรุ้ง (7)

  1. ที่ละแมไม่เอาครับ

  2. “เราเชื่อว่าถ่านหินไม่มีที่ยืนในสังคมไทย คำตอบก็คือ
    เราควรจะเปลี่ยนไปเดินบนเส้นทางของพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและการพัฒนาที่ยั่งยืน
    ก่อให้เกิดการจ้างงาน การกระจายรายได้ และความมั่นคงทางพลังงานอย่างแท้จริง
    ไม่ใช่โรงไฟฟ้าถ่านหินที่เรายังต้องพึ่งพาการนำเข้าถ่านหินจากอินโดนีเซียและออสเตรเลีย” อุปฑิต เรืองธารา ณ หลังสวน กล่าวทิ้งท้าย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s