My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

“The Animals Save the Planet”…ย้ำเตือนสำนึกรักษ์โลก

3 ความเห็น

“The Animals Save the Planet” เป็นสื่อรณรงค์เรื่องโลกร้อน
ที่ยอดเยี่ยมติดอันดับต้นๆ ในใจเรา และน่าจะรวมถึงในใจของใครๆ อีกหลายคน
ที่เคยผ่านสายตากับอะนิเมชั่นสั้นๆ ชุดนี้ ซึ่งแพร่ภาพทาง Animal Planet

animalssavetheplanet
source : http://animalssavetheplanet.com/

เพราะเป็นช่องโทรทัศน์ที่โด่งดังมาจากการนำเสนอสารคดีชีวิตสัตว์ทั่วทุกมุมโลก
จึงไม่น่าแปลกใจที่สัตว์หลากหลายชนิดจะได้รับคัดเลือกให้มาเป็นตัวเอก
ในการบอกเล่ากลเม็ดเคล็ดไม่ลับเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เช่น การประหยัดน้ำ การประหยัดพลังงาน การลดใช้เชื้อเพลิง รวมถึงการทิ้งขยะ

และเมื่อคอนเซ็ปต์สัตว์รักษ์โลกตกมาอยู่ในมือของ Aardman Animations studio
ซึ่งโด่งดังมาจากการ์ตูนอะนิเมชั่นเรื่อง Chicken Run และ Wallace & Gromit
งานชิ้นนี้จึงนำเสนอผ่านเทคนิคดินปั้นที่เต็มไปด้วยความสดใสน่ารัก
แฝงไว้ด้วยมุขขำขันที่จะทำให้คนดูเผลออมยิ้มไปตามๆ กัน

เสน่ห์ของความเป็นการ์ตูนช่วยดึงความสนใจจากผู้ชมทุกวัยได้อย่างไม่ยากเย็น
เมื่อผนวกเข้ากับสีหน้า ท่าทาง การแสดงออกของสัตว์แต่ละตัว
ยิ่งสื่อสารประเด็นที่ต้องการไปถึงปลายทางได้ไม่ขาดตกบกพร่อง

แม้แต่เด็กๆ ก็น่าจะสามารถทำความเข้าใจกับพล็อตเรื่องได้ด้วยตัวเอง
โดยไม่จำเป็นต้องฟังบทพูดภาษาอังกฤษสั้นๆ ที่โผล่มาเพียงไม่กี่ประโยค
แต่ทุกอย่างจะกระจ่างมากขึ้นเมื่อผู้ใหญ่ช่วยอธิบายเสริมความหรือบอกเล่าข้อมูลเพิ่มเติม

“The Animals Save the Planet” ประกอบด้วยอะนิเมชั่นสั้นๆ ทั้งหมด 11 ตอน
โดยตอนที่เราเห็นว่าใกล้ตัวทุกคนมากที่สุดก็คือ…
การปล่อยให้เครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ในโหมดสแตนบาย

pug
source : http://animalssavetheplanet.com/

ตัวเอกของพล็อตนี้เป็นสุนัขพันธุ์ปั๊ก เจ้าของทิ้งให้มันนอนในห้องนั่งเล่นที่ปิดไฟมืด
แต่เต็มไปด้วยแสงวาบๆ สีแดงของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
ทั้งๆ ที่เป็นเวลากลางคืนซึ่งคนทั้งบ้านกำลังหลับใหล

เจ้าหมาพยายามจะข่มตาหลับบ้าง แต่เสียงหวี่หวี่ของเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้น
ก็น่ารำคาญซะเหลือเกิน มันเอามืออุดหูก็แล้ว เอาหมอนมาปิดหูก็แล้ว
มุดคลุมโปงใต้ผ้าห่มก็แล้ว แต่ไม่สำเร็จ มันหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ

จนในที่สุดต้องกำจัดเสียงรบกวนเหล่านั้นด้วยการถอดปล๊ก ทันทีที่ไฟดวงจิ๋วทั้งหลายดับลง
ความเงียบก็เข้ามาเยือน นั่นแหละ หมาปั๊กจึงเลิกงุ่นง่านและล้มตัวลงนอนได้อย่างสบายใจ

โดยมีคำพูดปิดท้ายว่า “เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในโหมดสแตนบายไม่เพียงปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อน แต่ยังทำให้ใครบางคน…นอนไม่หลับไปทั้งคืน”
…ไม่ใช่เรื่องเล็กเลยจริงๆ

ประเด็นเรื่องการใช้ถุงพลาสติกที่ฮอตฮิตไปทั่วโลกถูกนำเสนอมากถึง 2 ตอน
ตอนแรกเป็นการจับจ่ายซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตของสัตว์ต่างๆ
ลูกค้าคนแรกของแคชเชียร์สาวอุรังอุตัง คือ นกในตระกูลนกกระทุงที่มาซื้อปลาสด
เธอก็ยื่นถุงพลาสติกให้เมื่อคิดเงินเสร็จเรียบร้อย แต่เจ้านกกลับปฏิเสธ
แล้วใช้ถุงหนังใต้ปากใส่ปลากลับบ้านแทนการหิ้วถุงพลาสติก

ลูกค้ารายที่สองเป็นจิงโจ้ซึ่งงดรับถุงพลาสติกเหมือนกัน
เพราะเธอมีกระเป๋าหน้าท้องติดตัวมาด้วย
ส่วนอูฐลูกค้ารายสุดท้ายก็ไม่รับถุงพลาสติก
แต่เลือกจะเก็บขวดน้ำดื่มไว้ในโหนกบนหลังแทน

supermarket
source : http://animalssavetheplanet.com/

มนุษย์อย่างเราๆ ไม่มีอวัยวะพิเศษเหมือนลูกค้าสามรายนั้น
จึงจำเป็นต้องช่วยกันลดใช้ถุงก๊อบแก๊บด้วยการพกถุงผ้าไปชอปปิ้ง
เพราะถุงผ้าหนึ่งใบที่แข็งแรงทนทาน สามารถใช้งานซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้นานเป็นปีๆ
จึงช่วยลดการรับถุงพลาสติกใบใหม่ๆ เข้ามาในชีวิตได้มากมายหลายร้อยใบ

ส่วนเรื่องราวของถุงพลาสติกตอนที่สองจะพาไปเจอกับเรื่องตลกร้ายใต้ทะเล
เมื่อแมงกะพรุนผู้โดดเดี่ยวลอยล่องมาเจอกับถุงก๊อบแก๊บที่ย่อยยาก
และดันหลงผิดคิดว่าเป็นเพื่อนร่วมสายพันธุ์ จึงเต้นรำกันอย่างเพลิดเพลิน
ก่อนที่จะจบลงแบบไม่สวยงาม เพราะโดนพันรัดร่างกายด้วยถุงพลาสติกใบนั้นนั่นเอง

jellyfish
source : http://animalssavetheplanet.com/

อะนิเมชั่นตอนนี้ต้องการสื่อสารให้คนหันมาใช้ถุงพลาสติกแบบย่อยสลายได้
แต่เราคิดว่ามันสามารถขยายความคิดไปถึงต้นทางของถุงพลาสติกได้เลย
เพียงแค่ลด-ละการใช้และการทิ้งถุงก๊อบแก๊บแบบไม่เลือกสถานที่
โศกนาฏกรรมที่มักเกิดขึ้นกับสัตว์ทะเลก็ลดลงตามไปด้วยแล้ว…ใช่หรือไม่

สัตว์ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของปัญหาโลกร้อนอย่างเพนกวินและหมีขาว
ก็ไม่พลาดที่จะร่วมแสดงใน “The Animals Save the Planet” ด้วยเช่นกัน

polarbulb
source : http://animalssavetheplanet.com/

มันเป็นอะนิเมชั่นที่เปิดฉากด้วยบรรยากาศภายในกระท่อมน้ำแข็ง
หมีขาวกำลังอ่านหนังสืออย่างสบายใจโดยอาศัยความสว่างจากหลอดไฟแบบเก่า
ขณะที่เพนกวินตัวอ้วนกลมต้องรับบทหนักกับการปั่นจักรยานผลิตกระแสไฟฟ้า

ช่วงไหนแสงริบหรี่เพราะเพนกวินแรงแผ่ว หมีขาวก็จะเติมพลังมันด้วยการโยนปลาสดให้กิน
แต่เมื่อเพนกวินปั่นเร็วจี๋จนหอบแฮ่ก ไฟกลับดับมืดลงเพราะหลอดขาด
หมีขาวยังอ่านหนังสือไม่จุใจ เลยคว้าหลอดไฟหลอดใหม่มาเปลี่ยน
คราวนี้เป็นคอมแพคฟลูออเรสเซนต์เสียด้วย

ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ เบาแรงปั่นของเพนกวินไปเยอะ เพราะหลอดประหยัดไฟต้องการพลังงาน
เพียง 1 ใน 5 ของหลอดไส้หรือหลอดไฟแบบเก่าเท่านั้น

หมีขาวกับเพนกวินสื่อสารเรื่องการเปลี่ยนหลอดไฟเพื่อประหยัดพลังงานได้ง่ายและชัดเจน
แต่ในขณะเดียวกันมันก็อาจสร้างภาพจำผิดๆ ให้กับผู้ชม ซึ่งอาจเข้าใจไปว่า
หมีขาวและเพนกวินอาศัยอยู่ร่วมขั้วโลกเดียวกัน

ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง บ้านของหมีขาวนั้นจำกัดอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ
ส่วนถิ่นที่อยู่ของเพนกวินเกือบทุกสายพันธุ์ก็คือบริเวณขั้วโลกใต้ แถบออสเตรเลียกับนิวซีแลนด์ มีเพนกวินเพียง 1-2 ชนิดที่อาศัยอยู่ละแวกอัฟริกาใต้ ซึ่งค่อนข้างใกล้เส้นศูนย์สูตรและอยู่ห่างจากขั้วโลกใต้อันหนาวเหน็บมากที่สุด
จึงไม่มีทางที่หมีขาวขนปุยจะมาเจอกับเจ้าเพนกวินที่มีขนคิ้วสีเหลืองๆ
เหมือนที่เห็นในอะนิเมชั่นอย่างแน่นอน

นอกจากอะนิเมชั่น 4 ตอนที่เล่าให้ฟังพอเป็นน้ำจิ้ม
ยังมีเรื่องของฮิปโปโปเตมัสที่ขัดสีฉวีวรรณจนน้ำหมดเกลี้ยง
เสือดาวที่พลาดอาหารมื้อโอชะเพราะขยะจากนักท่องเที่ยว
ก๊าซเรือนกระจกจากตดวัวที่ทำให้ผู้บริโภคต้องทบทวนการเลือกรับประทานอาหารของตนเอง
และอื่นๆ ซึ่งคุณสามารถคลิกเข้าไปดูอะนิเมชั่นทั้งหมดได้ที่นี่

ตัวการ์ตูนเหล่านี้พอจะช่วยให้เด็กเข้าใจวิธีการดูแลโลกแบบง่ายๆ ได้
แต่สำหรับผู้ใหญ่ที่รับรู้การรณรงค์เพื่อบรรเทาวิกฤตโลกร้อนผ่านสื่อต่างๆ มานานเกินปี
คงไม่ต้องให้สัตว์ทั้งหลายออกมาย้ำเตือนกันอีกรอบ (หรืออีกหลายๆ รอบ)
แค่เปลี่ยนสิ่งเคยที่รับรู้มาเป็นการลงมือทำก็ถือว่าได้มีส่วนร่วมรักษ์โลกแล้ว
อย่ารอให้ขบวนสัตว์ที่ไม่ได้สร้างปัญหาโลกร้อนย้อนกลับมาตั้งคำถาม…
โลกจะแย่อยู่แล้ว ไอ้พวกคนๆ มันมัวทำอะไรกันอยู่ว่ะ

Advertisements

3 thoughts on ““The Animals Save the Planet”…ย้ำเตือนสำนึกรักษ์โลก

  1. ชอบประโยคปิดท้ายบล็อกนี้อะ เออ จริงเฮะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s