My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ข้อห่วงกังวล…เรื่องเขตควบคุมมลพิษที่มาบตาพุด

1 ความเห็น

หมายเหตุบทความชิ้นนี้เขียนขึ้นโดย ดร.เดชรัต สุขกำเนิด (คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์) และศุภกิจ นันทะวรการ (มูลนิธินโยบายสุขภาวะ)
เพื่ออธิบายข้อกังวลหรือข้อสงสัยที่เกี่ยวการที่ศาลปกครองระยองมีคำพิพากษาประกาศให้
พื้นที่มาบตาพุดและตำบลบ้านฉางเป็นเขตควบคุมมลพิษ เมื่อ 3 มีนาคม 2552
เราเห็นว่าเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังสนใจเรื่องนี้จึงนำมาแปะในบล็อก
หากอ่านแล้วอยากซักถามเพิ่มเติม ส่งอีเมล์ถึงคุณศุภกิจได้ที่ suphakit.sharing[at]gmail.com

ตอบคำถามข้อห่วงกังวลเขตควบคุมมลพิษที่มาบตาพุด
1 ถาม : ปัญหามลพิษที่มาบตาพุดในปัจจุบัน มีแนวโน้มดีขึ้นแล้วหรือไม่?
ตอบ : คำพิพากษาของศาลปกครองระยอง มีการพูดถึงข้อโต้แย้งของคณะกรรมการ-
สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กรมควบคุมมลพิษ ข้อมูลหลักฐานต่างๆ จนถึงปี 2551
ตลอดจนข้อมูลการศึกษาทางวิชาการจำนวนมาก สรุปว่า…
ปัญหามลพิษมีผลกระทบรุนแรงจริง แม้รัฐบาลจะดำเนินการตามแผนอื่นๆ
โดยการไม่ประกาศเขตควบคุมมลพิษ แต่ปัญหามลพิษยังไม่มีแนวโน้มลดลง
ตรงกันข้ามกลับมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสารอินทรีย์ระเหยก่อมะเร็งเกินค่ามาตรฐานหลายเท่า โลหะหนักปนเปื้อนในบ่อน้ำที่ชาวบ้านต้องใช้ เพราะยังไม่มีน้ำประปา
การลักลอบทิ้งขยะพิษอุตสาหกรรม หรืออุบัติภัยสารเคมีที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอทำให้ทรัพย์สินเสียหายและประชาชนได้รับบาดเจ็บ ฯลฯ

2 ถาม : แผนลดและขจัดมลพิษที่จัดทำในปี 2550 ใช้แนวทางของเขตควบคุมมลพิษแล้ว และมีดำเนินการคืบหน้าอย่างดี จึงไม่จำเป็นต้องประกาศเขตควบคุมมลพิษ?
ตอบ : คำ พิพากษาของศาลปกครองระยองชี้ว่า รัฐบาลมีการดำเนินการแก้ปัญหามานานแล้ว
ทั้งการจัดทำแผน กำหนดมาตรการ งบประมาณ เป้าหมาย ระยะเวลา และการเฝ้าระวัง
แต่ยังไม่สามารถควบคุมและขจัดมลพิษได้ ซึ่งรัฐบาลไม่มีอำนาจใช้ดุลพินิจโดยอ้างเหตุผลว่า
ขณะนี้โรงงานให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาตามแผนลดและขจัดมลพิษอยู่แล้ว
การไม่ประกาศเขตควบคุมมลพิษในพื้นที่มาบตาพุดและพื้นที่ข้างเคียง จึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร

3 ถาม : ที่มาของการฟ้องร้องคดีให้ประกาศเขตควบคุมมลพิษต่อศาลปกครองระยองคืออะไร?
ตอบ : ความไม่เข้มงวดและไม่เอาจริงเอาจังของภาครัฐในการจัดการปัญหามลพิษ
เป็นจุดอ่อนที่ทำให้ปัญหามลพิษที่มาบตาพุดลุกลามบานปลาย ดังเช่น
การยอมให้มีการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่เขตกันชนที่รัฐเป็นผู้กำหนดไว้เอง ส่งผลให้โรงงานอุตสาหกรรมหนักมาอยู่ติดชิดกับชุมชน
จนมีการย้ายโรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคารออกนอกพื้นที่ในปี 2540-2541
และย้ายโรงพยาบาลมาบตาพุดในปี 2550

ชาวมาบตาพุดจึงใช้สิทธิในการพิทักษ์สุขภาพและสิ่งแวดล้อมของตนเอง
โดยฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อขอให้รัฐบาลได้นำอำนาจและหน้าที่ที่ภาครัฐมีอยู่
มาบังคับใช้อย่างเข้มงวดและจริงจังเพื่อบำบัดทุกข์ของประชาชน
ซึ่งก็คือการประกาศเขตควบคุมมลพิษ
เนื่องจากที่ผ่านมาภาครัฐบ่ายเบี่ยงที่จะใช้อำนาจหน้าที่ดังกล่าว
โดยอ้างว่าเกรงจะกระทบต่อการลงทุน และไม่เชื่อว่าจะเป็นมาตรการที่สัมฤทธิ์ผลจริง
ในที่สุด คำพิพากษาของศาลปกครองระยองทำให้ได้ข้อยุติว่า…
รัฐบาลไม่อาจบ่ายเบี่ยงในการใช้อำนาจตามกฎหมายของตนได้อีกต่อไป

4 ถาม : การประกาศเขตควบคุมมลพิษจะนำไปสู่การจัดการปัญหามลพิษอย่างเข้มงวดและจริงจังอย่างไร?
ตอบ : การประกาศเขตควบคุมมลพิษจะช่วยให้มาตรการป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม
และสุขภาพมีความเข้มงวดและเอาจริงเอาจังมากขึ้น
ทั้งการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษ
การกำหนดมาตรฐานมลพิษจากแหล่งกำเนิดและมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
รวมถึงการใช้มาตรการที่จำเป็นอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาที่มีอยู่
เช่น การกำหนดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน เพื่อแก้ปัญหาการหายไปของพื้นที่กันชน
และการรุกล้ำของโรงงานอุตสาหกรรมเข้าไปเขตชุมชน ดังที่ประสบอยู่ทุกวันนี้

5 ถาม : ถ้าประกาศเขตควบคุมมลพิษแล้ว ต้องให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการและมีอำนาจ แต่ท้องถิ่นไม่มีขีดความสามารถเพียงพอจึงไม่สามารถแก้ปัญหามลพิษได้และไม่เป็นที่ยอมรับของนักลงทุน?
ตอบ : ประการแรก กฎหมายไม่ใช่ให้อำนาจทั้งหมดไปที่ท้องถิ่น แต่เฉพาะการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อลดและขจัดมลพิษ ซึ่งจะมีกรมควบคุมมลพิษและเจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมของหน่วยงานต่างๆ เข้ามาสนับสนุนเทศบาลหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดทำแผน
เมื่อท้องถิ่นจัดทำแผนฯ แล้วไม่ใช่บังคับใช้ได้เลย แต่จะต้องเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด
เพื่อรวมไว้ในแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมจังหวัดและต้องขอความเห็นชอบ
จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติก่อน จึงจะดำเนินการได้

สำหรับอำนาจในการกำหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อมให้เข้มงวดมากขึ้น ไม่ได้อยู่ที่ท้องถิ่น
แต่อยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ในการกำหนดมาตรฐานมลพิษจากแหล่งกำเนิด
เช่น ปลายปล่อง ปลายท่อ ให้เข้มงวดขึ้นได้ และอยู่ที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ในการกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม เช่น ในน้ำทะเล ในอากาศ ให้เข้มงวดขึ้นได้

ขณะที่อำนาจในการกำหนดมาตรการอื่นๆ เช่น กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน
หรือห้ามการกระทำหรือกิจกรรมที่อาจเป็นอันตรายหรือก่อผลกระทบอยู่ที่รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีก่อน

6 ถาม : การประกาศเขตควบคุมมลพิษจะโอนอำนาจไปอยู่ที่ท้องถิ่นแทนหน่วยราชการส่วนกลาง จะทำให้การแก้ปัญหาทำได้ยากลำบากขึ้นกว่าเดิม?
ตอบ : องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมิได้มีอำนาจเหนืออำนาจอื่นๆ ที่หน่วยราชการมีอยู่
อำนาจหน้าที่เดิมของส่วนราชการไม่ได้หายไป หน่วยราชการจึงยังคงสามารถใช้
และจำเป็นต้องใช้อำนาจของตนในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ต่อไป
เช่น กรมควบคุมมลพิษและสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม ยังต้องติดตามตรวจสอบ
มลพิษและการดำเนินมาตรการลดผลกระทบต่างๆ ของโรงงานต่อไป
หากพบว่ามีการละเมิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่อยู่แล้ว

7 ถาม : การประกาศเขตควบคุมมลพิษจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงหรือไม่?
ตอบ : จากข้อมูลที่ผ่านมา มีการประกาศเขตควบคุมมลพิษมาแล้ว 17 พื้นที่ใน 12 จังหวัด
โดยการวิเคราะห์อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของแต่ละจังหวัด 5 ปีก่อนหน้าการประกาศเปรียบเทียบกับ 5 ปีหลังการประกาศ ปรากฏว่า…
การประกาศเขตควบคุมมลพิษที่ผ่านมาไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดเหล่านั้นแต่อย่างใด
โดยเฉพาะในกรณีของจังหวัดสมุทรปราการและสระบุรี ซึ่งมีอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากพบว่า
มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าก่อนที่จะประกาศเขตควบคุมมลพิษ

การประกาศเขตควบคุมมลพิษนั้นไม่ได้เป็นการจำกัดการลงทุน
โดยสถานการณ์ปัญหามลพิษและผลกระทบในพื้นที่มาบตาพุด
ยิ่งต้องการการลงทุนเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่การลงทุนในลักษณะเดิม
หากจำเป็นต้องมีการลงทุนในการลดและขจัดมลพิษ
เช่น เทคโนโลยีสะอาด การอนุรักษ์พลังงาน พลังงานหมุนเวียน ฯลฯ
ซึ่งมาตรการเหล่านี้สร้างการจ้างงานและส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงกลั่นน้ำมัน และโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่
เพราะมีสัดส่วนการจ้างงานต่อเงินลงทุนสูงกว่าและมีสัดส่วนการนำเข้าวัตถุดิบและปัจจัยการผลิตจากต่างประเทศต่ำกว่า

8 ถาม : การประกาศเขตควบคุมมลพิษจะกระทบต่อการท่องเที่ยวและจะทำให้ขายผักผลไม้ไม่ได้หรือไม่?
ตอบ : หลายพื้นที่ซึ่งประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษก่อนหน้านี้แล้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ได้แก่ พัทยา ภูเก็ต หัวหิน ชะอำ หมู่เกาะพีพี และหาดใหญ่
ซึ่งประกาศมาแล้วนับสิบปี ไม่มีผลกระทบให้การท่องเที่ยวลดลง
ส่วนพื้นที่เขตควบคุมมลพิษอื่นๆ เช่น จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม
รวมทั้งพื้นที่เขตควบคุมมลพิษอื่นๆ ไม่เคยมีข้อมูลหลักฐานปรากฏว่า
ส่งผลกระทบต่อการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรแต่อย่างใด

9 ถาม : การประกาศเขตควบคุมมลพิษ จะส่งผลต่อการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างไร?
ตอบ : ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม 2535
การประกาศเขตควบคุมมลพิษไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการพิจารณาเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด ความเกี่ยวข้องที่อาจจะมีก็ต่อเมื่อ
1) คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือผู้ว่าราชการจังหวัด
ใช้อำนาจในการกำหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อมให้เข้มงวดมากขึ้น
หรือ
2) แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเห็นชอบ
มีมาตรการที่เกี่ยวข้องกับรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม
หรือ
3) รัฐมนตรีฯ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติและคณะรัฐมนตรี
อนุมัติให้ดำเนินมาตรการที่มีความเกี่ยวข้องกับรายงายผลกระทบสิ่งแวดล้อม
จึงจะมีผลว่าการพิจารณาเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมจะต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร

10 ถาม : การประกาศเขตควบคุมมลพิษจะเป็นแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนที่แตกต่างจากเดิมอย่างไร?
ตอบ : การบัญญัติให้ท้องถิ่นเข้ามาร่วมจัดทำแผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษ
คือนัยยะของการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและเป็นการเปิดโอกาสสำหรับชาวมาบตาพุด
ในการมีส่วนร่วมจัดการ ดูแล ควบคุมผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง
โดยผ่านกระบวนการจัดทำแผนลดและขจัดมลพิษ
ไม่เหมือนการจัดทำแผนควบคุมมลพิษในปี 2550 ที่เปิดให้ประชาชนเข้าร่วม
รับฟังความคิดเห็นได้ 2 ครั้ง ซึ่งไม่เพียงพอกับการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาที่รุนแรงในพื้นที่

11 ถาม : มีปัญหาอะไรที่จำเป็นจะต้องกำหนดมาตรฐานสิ่งแวดล้อมให้เข้มงวดมากขึ้นหรือไม่?
ตอบ : ข้อมูลปัญหามลพิษจากสารปรอท ซึ่งอาจจะปล่อยออกมาจากโรงไฟฟ้าและโรงงานอุตสาหกรรมที่มาบตาพุดทั้งทางน้ำและอากาศ
สามารถก่อผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพน้ำทะเล สัตว์ทะเล และประชาชน
จึงจำเป็นต้องมีข้อมูลและกำหนดมาตรฐานการปล่อยสารปรอทให้เข้มงวดมากกว่าเดิม

สำหรับปัญหาสารอินทรีย์ก่อมะเร็งที่ตรวจพบในปี 2548 เกินค่ามาตรฐานนานาชาติถึง 19 ชนิด
แต่มีการกำหนดค่ามาตรฐาน 9 ชนิดในปี 2550 โดยใช้การเทียบเคียงจากต่างประเทศ
ซึ่งมีฐานในการกำหนดมาจากสภาวะปกติไม่ควรเกินค่าที่กำหนดไว้
แต่ในกรณีมาบตาพุดมีงานวิจัยของหน่วยราชการต่างๆ และองค์กรอื่นๆ
ยืนยันมานานนับสิบปีแล้วและชาวบ้านได้รับสัมผัสมาโดยตลอด
จึงน่าจะต้องกำหนดมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เข้มงวดมากขึ้น

12 ถาม : หากรัฐบาลไม่อุทธรณ์คำพิพากษาจะไม่รักษาผลประโยชน์ของรัฐและเป็นการเสียสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เปิดโอกาสให้สามารถอุทธรณ์ได้หรือไม่?
ตอบ : การฟ้องคดีนี้ไม่ใช่การเรียกร้องค่าเสียหายแต่อย่างใด
แต่เรียกร้องให้รัฐบาลใช้อำนาจหน้าที่ซึ่งกำหนดไว้ในกฎหมาย
เพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน หากรัฐบาลอุทธรณ์
จึงแสดงว่ารัฐบาลจะร้องขอต่อศาลไม่ให้ตนใช้อำนาจหน้าที่ที่ตนมีอยู่ในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน เนื่องจากไม่เชื่อว่ากลไกตามกฎหมายของตนจะแก้ไขปัญหาได้
ขณะเดียวกันรัฐบาลเองก็ไม่ปรับปรุงกลไกดังกล่าวให้มีประสิทธิผลมากขึ้น
ตลอดระยะเวลาที่บังคับใช้กฎหมายนี้มา 17 ปีแล้ว

13 ถาม : คำพิพากษาของศาลปกครองกำหนดให้ประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน มีขั้นตอนในการประกาศอย่างไร และจะสามารถดำเนินการได้ทันหรือไม่?
ตอบ : ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะจัดเตรียมร่างประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่อง กำหนดให้ท้องที่เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด ตำบลเนินพระ ตำบลมาบข่า ตำบลทับมา และตำบลบ้านฉางเป็นเขตควบคุมมลพิษ ซึ่งระบุเหตุผลในการประกาศและแผนที่เพื่อให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาเห็นชอบ โดยเคยจัดทำไว้เบื้องต้นแล้วตั้งแต่ปี 2548

โดยสรุปปัญหามลพิษที่มาบตาพุดมีผลกระทบรุนแรงจริง ไม่มีแนวโน้มลดลงแต่กลับเพิ่มขึ้น
ภาครัฐมีการดำเนินการแก้ไขมานานแล้ว แต่ยังแก้ปัญหาไม่ได้ จึงจำเป็นต้องประกาศเขตควบคุมมลพิษ เพื่อให้การลดและขจัดมลพิษมีความเข้มงวดและจริงจัง
โดยอำนาจตามเขตควบคุมมลพิษ ไม่ได้จำกัดเฉพาะท้องถิ่น
แต่ยังรวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัด รัฐมนตรี และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
โดยส่วนราชการอื่นๆ มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายซึ่งต้องดำเนินการอยู่แล้ว

สำหรับภาคอุตสาหกรรมที่ดำเนินการจัดการมลพิษตามกฎหมายอยู่แล้วไม่มีประเด็นใดที่ต้องกังวล ขณะที่การท่องเที่ยวและภาคเกษตรไม่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตควบคุมมลพิษแต่อย่างใด
สำหรับรัฐบาลการประกาศเขตควบคุมมลพิษ เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการลดและขจัดมลพิษให้ลุล่วงและเป็นโอกาสในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยมาตรการที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งเป็นการปรับไปสู่แนวทางการพัฒนาที่ไม่ก่อมลพิษอย่างรุนแรงและมีความ ยั่งยืน
ซึ่งสร้างประโยชน์ระยะยาวให้กับประชาชนและประเทศชาติ

Advertisements

One thought on “ข้อห่วงกังวล…เรื่องเขตควบคุมมลพิษที่มาบตาพุด

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s