My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

เมื่อขี้ควายจางกลิ่นที่บ้านหนองบาท้าว (2)

3 ความเห็น

ใบไม้ร่วง + ขี้ควายเหม็นๆ = …

ครูพูนศักดิ์ เขียวสังข์ ซึ่งเข้ามารับช่วงงานต่อจากครูสมานชัย
เล่าย้อนถึงที่มาของการปั่นจักรยานเก็บขี้ควายว่า
“โรงเรียนมีต้นไม้เยอะ แต่เดิมใบไม้ที่ร่วงเนี่ย จะเก็บรวบรวมแล้วเผา
อากาศก็ไม่ค่อยดี เป็นมลพิษ” นั่นคือปัญหาแรกที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน

ขณะเดียวกัน ฝูงควายหลายร้อยตัวที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ก็สร้างปัญหาเหม็นๆ
และทำให้ถนนหนทางสกปรก เพราะพวกมันขี้เลอะเทอะไปทั่ว
“สภาพไม่น่าดูเท่าไหร่ ไก่มาคุ้ยเขี่ย หน้าฝนนี่ยิ่งแย่กันไปใหญ่” ครูพูนศักดิ์กล่าว

เมื่อสองปัญหามาเจอกัน ทางออกสุดเจ๋งที่ครูสมานชัยคิดได้ก็คือ…
เอาทั้งใบไม้ไร้ค่าและขี้ควายที่ไม่มีใครต้องการมาหมักรวมกันเป็น “ปุ๋ยหมักใบไม้ขี้ควาย”
โดยแต่ละวันจะมีกลุ่มนักเรียนผลัดเปลี่ยนกันปั่นจักรยานไปเก็บขี้ควายในหมู่บ้าน
เจอขี้ควายตรงไหนก็โกยใส่ถังพลาสติกท้ายรถจักรยานกลับมากองไว้ที่ธนาคารขี้ควาย
ส่วนเศษใบไม้ก็รวบรวมมาไว้ในคอกเก็บใบไม้

nong ba tao school 04

ครูพูนศักดิ์ อธิบายขั้นตอนการทำปุ๋ยหมักใบไม้ขี้ควายว่า
จะต้องบดใบไม้เป็นชิ้นเล็กแล้วจึงนำเศษใบไม้ที่ได้เกลี่ยลงพื้น หว่านยูเรีย
รดน้ำที่ผสม พ.ด.1 ของกรมพัมนาที่ดิน และน้ำหมักชีวภาพ
เพื่อเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์และเร่งให้ย่อยสลายได้เร็วขึ้น
จากนั้นกลบทับด้วยขี้ควายหนาประมาณ 10 เซนติเมตร วางใบไม้ หว่านยูเรีย
รดน้ำ และกลบทับด้วยขี้ควาย ทำเช่นนี้ซ้ำไปประมาณ 8-9 ชั้น

“ผ่านไป 7 วัน กลับกองปุ๋ยครั้งที่หนึ่ง ผ่านไปอีก 7 วันก็กลับกองปุ๋ยครั้งที่สอง
อีก 7 วันกลับกองปุ๋ยครั้งที่สาม พอครบกำหนด 45 วันก็จะเป็นปุ๋ยที่พร้อมใช้งาน”

ทั้งนี้ผลผลิตบางส่วนจะถูกแปรรูปเป็นปุ๋ยอัดเม็ดเพื่อให้โรยหว่านได้สะดวก
โดยจะต้องนำปุ๋ยหมักไปผ่านเครื่องร่อนแยกสิ่งที่ไม่ต้องการออก
ป้อนลงเครื่องบดเนื้อก็จะได้ออกมาเป็นท่อนเล็กๆ
ตากทิ้งไว้ประมาณ 3 วันจนแห้งสนิทจึงบรรจุลงถุง

nong ba tao school 06<

นอกจากจะแก้โจทย์ของโรงเรียนและชุมชนได้ด้วยคำตอบเดียวแล้ว
เด็กๆ ยังได้เรียนรู้แนวคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างสนุกสนานผ่านการลงมือจริงนอกห้องเรียน
ส่วนการจำหน่ายปุ๋ยหมักฝีมือการผลิตของครูนักเรียนแห่งบ้านหนองบาท้าว
ก็กลายเป็นรายได้ที่สมทบเข้ากองทุนอาหารกลางวันและกองทุนการศึกษา
ซึ่งจะมอบให้กับเด็กที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทุกคนอีกด้วย

…แทบไม่น่าเชื่อว่า แค่ใบไม้กับขี้ควายจะสามารถออกดอกออกผลมากมายถึงเพียงนี้…

ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ชุมชนต้นแบบ”
นิตยสารพลัง+งาน ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 52

3 thoughts on “เมื่อขี้ควายจางกลิ่นที่บ้านหนองบาท้าว (2)

  1. ขอบพระคุณกับผู้รู้คุณค่าของ ควาย ขี้ควาย และทุสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงระหว่างคนกับควาย ทำให้เกิดความสำคัญในวิถีชีวิต รวมถึงสังคมวัฒนธรรมประเพณีและความเชื่อ ที่พัฒนาถึงนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ควายเป็นฐานเพื่อประโยชน์ต่อมนุษย์ ขณะนี้ผมกำลังทำเรื่อง ตัวควาย เพื่อนำเข้าสู่สถานศึกษาเพื่อพัฒนาการเรียนรู้สู่เศรษฐกิจพอเพียง (ยังได้ไม่ถึง 100ตัว ใน 20กว่าโรงเรียนใน จ.นครพนม)โดยเข้ามาอยู่ในที่ที่ทำงานได้กว้างกว่า เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากกว่าอยู่ที่โรงเรียน และในอนาคตจะสร้างภาพยนตร์เรื่อง “ครูขี้ควาย” ให้คนได้ชม เพื่อเป็นมิติใหม่ให้คนได้คิด ได้รับความรู้ ได้เห็นภูมิปัญญา ได้รับความบันเทิง ได้เห็นความเป็นจริงในสภาพสังคมในวงการศึกษา ได้เห็นคุณธรรม เกิดสำนึกดีกับผู้ชมและหลายอย่างที่ผู้ชมต้องตะลึงว่า คิดได้อย่างไร ยังมีอยู่หรือ เป็นไปได้หรือไม่น่าเชื่อ หรือเชื่อเลย และขอบคุณเจ้าของเวปนี้ด้วยครับ (ครูสมานชัย สุวรรณอำไพ)

  2. ขอบคุณมากครับผู้รู้คุณค่าของสัตว์ที่มีบุญคุณต่อคน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s