My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

เมื่อขี้ควายจางกลิ่นที่บ้านหนองบาท้าว (5)

2 ความเห็น

ประคองให้ยั่งยืน…มิใช่ง่าย

nong ba tao school 07

เป็นเจตนาดีที่โรงเรียนหนองบาท้าวยังตั้งใจจะดำเนินโครงการขี้ควายช่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง แต่หากเปรียบเทียบสิ่งเคยที่เกิดขึ้นในยุครุ่งเรืองกับที่กำลังเป็นอยู่ในวันนี้
ย่อมปรากฏความแตกต่างอยู่พอสมควรในระยะเวลาเกือบ 8 ปีที่ผ่านมา

ทั้งการส่งมอบหน้าที่รับผิดชอบโครงการ
จากครูสมานชัย สุวรรณอำไพ มาสู่ครูพูนศักดิ์ เขียวสังข์
ปริมาณขี้ควายบนถนนที่ลดจำนวนลง
ความชำรุดทรุดโทรมของเครื่องมือเครื่องไม้ที่ใช้งานมาหลายปี
งบประมาณที่ร่อยหรอ การขายปุ๋ยที่ไม่สร้างรายได้มากเท่าเดิม

ความเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายในและภายนอกเหล่านี้
ส่งผลให้โครงการที่เคยขึ้นสู่จุดสูงสุดต้องเจอกับเส้นทางที่ขรุขระกว่าเคย
ซึ่งหากไม่พยายามปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่แปรผันไป
การประคับประคองธนาคารขี้ควายแบบเดิมๆ ให้คงความเข้มแข็ง เข้มข้น
และอยู่รอดอย่างยั่งยืนในวันเวลาใหม่ จึงเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้

การก้าวเดินไปให้ถึงความสำเร็จว่ายากแล้ว
ก้าวต่อๆ ไปที่จะรักษาความสำเร็จนั้นไว้ยิ่งยากกว่าหลายเท่า
…นี่อาจจะเป็นอุปสรรคใหม่ที่โรงเรียนบ้านหนองบาท้าวกำลังเผชิญ

ไม่มีใครรู้ว่าคำตอบของโจทย์ข้อนี้จะออกมาเป็นอย่างไร
แต่เรื่องราวทั้งหมดคืออีกหนึ่งประสบการณ์ความสำเร็จที่ชุมชนอื่นๆ สามารถใช้เป็นต้นแบบในการเรียนรู้ได้เช่นกัน

บ่ายวันนั้นทีมงานนิตยสารพลัง+งานนั่งรถสองแถวออกจากอำเภอศรีสงคราม
พร้อมกับความคิดที่ว่า…สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงคงทำให้กลิ่นขี้ควายที่โรงเรียนบ้านหนองบาท้าวในวันนี้จางลงไปแล้วจริงๆ…

nong ba tao school 02

ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “ชุมชนต้นแบบ”
นิตยสารพลัง+งาน ฉบับที่ 2 เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน 52

2 thoughts on “เมื่อขี้ควายจางกลิ่นที่บ้านหนองบาท้าว (5)

  1. ขอบคุณทุกท่านที่ได้ติดตามผลงานอย่างต่อเนื่อง ขอเรียนว่าขี้ควายคงไม่จางหายอย่างแน่นอน เพราะขณะนี้ผมได้ดำเนินการนำควายเข้าสู่สถานศึกษาแล้ว 21 โรงเรียน มาจากผู้รู้คุณค่าของควาย รู้คุณค่าของชีวิต เป็นจำนวน 90 ตัว และขณะเดียวกันผมได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากควายและเป็นมิตรต่อสรรพชีวิตทั้งคน สัตว์ สิ่งแวดล้อม มันคือ นวัตกรรมปุ๋ยขี้ควายอัดเมล็ดข้าว (เมล็ดข้าวอยู่ข้างในก้อนปุ๋ยขี้ควาย) เพื่อให้ชาวนาได้นำไปปลูกได้สะดวกดี และเพิ่มปริมาณการผลิต และในอนาคตชาวนาที่ฉลาดที่มองไกล จะทิ้งปุ๋ยเคมีและจะมาใช้สิ่งที่เป็นมิตรต่อตนเองและสังคม สิ่งแวดล้อมอย่างแน่นอน นี่เป็นเพียงมิติเดียวของการคิดที่เกิดจากการคิดและสังเกต ผสมผสานกับองค์ความรู้ต่างๆ เข้า เพื่อจะให้คนไทยได้รับแต่สิ่งดีๆ จากคนที่สังคมเขามอบให้ ครูขี้ควาย ติดตามต่อไปนะครับ.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s