My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

04 ที่แน่ๆ …แพ้น้ำใจ

14 ความเห็น

จากร้านอาหาร นุดรีบจ้ำกลับมาถึงเกสต์เฮาส์เป็นคนแรก
อาการคลื่นไส้ไม่รู้จบทำให้นุดไม่อยากทำอะไรเลยนอกจากนอน
หมูบินเดินสบาย อาการปวดหัวสลายไปหมดแล้ว
ส่วนเราเดินอย่างช้า ถึงห้องคนสุดท้ายเพราะมีอาการวิ้งๆ ในหัว

กลับมาถึงห้องประมาณ 6 โมงเย็น ตอนนั้นทุกคนสรุปแล้วว่า..นุดแพ้ความสูง
แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงอะไร หากดื่มน้ำเยอะๆ และนอนพักนิ่งๆ
อย่างที่เคยอ่านเจอในหนังสือและเว็บไซต์หลายแห่ง อาการน่าจะทุเลาลงในไม่ช้า

เราเห็นฟ้ายังสว่างจ้าเลยชวนหมูบินเดินไปสันติสตูปา (Shanti Stupa)
กะว่าไปสำรวจกันรอบนึงก่อน นุดหายดีค่อยไปพร้อมกันอีกรอบ
แต่สำหรับเย็นนี้ นอนพักไปก่อนน้า

สันติสตูปาหรือเจดีย์สันติภาพตั้งอยู่บนยอดเขาในย่านจังสปา
ทางขึ้นอยู่ใกล้ Greenland Guesthouse แค่เดิน 5-7 นาที
เป็นเจดีย์สีขาวขนาดใหญ่ สร้างขึ้นสมาคมพุทธศาสนิกชนแห่งญี่ปุ่น
และทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการโดยองค์ดาไลลามะเมื่อปี ค.ศ. 1983
ไกด์บุ๊กบอกว่า ที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยและโรแมนติกที่สุดมุมหนึ่งในเลห์!

p036
นี่เพิ่งซุ้มประตูทางขึ้นเท่านั้นเอง
เดิน เดินเถิดลา สันติสตูปายังอยู่อีกไกล

p037
เพดานซุ้มประตูทางขึ้นประดับด้วยภาพวาดพระและเทพเจ้า สีสวยสดเชียวนะ

ค่อยๆ ก้าวขาซ้ายขวาขึ้นบันไดทีละขั้น
ต้องพักเป็นระยะ เพราะเหนื่อยหอบหายใจไม่ทัน
ค่อยยังชั่วแล้วค่อยเดินต่อ…เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย

p038
ภาพนี้ก็ได้มาตอนพักเหนื่อย

p039
นักท่องเที่ยวหลายคนเดินลง แต่เรายังขึ้นมาไม่ถึงครึ่งทาง
ดูดิ วิวที่เห็นอยู่ไกลๆ เหมือนภาพวาดเลย

p040
ยิ้มกว้างอย่างนี้ ยังเดินไหวใช่มั้ยล่ะ

p041
เฮ่ย ขอพักแป๊ป หัวใจบีบ หายใจไม่ทัน ฟืดฟาด ฟืดฟาด
แอบให้กำลังใจตัวเอง…ภูกระดึงไกลกว่ายังปีนป่ายไหว

p042
หลังจากขึ้นบันไดมา 157 ขั้น! เราก็มาถึงเจดีย์สีขาว
อะไรนะ หมูบินไม่ได้นับเหรอ โธ่..ไปเดินขึ้นมาใหม่เลย
แหะ แหะ จริงๆ เราก็ไม่ได้นับเหมือนกัน ตัวเลขนั้นมาจากไกด์บุ๊กเฟ้ย

จะเอาสมาธิที่ไหนไปนับฟะ
ต้องจดจ่ออยู่กับลมหายใจตัวเองตลอดเวลา มิได้ยุบหนอพองหนอ
แต่เป็น…ฟืด โอ๊ย เหนื่อยชะมัด…ฟาด ต้องไหว เดินต่อ เดินต่อ
คุณเพลงดาบฯ เขียนไว้ว่า ขึ้นบันไดใช้เวลาประมาณ 15 นาที..ข้าพเจ้าล่อไป 30 นาที

view of Leh from Santi Stupa
กว่าจะถึงบนนี้ แสงสวยๆ หดไปเยอะ แต่ความงามในมุมสูงก็ยังมีอยู่

p045
กับกำแพงที่มีลายนูนต่ำสวยๆ

p044
ภาพนี้บังเอิญมากๆ เพราะตอนยกกล้องอาบังคนนี้อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้
พอโฟกัส วัดแสง ก็โผล่มาให้กดชัตเตอร์พอดี..ชอบ ชอบ

นั่งเล่น ถ่ายรูป ชมวิว แต่ไม่ได้เข้าไปดูด้านใน ตั้งใจว่า..รอไว้มาพร้อมกันสามคน
อยู่บนนั้นสักพัก ความเป็นห่วงสมาชิกอีกคนก็กำเริบ ป่านนี้อ้วกไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้
เลยตัดสินใจชักชวนกันกลับ

ถึงห้องประมาณ 2 ทุ่ม ปรากฏว่า…
อาการของนุดไม่ดีขึ้น ยังคงอ้วก อ้วก และอ้วก
เรียกว่ากินอะไรไม่ได้เลย จิบน้ำนิดนึง อีกแป๊ปก็อ้วกน้ำออกมา
นึกไม่ออกว่าจะทำยังไง แจ้นไปหาเจ้าของที่พัก
เพื่อบอกว่าเพื่อนป่วย พร้อมกับเล่าอาการให้ฟัง

เธอ (ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าชื่ออะไร) รีบกุลีกุจอขึ้นมาดูอาการ
สิ่งแรกที่เธอบอกก็คือ แพ้ความสูง ห้ามนอนราบไปกับเตียง
ต้องนั่งพิงให้ช่วงบนของร่างกายตั้งตรง
(ข้อมูลนี้เราไม่รู้มาก่อนเลย ทั้งที่อ่านมาหลายเว็บก็ไม่เคยเจอ)

พูดจบเธอก็ออกไปเอาฟูกรองนอนมาวางให้นุดนั่งพิง
แล้วลงไปในครัว..ต้มน้ำร้อนใส่กระติกมาให้
ทั้งยังเสนอจะไปทำจาปาตีร้อนๆ มาให้รองท้อง จะได้กินยา Diamox
แต่นุดต้องปฏิเสธความหวังดีของเธอ เพราะกลืนไม่ลงจริงๆ

p046
.
p047
ยังฝืนยิ้มได้อยู่นะ :)

3 ทุ่มนิดๆ นุดบอกไม่ไหวแล้วจริงๆ อยากไปหาหมอ
โอเค..ตัดสินใจไปตอนนี้ก็ดี ดีกว่ารอจนดึกดื่น
เราลงไปบอกเจ้าของเกสต์เฮาส์ (ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ถามชื่อเสียงเรียงนาม)
นุดไม่ไหวแล้วแหละ เราจะพานุดไปโรงพยาบาล
เธอบอก “โอเค ฉันจะโทรเรียกแท็กซี่ให้”
เราถาม “โรงพยาบาลอยู่ตรงไหน ต้องไปทางไหน อยู่ไกลมั้ย”
เธอเอื้อมมือมาจับบ่าพร้อมกับตอบว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปด้วย”
เราซาบซึ้งมากได้แต่บอก “ขอบคุณ ขอบคุณ”

เธอบอกให้เราไปบอกเพื่อนทุกคนแต่งตัวกันหนาวแบบเต็มยศ
สวมเสื้อ ใส่ถุงเท้ารองเท้า หมวก ผ้าพันคอ
คือมันมืดแล้วไง ข้างนอกอากาศหนาวมากๆ
ระหว่างทางไปโรงพยาบาล เธอบอกขอแวะคลินิกแป๊ปนึง
ญาติของเธอเป็นหมออยู่ที่นี่ แต่ไม่รู้ว่ากลับบ้านไปรึยัง

เธอหายเข้าไปในร้าน แป๊ปเดียวก็ออกมากวักมือเรียก
เราสามคนเดินตามเข้าไปในร้านอย่างว่าง่าย
แห่กันเข้าไปในห้องตรวจ…
คุณหมอใจเย็นมาก ค่อยๆ ตรวจ ค่อยๆ อธิบาย ยิ้มไปพูดไป
เหมือนจะปลอบพวกเราว่าไม่ต้องวิตก เคสนี้ธรรมดามาก
เขาวัดความดัน ฟังเสียงหายใจ
และเอาเครื่องมืออะไรไม่รู้มาติดที่ปลายนิ้วเพื่อวัดระดับออกซิเจน

p048

แล้วเริ่มอธิบายว่า โดยปกติคนเราไม่ควรมีออกซิเจนในเลือดน้อยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์
เอ้า…วัดของนุดก่อนเลย เห็นมั้ยมีแค่ 86 เปอร์เซ็นต์
เรากับหมูบินอยากรู้ ขอวัดด้วย
ค่าออกซิเจนของเราอยู่ที่ 92 เปอร์เซ็นต์
ส่วนหมูบินเปอร์เซ็นต์ออกซิเจนอยู่ที่ 84 ต่ำกว่านุดอีก!
แต่ร่างกายของหมูบินก็ยังไม่ออกอาการแพ้ความสูง

คุณหมอชี้แจงว่า อาการแพ้ความสูงเกิดขึ้นกับใครก็ได้โดยไม่ต้องมีเหตุผล
ไม่เกี่ยวกับปัจจัยทางกายใดๆ เลย!
สมบูรณ์แข็งแรง…ใช่ว่าจะรอด
ไม่ได้ออกกำลังเลย…ใช่ว่าจะเป็น
หนุ่มสาวกระฉับกระเฉง…ใช่ว่าจะรอด
แก่จนหนวดหงอกผมขาว…ใช่ว่าจะเป็น
กินยามาก่อน…ใช่ว่าจะรอด
ไม่กินยาเลย…ก็ใช่ว่าจะเป็น
ดูเป็น “ความป่วย” ที่เอาแต่ใจตัวเองมากๆ
เหมือนต้องมาวัดดวงกันเองยังไงไม่รู้

p049

สำหรับกรณีของนุด คุณหมอบอกว่า..ถ้าไปโรงพยาบาลก็ต้องนอนดมออกซิเจน 1 คืน
แต่หมอคิดว่า เดี๋ยวฉีดยา 1 เข็มเพื่อให้หยุดอาเจียน
คืนนี้กลับไปพัก..ห้ามพูดและพยายามอย่าหลับ
เพราะถ้าระดับออกซิเจนต่ำแล้วเผลอหลับร่างกายจะยิ่งรับออกซิเจนได้น้อยลง
…อาจส่งผลให้วูบไปเลยโดยไม่รู้ตัว
พอพรุ่งนี้ค่อยเริ่มกินยา Diamox โดยกินวันละ 2 เม็ด (เช้า-เย็น) ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน
โดยพรุ่งนี้ต้องพักผ่อนอีก 1 วันเต็มๆ อาการก็น่าจะดีขึ้น

คุณหมอมีคำเตือนถึงนักท่องเที่ยวที่บินมาเลห์ดังนี้…
“ต้องพักผ่อนเต็มที่อย่างน้อย 24 ชั่วโมงแรก
โดยอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน ให้ลำตัวช่วงบนตั้งตรง ไม่ใช่นอนราบไปเลย”

คุณหมอใจดีมากไม่คิดค่ารักษา คิดเฉพาะค่ายาทั้งหมด 115 รูปี
พวกเราได้แต่ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ…ก่อนจากลา

เมื่อกลับถึงที่พัก เีราถึงรู้ว่าผู้หญิงที่ช่วยเหลือเราทุกอย่างชื่อ “ยางเจิ้น”
โดยแอบถามผู้ดูแลเกสต์เฮาส์อีกที
ยางเจิ้นเดินตามมาส่งนุดถึงห้องพัก ยกถังพลาสติกมาไว้ข้างเตียงเผื่ออ้วกกลางดึก
แล้วกำชับพวกเราว่า..ถ้านุดอ้วก เรากับหมูบินต้องเป็นคนเอาไปเทในห้องน้ำ
ห้ามให้นุดลุกเดินโดยเด็ดขาด ยกเว้นไปฉี่ เพราะคืนนี้ต้องอยู่นิ่งๆ เดินให้น้อยที่สุด

จากนั้นเธอก็เดินนำเรากับหมูบินลงมาที่ชั้น 1
บอกว่าห้องนอนของเธออยู่ตรงนี้ ถ้าดึกๆ มีอะไรฉุกเฉินมาเคาะเรียกได้
ห้ามเคาะเบาๆ เพราะเธออาจจะไม่ได้ยิน
ต้องเคาะประตูดังๆ พร้อมกับสาธิตให้ดู
พวกเราขอบคุณยางเจิ้นหลายรอบ เยอะจนไม่รู้ว่าพูดขอบคุณไปทั้งหมดกี่ครั้ง

จากตอนแรกที่ไม่ได้คิดจะพักยาวอยู่ที่นี่
พอเกิดเหตุ ทุกคนก็ลงความเห็นเดีัยวกัน…พักที่นี่ทั้งทริป
คือยางเจิ้นดูแลพวกเราดีเหลือเกิน ดีจนแพ้น้ำใจกันโดยพร้อมเพรียง
ถ้าไม่ได้พักที่ Greenland Guesthouse ก็ไม่รู้เลยว่า
จะผ่านคืนนี้ไปได้อย่างราบรื่นหรือเปล่า
โอ้ว..นี่แค่ 24 ชั่วโมงแรกที่อินเดียเท่านั้นเองนะ

ปล. อีกความเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เพิ่งโผล่มาวันนี้คือ “ขี้มูกเลือด”
หยึย..อี๋.. แต่มันเป็นแบบนั่นจริงๆ ทั้งเย็นทั้งสูงเส้นเลือดฝอยในจมูกก็เลยแตก
ป้ายวิคในรูจมูกเกือบตลอดเวลา ยังเอาไม่อยู่ แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้หายใจสบายขึ้น

Advertisements

14 thoughts on “04 ที่แน่ๆ …แพ้น้ำใจ

  1. ชอบชื่อหัวข้อจัง .. “ที่แน่ๆ แพ้น้ำใจ” ซึ้งๆคิดถึงป้า
    ที่ขำกว่านั้น คือนุ่นเบลอๆ ก้จ่ายเค้าไป 1150 รูปี

    หมออะไรใจดี คิดแค่ค่ายา

  2. โอ้วว ผ่านไปเดือนกว่าๆแล้ว ความรู้สึกวันนั้นยังอยู่เลย
    เพิ่งรู้ว่าโรคแพ้ความสูงมันเป็นอย่างงี้นี่เอง
    แต่เจ้ายา diamox สำหรับเราก็มี side effectเยอะเหมือนกันนะ
    ทั้งขับปัสสาวะและก็ไม่อยากอาหารด้วย
    (จริงๆก็ดีเหมือนกัน ทำให้tripนี้น้ำหนักลงไป 2โลเชียวนะ)

    คิดถึงยางเจิ้น T T

  3. ออออออออออออ
    มันต้องนอนท่านี้นี่เอง
    เราก็ว่านอนราบมันไม่ค่อยสบายหัวเลย
    แต่ด้วยความขี้เกียจสันหลังยาวจนเคยตัว ไม่รู้จะสรรหาท่านอนไหนอื่น

    ตอนอยู่เลห์เราเป็นผื่นทั้งแขนขา ไปหาหมอลาดัคที่เขาเรียก amchi
    เขาพูดกับเราเป็นภาษาลาดัคด้วยนะ นึกว่าเป็นคนที่นั่น
    เนียนไหมล่ะ :)

    • แสดงว่าหน้าตาของนภาสอดคล้องกับคนท้องถิ่นอย่างมาก
      เพื่อนเราที่ชื่อหมูบิน มีคนมาทักเป็นภาษาลาดัก
      และอีกหลายคนเข้าใจว่าหมูบินเป็นชาวอินเดีย

      • เอ้ออ อยากจะบอก ว่าล่าสุด เจ้านายเก่าเรา (Mr.Renz) ยังบอกว่า ยูกินชีสไม่ใช่เหรอ เป็นคนอินเดีย กินชีสเยอะนี่นา เวงกำ ทำงานด้วยกัน มา 5 ปี คิดว่าตรูมีเชื้อสายอินเดีย … กรำจริงๆ

  4. สรุปแล้วโรคแพ้ความสูงนี่เป็นโรคที่เอาแต่ใจตัวเองใช่ไม๊คะ แล้วจะทำไงดีนี่ ป้าหมูน้อยก็เอาแต่ใจตัวเองเหมือนกัน ฮึ่ม.. แล้วเจอกันปลายกันยา
    อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆจังเลยค่ะ

    ป้าหมูน้อย

    • ไปวัดดวงเลยค่ะป้าหมูน้อย
      ดูสิใครจะเอาใจตัวเองมากกว่ากัน :)

      ปอลิง 1 ขอเกาะกระเป๋าป้าหมูน้อยไปเลห์ด้วยดีกว่า..อิอิ
      ปอลิง 2 อยากเขียนรวดเดียวให้จบทริปเหมือนกันค่ะ แต่เดือนนี้ถึงเดือนหน้ายุ่งตลอด เลยเขียนได้ทีละเล็กละน้อย

  5. อืม………..อ่านแล้วยิ้ม
    น้ำใจ มันชื่นใจ ยิ่งกว่า น้ำฝนเย็นๆ เยอะแยะเลยเนอะ

  6. ดีจัง
    ได้ไปเที่ยวที่ดี ๆ (ที่แค่เราอ่าน ก็รู้สึกเหนื่อยแทนแล้ว ^^”)
    แล้วก็ได้เจอคนดี ๆ ด้วย ^ ^

  7. ฟ้ากับเมฆงามมากๆ

    น้ำใจก็งามเช่นกัน

    ดีจัง

  8. ป้าหมูน้อยเพิ่งกลับมาจากอินเดียค่ะ
    ชอบเมืองเลห์มาก แถมกลับมาได้เพื่อนใหม่มาเที่ยวเมืองไทยด้วย เป็นเจ้าของร้าน Cafe’Jeevan ค่ะ กำลังแนะนำเรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อมในร้านอาหารให้เค้า เค้าสนใจมากๆค่ะ
    ป้าหมูน้อย

    • อุ๊ย ป้าหมูน้อยกลับมาจากเลห์แล้ว
      แต่ จขบ. ยังเขียนเรื่องทริปอินเดียไปไม่ถึงไหนเลยอะ
      ปล. ตอนนี้เริ่มคิดอยากกลับไปเลห์อีกรอบแล้วเนี่ย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s