My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ปลาปลอมแห่งท้องทะเล

8 ความเห็น


[ที่มาภาพ http://www.fakeplasticfish.com/%5D

1.
กลางเดือนมิถุนายน 2550 ระหว่างที่เบธ เทอรี่ (Beth Terry) กำลังพักฟื้นร่างกาย
ภายหลังการผ่าตัดมดลูก เธอได้ฟังบทสัมภาษณ์ของโคลิน บีแวน (Colin Beavan)
เกี่ยวกับความตั้งใจอันแน่วแน่ของเขา ภรรยา และลูกสาว พ่วงด้วยสุนัขอีก 1 ตัว
ที่จะดำเนินโครงการทดลองส่วนบุคคล “เป็นอยู่โดยไร้ผลกระทบ”
หรือ The No Impact Experiment
เรื่องราวดังกล่าวจุดประกายความสนใจจนเบธต้องเข้าไปเยี่ยมบล็อกของโคลิน

เธอค่อยๆ อ่านและตามลิงค์เชื่อมต่อไปยังหน้าโน้นหน้านี้ กระทั่งเจอเข้ากับ
…บล็อกของสาวชาวแวนคูเวอร์ที่พยายามจะลดรอยตีนฝากโลกของตนเอง
ด้วยโปรเจ็ค “ชีวิตปราศจากพลาสติก” เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม
…ภาพถ่ายซากนกอัลบาทรอสที่ภายในท้องเต็มไปด้วยเศษพลาสติก!

[ที่มาภาพ http://www.fakeplasticfish.com/2007/06/test-post.html%5D

…และประสบการณ์ของกัปตันชาร์ลส์ มัวร์ (Charles Moore) ที่ต้องเผชิญหน้ากับ
“มหาสมุทรพลาสติก” ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2540 บนเส้นทางการแล่นเรือ
จากฮาวายมุ่งหน้าสู่เซาท์เทิร์นแคลิฟอร์เนีย

ผืนน้ำบริเวณนั้นอยู่เหนือฮาวายประมาณ 800 ไมล์และห่างจากแคลิฟอร์เนีย
ไปทางทิศตะวันตกราว 1,000 ไมล์ มันเต็มไปด้วยถุงก๊อบแก๊บ อวน เชือก
ขวดพลาสติก ฝาพลาสติก และขยะพลาสติกอีกสารพัดที่ลอยล่องอยู่ด้วยกัน

คาดคะเนว่า มหาสมุทรพลาสติกซึ่งได้รับการเรียกขานว่า “แพขยะขนาดยักษ์แห่งแปซิฟิก”
(Great Pacific Garbage Patch หรือ Eastern Garbage Patch)
น่าจะมีขนาดใหญ่เป็นสองเท่าของรัฐเท็กซัส โดยบริเวณศูนย์กลางของมัน
มีชิ้นส่วนพลาสติกสุมกันอยู่ตั้งแต่ระดับผิวน้ำลงไปจนถึงที่ระดับความลึก 300 ฟุต
คิดเป็นน้ำหนักรวมประมาณ 3 ล้านตัน!

2.
ย้อนกลับไปสมัยยังเป็นวัยรุ่น เบธเคยเป็นเจ้าหน้าที่ระดุมทุนขององค์กรที่สนใจประเด็น
สิ่งแวดล้อมและสังคม แต่หลังจากอุดมการณ์เบียดเบียนชีวิตมากเกินไป
เธอจึงหันมาสวมหมวกนักบัญชีเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับชีวิต
เรื่องราวเขียวๆ จึงซีดจางลงตามการหมุนของฤดูกาล

ทว่าวันนั้นวันเดียว ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับผู้หญิงอเมริกันวัย 42 ปี
เบธกลับมาเห็นความสำคัญของธรรมชาติและเข้าใจสายสัมพันธ์ระหว่างคนกับโลกอีกครั้ง

การอ่านข้อมูลผ่านจอคอมพิวเตอร์ทำให้เธอตระหนักในทันทีว่า
ตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งของคนที่…“ซื้อและโยนทิ้ง” ขวดพลาสติกไปหลายร้อยใบ
รับถุงพลาสติกเวลาไปชอปปิ้ง (บางครั้งขอซ้อนสองชั้นด้วย)
และข้องเกี่ยวกับชิ้นส่วนพลาสติกอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน

รู้โดยทั่วกันแล้วว่า ขยะพลาสติกทำร้ายโลกมากกว่าข้อหามลพิษทางสายตา
สิ่งประดิษฐ์เพื่อความสะดวกของมนุษย์กำลังคร่าชีวิตสัตว์ทะเลจำนวนมาก
เหยื่อเคราะห์ร้ายมีทั้งพี่ใหญ่อย่างวาฬ เต่าทะเล นกทะเล ปลาทะเล
ไล่เรียงไปจนถึงน้องเล็กจิ๋วจำพวกแพลงก์ตอน

แพลงก์ตอนงั้นรึ?
ใช่…ชิ้นส่วนพลาสติกแตกสลายเป็นละอองขนาดเล็กแทรกตัวเข้าสู่ต้นทางของห่วงโซ่อาหาร
สิ่งแปลกปลอมนี้จะถูกส่งต่อไปเป็นทอดๆ ตามลำดับขั้นของการกิน
และสุดท้ายก็จะมาถึงสิ่งมีชีวิตที่ยืนอยู่ชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหาร
…ซึ่งหมายถึง “พวกเรา” นั่นเอง

เบธคิดว่า…โลกที่ยุ่งเหยิงไม่อาจอดทนได้อีกต่อไป แต่ละคนต้องลงมือกันทันที
โดยไม่ต้องรอให้องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมมาผลักดันประเด็นทางการเมืองและกฎหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น

จึงเป็นความท้าทายครั้งใหม่ที่เบธจะต้อง “มีสติกับพลาสติกทุกชิ้น”
เธอกำหนดเป้าหมายให้ตัวเอง 4 ข้อ คือ ลดการใช้พลาสติกผลิตใหม่สดซิง,
ไม่ปล่อยให้พลาสติกที่มีอยู่แล้วเดินไปสู่เส้นทางน้ำหรือหลุมฝังกลบขยะ,
จำกัดโอกาสของตนเองในการแพร่กระจายสารพิษจากพลาสติกบางประเภท
และส่งต่อความรู้ความเข้าใจเรื่องนี้ไปสู่คนรอบข้าง
แล้วพื้นที่เล็กๆ บนโลกออนไลน์ก็เริ่มขึ้นในชื่อ…Fake Plastic Fish

3.
หากแวะไปเยี่ยมบล็อกของเธอ
นอกจากรายงานสรุปปริมาณขยะพลาสติกที่เธอสร้างขึ้นในแต่ละสัปดาห์แล้ว
สิ่งแรกที่จะได้เห็นคือกราฟเส้นยึกยือแสดงจำนวนชิ้นและน้ำหนักของพลาสติก
ที่เข้ามาข้องเกี่ยวกับเบธ นับตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2550 จนถึงปัจจุบัน

กราฟเส้นไม่เพียงให้ข้อมูลที่ชัดเจนแก่ผู้อ่าน แต่มันยังเตือนตัวเธอเองด้วยว่า
ชีวิตในแต่ละวัน มีการบริโภคพลาสติกมากน้อยเพียงใด
เกือบสองปีเต็มที่ผ่านมา เบธสร้างขยะพลาสติกทั้งหมดหนึ่งพันสี่ร้อยกว่าชิ้น
คิดเป็นน้ำหนักประมาณ 14 กิโลกรัม

…นี่คือตัวเลขของผู้ที่พยายามใช้ชีวิตอย่างมีสติกับพลาสติก
แล้วถ้าเป็นคนทั่วไปที่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ คุณว่ามันจะมากกว่านี้สักกี่เท่า

เธอลงมือทำอะไรบ้าง?
หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติก 3 ประเภทที่มีความเป็นพิษสูง นั่นคือ
หนึ่ง โพลีไวนิลคลอไรด์หรือพีวีซี (Polyvinyl Chloride, PVC) เช่น ของเล่นเด็ก วัสดุห่อหุ้มอาหาร เครื่องครัวพลาสติก และอื่นๆ ที่ปรากฏสัญลักษณ์ลูกศรวิ่งวนเป็นรูปสามเหลี่ยม ตรงกลางมีเลข 3*
สอง โพลีสไตรีน (Polystyrene, PS) เช่น ภาชนะโฟม และอื่นๆ ที่ปรากฏสัญลักษณ์ลูกศรวิ่งวนเป็นรูปสามเหลี่ยม ตรงกลางมีเลข 6*
และ..สาม โพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate, PC) เช่น ขวดนม กระติกน้ำพลาสติก และอื่นๆ ที่ปรากฏสัญลักษณ์ลูกศรวิ่งวนเป็นรูปสามเหลี่ยม ตรงกลางมีเลข 7*

พกถุงผ้าและงดรับถุงพลาสติกจากร้านขายของชำ

พกเซตอุปกรณ์กินดื่ม หลอดดูดน้ำที่ทำจากแก้วซึ่งมีความแข็งแรง และแก้วเซรามิคส่วนตัว
เพื่อลดการใช้อุปกรณ์กินดื่มที่ทำจากพลาสติก แก้วพลาสติก แก้วกระดาษเคลือบพลาสติก และหลอดดูดน้ำพลาสติก

[ที่มาภาพ http://www.fakeplasticfish.com/%5D

ปฏิเสธน้ำดื่มและโซดาที่บรรจุในขวดพลาสติก

สั่งของออนไลน์พร้อมคำร้องขอ “ไม่รับบรรจุภัณฑ์โฟมและพลาสติก”

ใช้ซ้ำซองจดหมายที่มีช่องหน้าต่างพลาสติกใส

[ที่มาภาพ http://www.fakeplasticfish.com/%5D

เลิกซื้อขนมปังในถุงพลาสติก
(ตอนแรกเธอคิดว่าจะต้องเข้าครัวทำขนมปังทานเองซะแล้ว
แต่โชคดีที่เจอร้านขายขนมปังในห่อกระดาษซะก่อน)

เลิกซื้ออาหารแช่แข็งที่มาในบรรจุภัณฑ์พลาสติก

ทำโยเกิร์ตทานเอง

บอกลาปากกาลูกลื่น หันมาใช้ปากกาหมึกซึม

…นี่เป็นตัวอย่างเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะเธอลงมือทำจริงๆ เยอะมาก เยอะแบบสาธยายไม่หมด

ช่วงแรกเธอแยกประเภทพลาสติกแล้วส่งทุกอย่างที่รีไซเคิลได้
ตามข้อกำหนดของเทศบาลเมืองโอ๊คแลนด์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ให้กับโรงงานรีไซเคิล

แต่หลังจากรับรู้ว่า พลาสติกจากกระบวนการรีไซเคิลในสหรัฐฯ มักไปจบปลายทางที่ประเทศจีน
เบธเลิกวิธีการรีไซเคิลทันที หันมาทำความสะอาดขยะพลาสติกทั้งหมดที่เธอสร้างขึ้น
และเก็บไว้สำหรับการจัดนิทรรศการ แม้จะยังไม่ได้วางแผนชัดเจนว่าจะออกมาในรูปแบบใด
แต่บางส่วนก็ถูกนำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องแต่งกายที่ใช้เป็นสื่อรณรงค์ไปบ้างแล้ว

4.
“ปลาพลาสติกตัวปลอม” เป็นชื่อที่ได้ไอเดียมาจากตัวอย่างอาหารที่ทำเลียนแบบของจริง
และวางโชว์เรียกน้ำย่อยอยู่หน้าร้านอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านอาหารญี่ปุ่น

สำหรับเบธ ธุรกิจผลิตอาหารปลอมจากพลาสติกที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ
คือสัญลักษณ์แห่ง “วัฒนธรรมพลาสติก” ของผู้คนในโลกปัจจุบัน
ปลาปลอมและซูชิปลอมที่อวดโฉมอยู่หน้าร้านอาหาร
กลับผลิตจากวัตถุดิบที่กำลังทำร้ายปลาตัวจริงซึ่งแหวกว่ายอยู่ในท้องทะเล…น่าขันไหมล่ะ

เธอค่อยๆ เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตของตัวเองทีละน้อย
โดยไม่พยายามฝืนจนรู้สึกว่าเป็นเรื่องยากลำบากเกินไป
และปรารถนาที่จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปเรื่อยๆ
ซึ่งแน่นอนว่า…มันไม่มีจุดสิ้นสุดและไม่มีทางถอยหลังกลับไปสู่จุดเดิม

ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะเธอได้รับแรงบันดาลใจจากการกระทำของผู้อื่น
ขณะเดียวกันการกระทำของเธอเองก็ (น่าจะ) กระตุ้นให้คนอื่นๆ ได้ทำเพื่อโลกด้วยเช่นกัน

ห่วงโซ่แห่งแรงบันดาลใจดีๆ เช่นนี้จะไม่ขาดตอน
ถ้าคุณอ่านแล้วไม่ปล่อยให้มันเป็นแต่ตัวหนังสือผ่านสายตา
เพราะมาถึงบรรทัดนี้ คนเขียนก็ถามตัวเองอยู่เหมือนกัน
…เราปล่อยปลาปลอมลงทะเลไปกี่ตัวแล้ว?

FYI
หากให้ Google ช่วยค้นด้วยคีย์เวิร์ด Plastic Ocean,
Great Pacific Garbage Patch หรือ Eastern Garbage Patch
คุณจะพบว่ามีข้อมูลบนเว็บไซต์รวมกันมากกว่า 6 แสนแห่ง…ให้อ่านกันตาแฉะเลยเชียว!!

หมายเหตุ บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลก
บนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

Advertisements

8 thoughts on “ปลาปลอมแห่งท้องทะเล

  1. อ่านแล้วรู้สึกทึ่งกับการลดรอยตีนฝากโลกจริงๆค่ะ…

    อ่อ…เพิ่งรู้ว่ามีหลอดแก้วด้วยนะเนี้ย…เจ๋งดีจริงไ

  2. ชื่อ fake plastic fish ทำให้ไปนึกถึงเพลงโปรด fake plastic tree จากวงรัก radiohead

    อ่านสิ่งที่เธอทำแล้ว เราเองก็พยายามในเรื่องลดการใช้พลาสติก โฟม แต่เทียบกับที่เธอทำดูน้อยนิดจริงๆ แต่ก็พยายามเท่าที่ทำได้อะ แต่จริงๆก็ทำให้ได้แนวคิดนะ เพราะเวลาเราซื้อกาแฟร้อน เขาจะให้ช้อนพลาสติกมาด้วย ถ้าเปลี่ยนเป็นเราที่พกไปเองก็จะได้ไม่ต้องไปขอของเขา ตอนนี้เราใช้วิธีว่าขอมาแค่ครั้งเดียวต่อสัปดาห์นั้น แล้วก็ล้างเก็บไว้ใช้ในวันอื่นๆ

    อย่างนี้เป็นต้น

    • ทุกอย่างที่เราเล่า ทุกอย่างที่เราบอกต่อ
      ไม่เคยคาดหวังให้ใคร (แม้กระทั่งตัวเอง) ทำได้อย่างคนต้นเรื่อง
      แค่เกิดแรงบันดาลใจแล้วปรับใช้ให้เหมาะกับตัวเอง
      โดยไม่ยุ่งยากลำบากชีวิตจนเกินไปนัก
      …อย่างที่ฝ้ายลงมือทำนั้นแล :)

  3. Butterfly effect
    สิ่งเล็กๆที่เราทำด้วย สองมือ กับหนึ่งสมอง – ได้สร้างสิ่งยิ่งใไหญ่แล้วนั่นคือ “ความภาคภูมิใจในตนเอง” ที่เงินไม่อาจซื้อหาได้

    กินทีละคำ ทำทีละอย่าง

    สิ่งเล็ๆที่เราทำอยู่ก็ เราพกแก้วกาแฟติดตัว (ลดขยะจากเครื่องดื่มได้ 3 ชุดต่อวัน หรือ 1000 ชุดต่อปี) เราไม่รับถุงพลาสติก หากลืมเอาถุงผ้ามา ก็ไว้ซื้อคราวหน้า (ถ้าไม่ด่วนใช้นะ ลดปริมาณถุงพลาสติกได้ 10 ใบต่อวัน) เราเริ่มฝึกหัดปลูกผักสวนครัวทานเอง (ลดขยะหีบห่อผักสดและโฟมรอง) ทำกับข้าวทานเองที่บ้าน (ลดชุดหีบห่อ กล่องโฟม+ถุง ได้ 3 ชุดต่อวัน) ……..นึกออกเท่านี้ตอนนี้
    แต่สำนึกคงอยู่ทุกขณะ และนั่นสร้างความแตกต่างต่อการกระทำของเรา

    คุณจะภูมิใจในตัวเองอยู่แล้วที่ได้เริ่มทำ และภูมิใจมากขึ้นเมื่อการกระทำของเรา “เป็นแรงบันดาลใจต่อคนรอบข้าง” หากเราใช้ทฤษฏี “นิวเคลียร์” 1 คน ทำให้อีก 2 คนได้ทำดี
    และอีกสองคนนั้น ก็ไปช่วยให้อีก 4 คนได้ทำดี และอีก 4 คนนั้นก็ไปสร้างแรงบันดาลใจให้อีก 8 คน และ 8 คน ต่อไปอีก 16…..32……64……138……….ไม่สิ้นสุด นิรันด์

    ช่วยโลกไม่ยากอย่างที่คิด มันยากแค่ตอน “จะทำ” แต่เมื่อทำแล้วมันก็ไม่ยากอย่างที่คิดจริงๆ

  4. บล็อกของหนุ่มไร้ผลกระทบ No Impact Man โด่งดังทีเดียว
    http://noimpactman.typepad.com/
    ลองเข้าไปเยี่ยมชม เผื่อได้ไอเดียมาปรับใช้กับชีวิตเราบ้าง

    • ไม่อยากกจะบอกเติ้ลเลยว่า…
      เพิ่งเขียนบทความถึง No Impact Man ไปเมื่อไม่กี่วันนี้้เอง
      ส่งไปลงเว็บไซต์โลกสีเขียว คงออนไลน์ภายในเดือนนี้แหละ :)

      ปล. หากมีข้อมูลเด็ดอื่นๆ แวะมาแจ้งเบาะแสที่นี่ได้ตลอดเวลา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s