My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต


2 ความเห็น

เล่นแร่แปรคาร์บอน

หลังจากสร้าง “The Story of Stuff” ภาพยนตร์อะนิเมชั่น
ตีแผ่ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากกลไกการตลาดยุคบริโภคนิยม
ซึ่งปล่อยออกมาตั้งแต่เมื่อต้นปี 2551 และได้เสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยม
จากผู้ชมทางอินเทอร์เน็ตหลายล้านคนทั่วโลก

แอนนี่ เลนนาร์ด (Annie Leonard) และทีมงานกลับมาสื่อสารสู่สังคมออนไลน์
ด้วยภาพเคลื่อนไหวของการ์ตูนลายเส้นประกอบการบรรยายอีกครั้งเมื่อต้น ธ.ค. ที่ผ่านมา คราวนี้เธอกระตุ้นให้ผู้คนได้ฉุกคิดถึงวาระที่ซ่อนเร้นอยู่ในความพยายามบรรเทาวิกฤตโลกร้อน
ของบรรดาผู้นำประเทศและภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ด้วยการจำกัดสิทธิการปล่อยคาร์บอนและการซื้อขายคาร์บอน
หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “Cap & Trade”

เหมือนจะซับซ้อนและยุ่งยาก ทว่าแอนนี่ช่วยให้มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่ายขึ้นมาก
และแม้เธอจะเล่าโดยอ้างอิงข้อมูลของสหรัฐฯ เป็นหลัก
แต่เราๆ ท่านๆ ในประเทศไทยก็ควรจะรู้เท่าทันประเด็นเหล่านี้บ้าง
เพราะวิกฤตโลกร้อนเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับสากล ไม่ว่าผู้นำชั้นแนวหน้าของโลกและผู้เกี่ยวข้องโดยตรงจะตัดสินใจหรือลงมือจัดการเรื่องนี้อย่างไร
สุดท้ายแล้วย่อมส่งผลกระทบถึงทุกคน
การเฝ้ามองการทำงานของพวกเขาอยู่ห่างๆ จึงดีกว่าปล่อยปละละความสนใจไปเลย

คลิปสารคดี “The Story of Cap & Trade” ความยาวเกือบ 10 นาที
เปิดเรื่องด้วยความรู้สึกเบาใจของใครหลายๆ คน
เมื่อเห็นผู้นำโลกหารือพูดคุยกันถึงหนทางหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แวบแรกแอนนี่ก็คิดเช่นนั้น แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดกลับได้กลิ่นตุๆ ของการฉวยประโยชน์จากปัญหาระดับโลก

เพราะ Cap & Trade* (บางครั้งก็เรียก Emission Trading หรือ Carbon Trading)
ที่พวกเขาคิดว่าเป็นทางออกปัจจุบันของวิกฤตโลกร้อนที่จะมาถึงในอนาคต
เธอขอแสดงความเห็นในมุมต่างว่า มันกำลังสร้างปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม
แถมยังไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้
อ่านเพิ่มเติม

Advertisements


เมื่อคนเมืองลบรอยตีนฝากโลก


[ที่มาภาพ http://www.noimpactdoc.com%5D

1.
โดยปกติแล้ว ผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่และใช้ชีวิตท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
มักสร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมแบบที่เรียกว่า “รอยตีนฝากโลก” ไซส์ใหญ่กว่าใครๆ

แต่ตรรกะนี้ใช้ไม่ได้กับครอบครัวบีแวน
ซึ่งพักพิงอยู่ในอพาร์ตเมนต์ย่านแมนฮัตตัน ใจกลางเมืองนิวยอร์ก
เพราะโคลิน บีแวน (Colin Beavan) พร้อมด้วยภรรยามิเชล ลูกสาวตัวน้อยอิซาเบลลา
และเจ้าเพื่อนซี้สี่ขาแฟรงกี้ ผ่านสังเวียนความพยายามใช้ชีวิตปราศจากผลกระทบมาแล้ว
อ่านเพิ่มเติม


2 ความเห็น

ในถังขยะอันอุดมสมบูรณ์


[ที่มาภาพ http://freegan.info%5D

1.
จากเด็กที่เกลียดการไปโรงเรียน แต่จบชั้นไฮสคูลมาได้เพราะโดนบีบบังคับ
จากเด็กที่เริ่มรับประทานมังสวิรัติตั้งแต่ 9 ขวบ
ปฏิเสธสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากสัตว์เมื่ออายุ 12 ขวบ
และตัดสินใจก้าวสู่วิถีชีวิตตามแนวคิดฟรีแกนิซึม (Freeganism) ในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย

วันนี้ อดัม ไวสส์แมน (Adam Weissman) ชาวอเมริกันวัย 31 ปี
ซึ่งเรียกตัวเองว่า “ฟรีแกน” (freegan) เลือกที่จะไม่ทำงานแลกเงิน
แต่กลับอุทิศเวลาว่างให้กับงานอาสาสมัคร
และใช้เวลายามค่ำคืนเพื่อค้นหาอาหารที่ซ่อนอยู่ในถุงดำ
ซึ่งบรรดาซูเปอร์มาร์เกต ร้านขายผักผลไม้ หรือร้านอาหารต่างๆ
ในเมืองนิวยอร์กขนออกมาทิ้งริมถนน
มันมิใช่ของเน่าเสีย แต่เป็นอาหารที่ใกล้จะหมดอายุหรือไม่ก็กระเด็นออกจากชั้นวางขาย
เพียงเพราะว่า…มีสินค้าสดใหม่กว่ามาแทนที่

เชื่อหรือไม่ ถังขยะอันอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ก็ช่วยให้มิสเตอร์ไวสส์แมนอิ่มท้อง
โดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อมานานเกือบ 14 ปีแล้ว!
อ่านเพิ่มเติม


5 ความเห็น

ขยะ(ล้น)ทะเล


source : http://www.seanursery.com

วันเสาร์สัปดาห์ที่สามในเดือนกันยายนของทุกปีถือเป็นวันอนุรักษ์ชายฝั่งสากล
ซึ่งองค์กรพิทักษ์มหาสมุทรจะรณรงค์ให้อาสาสมัครผู้มีใจรักท้องทะเลจากทุกสารทิศทั่วโลก
เข้าร่วมกิจกรรมเก็บขยะทำความสะอาดชายฝั่งทะเลกันอย่างคึกคัก
โดยครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อ ๑๙ กันยายนที่ผ่านมา

เร็วเกินไปที่องค์กรพิทักษ์มหาสมุทรจะเปิดเผยผลการเก็บขยะชายหาดอย่างเป็นทางการของปี ๒๕๕๒ อีกทั้งตัวเลขสถิติต่างๆ จากการลงมือลงแรงในปีที่แล้วก็ถือว่ายังไม่ล้าสมัย
จึงขอหยิบยกบางส่วนมาให้ผู้อ่านได้ “ตาโต” กับความรุนแรงของขยะทะเล
…หนึ่งในปัญหาสิ่งแวดล้อมที่หลายคนมองข้ามไป

เพียงวันเดียวในเดือนกันยายน ๒๕๕๑ อาสาสมัคร ๓๙๐,๘๘๑ คนจาก ๑๐๔ ประเทศ
ที่กระโดดเข้าร่วมกิจกรรมทำความสะอาดชายฝั่งในปีที่ ๒๓
สามารถเก็บขยะทะเลได้มากถึง ๓,๔๐๒ ตัน
เทียบเท่ากับน้ำหนักของวาฬสีน้ำเงินซึ่งเป็นวาฬที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกจำนวน ๑๘ ตัว!
อ่านเพิ่มเติม


ไฟสีเขียวช่วยชีวิตนกอพยพ

นกอพยพหลายล้านตัวต้องบินผ่านน่านน้ำทะเลเหนือเป็นประจำทุกปี
ที่ผ่านมาการบินไกลของพวกมันต้องเจอกับอุปสรรคสำคัญ
นั่นคือแสงไฟในยามค่ำคืนจากแท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบกลางทะเล
ซึ่งรบกวนระบบเข็มทิศนำทาง ส่งผลให้นกอพยพหลายร้อยตัวบินชนสิ่งก่อสร้างกลางทะเล
หรือไม่ก็บินวนเป็นวงกลมจนหมดแรงตกลงมาจากท้องฟ้า
สุดท้ายฝูงนกหลงทิศที่ติดค้างอยู่บนแท่นขุดเจาะก็จะตายเพราะขาดอาหาร

ล่าสุด บริษัทน้ำมันและก๊าซสองแห่งของประเทศเนเธอร์แลนด์ค้นพบวิธีแก้ปัญหาแล้ว
…แทบไม่น่าเชื่อว่ามันง่ายแค่เปลี่ยนหลอดไฟเท่านั้น
อ่านเพิ่มเติม


2 ความเห็น

Freeganism


photo : Carolyn Cole
source: Los Angeles Times

Freeganism
คือรูปแบบการใช้ชีวิตซึ่งมีพื้นฐานจากแนวคิดต่อต้านกระแสบริโภคนิยม
และระบบเศรษฐกิจทุนนิยม โดยผสานเข้ากับวิถีการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เข้มข้น

ฟรีแกนิสม์เริ่มขึ้นในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่เมื่อประมาณ ๑๕ ปีที่แล้ว
กลุ่มคนที่เลือกทางเดินเส้นนี้จะเรียกตัวเองว่า “ฟรีแกน” (Freegan)
พวกเขายึดมั่นในหลักการใช้ชีวิตที่ว่า หลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วมในระบบทุนนิยม
และบริโภคนิยมให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็พยายามใช้ทรัพยากรให้น้อยที่สุด
โดยไม่ลืมที่จะแบ่งปันไมตรีให้เพื่อนร่วมสังคม

พฤติกรรมที่ทำให้ฟรีแกนได้รับความสนใจจากสังคมคือ
การเสาะหาอาหารจากถังขยะ ไม่ใช่อาหารบูดเน่า
แต่เป็นอาหารที่ยังกินได้ทว่าโดนกวาดลงจากชั้นวางขายในซูเปอร์มาร์เกต
ร้านขายผักผลไม้สด หรือร้านอาหาร เพียงเพราะมันสดใหม่น้อยเกินไปสำหรับวันรุ่งขึ้น
อ่านเพิ่มเติม


กาแฟ

• โดยธรรมชาติ กาแฟเป็นพืชที่เติบโตดีภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่
ทว่าความต้องการผลผลิตที่เพิ่มขึ้นได้สร้างความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว
เมื่อเจ้าของไร่จำนวนไม่น้อยหันมาปลูกกาแฟกลางแสงแดด
ในพื้นที่เปิดโล่งซึ่งตัดโค่นต้นไม้ออกทั้งหมด แทนที่จะปลูกกาแฟปะปนกับต้นไม้ใหญ่เช่นเดิม
เพราะมันเติบโตเร็วกว่าการปลูกใต้ร่มเงา และผลกระทบลูกโซ่ที่ตามมา
จากการหายไปของผืนป่ามากกว่า ๑ หมื่นตารางกิโลเมตรในแถบอเมริกากลาง
ก็คือการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพครั้งใหญ่ของโลก

• ข้อมูลจาก WWF ระบุว่า ในบรรดา ๕๐ ประเทศทั่วโลกที่มีอัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าสูงสุด
ช่วงปี ค.ศ. ๑๙๙๐ – ๑๙๙๕ มีมากถึง ๓๗ ประเทศที่เป็นผลมาจากการทำไร่กาแฟ
อ่านเพิ่มเติม