My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

กาแฟ

ใส่ความเห็น

• โดยธรรมชาติ กาแฟเป็นพืชที่เติบโตดีภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่
ทว่าความต้องการผลผลิตที่เพิ่มขึ้นได้สร้างความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เมื่อ ๒๐ กว่าปีที่แล้ว
เมื่อเจ้าของไร่จำนวนไม่น้อยหันมาปลูกกาแฟกลางแสงแดด
ในพื้นที่เปิดโล่งซึ่งตัดโค่นต้นไม้ออกทั้งหมด แทนที่จะปลูกกาแฟปะปนกับต้นไม้ใหญ่เช่นเดิม
เพราะมันเติบโตเร็วกว่าการปลูกใต้ร่มเงา และผลกระทบลูกโซ่ที่ตามมา
จากการหายไปของผืนป่ามากกว่า ๑ หมื่นตารางกิโลเมตรในแถบอเมริกากลาง
ก็คือการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพครั้งใหญ่ของโลก

• ข้อมูลจาก WWF ระบุว่า ในบรรดา ๕๐ ประเทศทั่วโลกที่มีอัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าสูงสุด
ช่วงปี ค.ศ. ๑๙๙๐ – ๑๙๙๕ มีมากถึง ๓๗ ประเทศที่เป็นผลมาจากการทำไร่กาแฟ

• ในไร่กาแฟใต้ร่มเงา ซากใบไม้ที่ร่วงหล่นจะทับถมและย่อยสลาย
กลายเป็นธาตุอาหารชั้นดีสำหรับต้นกาแฟ
แต่กระบวนการนี้ไม่เกิดขึ้นในไร่กาแฟกลางแสงแดด
การใส่ปุ๋ยเคมีโดยเฉพาะไนโตรเจนเพื่อบำรุงดินและกระตุ้นการเติบโตของต้นกาแฟ
จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

• ไร่กาแฟกลางแสงแดดขาดแคลนพืชและสัตว์หลากหลายชนิด
รวมถึงจุลินทรีย์เล็กๆ ในดิน ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติช่วยควบคุมสมดุลทางนิเวศ
จึงต้องพึ่งพาสารเคมีจำนวนมากในการป้องกันโรคและกำจัดแมลงศัตรูพืช
นี่ไม่เพียงเป็นภาระต้นทุนที่เจ้าของไร่กาแฟต้องแบกรับ
แต่ความเป็นพิษยังแทรกซึมเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารและตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมต่อไปอีกนาน

• ไม่ใช่ว่าการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาจะไม่มีผลกระทบเอาเสียเลย
มันรบกวนธรรมชาติของผืนป่าเดิมอยู่บ้าง
แต่อย่างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการทำไร่กาแฟกลางแสงแดด
ผืนดินที่มีต้นไม้อื่นขึ้นปะปนและถูกปกคุลมด้วยเศษใบไม้ในไร่กาแฟแบบดั้งเดิม
ก็กักเก็บความชุ่มชื้นได้มากกว่า เอื้อต่อการหมุนเวียนของธาตุอาหารในดินมากกว่า
และมีอัตราการชะล้างพังทลายของหน้าดินน้อยกว่าผืนดินเปลือย

• เรือนยอดของต้นไม้หลายระดับความสูงในไร่กาแฟใต้ร่มเงา
เป็นแหล่งพักพิงสำคัญของนกนานาชนิด
อาหารของพวกมันไม่ใช่ผลกาแฟ แต่เป็นน้ำหวานของดอกไม้ ลูกไม้อื่นๆ
รวมถึงแมลงและหนอนที่อยู่ในระบบนิเวศขนาดย่อมนี้
ยิ่งมีต้นไม้มากชนิด ยิ่งดึงดูดให้นกหลายสายพันธุ์เข้ามาอาศัยและใช้ประโยชน์

• ขั้นตอนหลังเก็บเกี่ยวจนถึงการคั่วอบจนออกมาเป็นเมล็ดกาแฟแห้ง ๑ ตัน
ต้องใช้น้ำในปริมาณเฉลี่ย ๒๐,๙๘๗ ลูกบาศก์เมตร
และเพื่อให้ได้กาแฟ ๑ ถ้วยต้องใช้น้ำประมาณ ๑๔๐ ลิตร

• ไร่กาแฟในประเทศยูกันดาอาจถึงคราวล่มสลายเพราะโลกร้อน
สัญญาณเตือนปรากฏขึ้นตั้งแต่ประมาณ ๔-๕ ปีที่แล้วจากภาวะแห้งแล้งที่ทวีความรุนแรง
ฤดูฝนที่มาถึงเร็วขึ้นแต่มีฝนตกแค่ช่วงสั้นๆ บวกกับการรับแสงอาทิตย์ที่มากเกินไป
ทำให้เมล็ดกาแฟมีขนาดเล็ก ทั้งยังกระทบถึงปริมาณและคุณภาพของผลผลิต
คาดการณ์กันว่า หากอุณหภูมิเฉลี่ยของชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นอีก ๒ องศาเซลเซียส
พื้นที่ที่เหมาะสมต่อการปลูกกาแฟของที่นี่จะลดลงเหลือเพียง ๑ ใน ๑๐ ของปัจจุบัน
และอาจหมดไปภายใน ๒๐-๓๐ ปีข้างหน้า
ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเคนยาและแทนซาเนียก็มีสิทธิ์ได้รับผลกระทบนี้ด้วยเช่นกัน
.

• พกแก้วหรือกระติกไปซื้อกาแฟสดที่ชงใหม่จากร้านค้า
เพื่อลดการใช้แก้วกระดาษหรือแก้วพลาสติกที่มีอายุการใช้งานสั้น

• เลือกซื้อกาแฟไปชงเองโดยเฉพาะกาแฟที่นำเข้าจากต่างประเทศ
ลองมองหาสัญลักษณ์รับรอง “การค้าที่เป็นธรรม”
“ผลผลิตจากระบบเกษตรอินทรีย์” หรือ “ปลูกภายใต้ร่มเงา”


สัญลักษณ์รับรองการค้าที่เป็นธรรมของฝั่งอเมริกา


สัญลักษณ์รับรองการค้าที่เป็นธรรมของฝั่งอังกฤษ


สัญลักษณ์รับรองการปลูกกาแฟใต้ร่มเงาของศูนย์นกอพยพแห่งสมิทโซเนียน
(Smithsonian Migratory Bird Center)


สัญลักษณ์รับรองผลผลิตเกษตรอินทรีย์ของสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ
(International Federation of Organic Agriculture Movement-IFOAM)

• แต่จะให้เยี่ยม อุดหนุนกาแฟที่ปลูกในบ้านเราดีกว่า
เดี๋ยวนี้ไร่กาแฟบางแห่งในประเทศไทยหันมาปลูกกาแฟแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกันแล้วนะ ไม่ต้องขนส่งไกล แถมเงินไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ
…มีทั้งอาราบิกาและโรบัสตาให้เลือกตามอัธยาศัย

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน “โลกสรรพสินค้า”
นิตยสารสารคดี ฉบับที่ 296 เดือนตุลาคม 2552

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s