My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ในถังขยะอันอุดมสมบูรณ์

2 ความเห็น


[ที่มาภาพ http://freegan.info%5D

1.
จากเด็กที่เกลียดการไปโรงเรียน แต่จบชั้นไฮสคูลมาได้เพราะโดนบีบบังคับ
จากเด็กที่เริ่มรับประทานมังสวิรัติตั้งแต่ 9 ขวบ
ปฏิเสธสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบจากสัตว์เมื่ออายุ 12 ขวบ
และตัดสินใจก้าวสู่วิถีชีวิตตามแนวคิดฟรีแกนิซึม (Freeganism) ในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย

วันนี้ อดัม ไวสส์แมน (Adam Weissman) ชาวอเมริกันวัย 31 ปี
ซึ่งเรียกตัวเองว่า “ฟรีแกน” (freegan) เลือกที่จะไม่ทำงานแลกเงิน
แต่กลับอุทิศเวลาว่างให้กับงานอาสาสมัคร
และใช้เวลายามค่ำคืนเพื่อค้นหาอาหารที่ซ่อนอยู่ในถุงดำ
ซึ่งบรรดาซูเปอร์มาร์เกต ร้านขายผักผลไม้ หรือร้านอาหารต่างๆ
ในเมืองนิวยอร์กขนออกมาทิ้งริมถนน
มันมิใช่ของเน่าเสีย แต่เป็นอาหารที่ใกล้จะหมดอายุหรือไม่ก็กระเด็นออกจากชั้นวางขาย
เพียงเพราะว่า…มีสินค้าสดใหม่กว่ามาแทนที่

เชื่อหรือไม่ ถังขยะอันอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ก็ช่วยให้มิสเตอร์ไวสส์แมนอิ่มท้อง
โดยไม่ต้องจ่ายเงินซื้อมานานเกือบ 14 ปีแล้ว!

อดัมไม่ใช่คนเร่ร่อน เขามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งและไม่ได้ยากจนข้นแค้น
แต่เหตุผลสำคัญที่ต้องเก็บอาหารจากถังขยะมารับประทานก็คือ
เขาไม่เต็มใจจ่ายเงินซื้อสินค้าที่ผลิตในระบบอุตสาหกรรม
ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม

ทั้งยังเชื่อว่าอาหารที่ยังกินได้มิใช่ขยะ ไม่สมควรถูกทิ้งขว้าง
แต่ควรทำหน้าที่ของมันอย่างเหมาะสมด้วยการตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์
ซึ่งไม่ได้หมายถึงเขาเพียงคนเดียว แต่รวมถึงเพื่อนร่วมสังคมที่ยังหิวโหย
ใช่แล้ว…บางครั้งอาหารดีๆ ที่อดัมเก็บมาจากถังขยะ
ก็ถูกแบ่งปันให้กับพวกที่ว่างงานหรือกลุ่มคนไร้บ้านด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น เขาและเพื่อนร่วมอุดมการณ์ยังร่วมกันจัด “ทัวร์ถังขยะ” ขึ้นเป็นประจำเกือบทุกสัปดาห์ เพื่อพาฟรีแกนหน้าใหม่หรือผู้ที่เริ่มจะสนใจแนวคิดฟรีแกนิซึมกรุ๊ปเล็กๆ
ไปรู้จักกับบรรดาอาหารฟรีและดีที่อยู่ในถังขยะ

2.
ฟรีแกนิซึมเป็นอีกหนึ่งแนวคิดของกลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคม
ที่กำเนิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2537
โดยได้รับอิทธิพลจากกลุ่มต่อต้านกระแสบริโภคนิยมและเศรษฐกิจทุนนิยมที่มีหัวใจสีเขียว

หลักการดำเนินชีวิตที่พวกเขายึดถือจึงไม่ใช่แค่ขบถกับการผลิตสินค้าในระบบอุตสาหกรรม
และการผูกขาดทางการตลาดโดยบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่
โดยพาตัวเองออกห่างจากสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าเป็นบริโภคนิยมที่ไร้การควบคุม
แต่ยังรวมถึงการเบียดเบียนทรัพยากรธรรมชาติให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนคำว่า “freegan” มาจากคำว่า free + vegan
อันหมายถึง การรับประทานอาหารที่หาได้ฟรีๆ
ของนักมังสวิรัติผู้ปฏิเสธสินค้าซึ่งมีส่วนประกอบของสัตว์
…ซึ่งก็คือข้อ ปฏิบัติพื้นฐานของฟรีแกนิซึมนั่นเอง

บ๊อบ ทอร์เรส โปรเฟสเซอร์ด้านสังคมวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยลอว์เรนซ์ในนิวยอร์ก ให้ข้อมูลว่า
กลุ่มเคลื่อนไหวฟรีแกนเพิ่งจะมีตัวตนชัดเจนขึ้นและมีแนวร่วมมากขึ้นในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สวีเดน เกาหลีใต้ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา

และแน่นอนว่า…เมืองที่มั่งคั่งที่สุดในโลกอย่างนิวยอร์ก
ย่อมหนีไม่พ้นการเป็นศูนย์กลางการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักของพลพรรคฟรีแกน
เพราะยิ่งมีคนร่ำรวยและผู้มีอันจะกินจำนวนมากเท่าไหร่
ปริมาณและคุณภาพของอาหารดีที่ถูกทิ้งลงถังขยะก็ยิ่งมากเท่านั้น

นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารที่หล่อเลี้ยงชีวิตแล้ว
ภารกิจค้นถังขยะยังทำให้ฟรีแกนหลายคนได้สารพัดข้าวของเครื่องใช้ติดมือกลับไปด้วย
อาทิ เครื่องครัว ผ้าห่ม ผงซักฟอก ซีดีเพลง เสื้อผ้า นิตยสาร หนังสือ เครื่องเขียน ฯลฯ

กระทั่งคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของอดัมก็ยังฟรียกชุด
โดยเขาได้รับบริจาคฮาร์ดดิสก์จากสำนักงานแห่งหนึ่ง
ได้จอมอนิเตอร์มือสองจากเพื่อน และได้คีย์บอร์ดมาจากการสำรวจถังขยะ!

3.
อดัม ไวส์แมน แกนนำคนสำคัญของฟรีแกนิซึมในนิวยอร์กก็เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
(น่าจะเป็น) เพราะเขาคือฟรีแกนรุ่นแรกๆ ที่ยังเชื่อมั่นและยืนหยัดในฟรีแกนิซึมมาจนถึงวันนี้

“ความหวังของเราคือ ต้องการให้ผู้คนได้ฉุกคิดเกี่ยวกับการบริโภคจำนวนมหาศาล
และนึกถึงขยะที่พวกเราผลิตขึ้นมาจากการบริโภคบ้าง เพราะคนส่วนใหญ่คิดถึงสินค้า
ตั้งแต่ช่วงเวลาที่มันวางขายอยู่ในร้านจนกลายเป็นขยะเท่านั้น แต่ไม่มองย้อนถึงต้นทางการผลิต
และไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับของที่ทิ้งลงถังขยะ” อดัมกล่าว

ย้อนกลับมามองบ้านเรา โอกาสที่อาหารดีๆ จะย้ายลงไปอยู่ในถังขยะนั้นเป็นไปได้น้อยมาก
ต่อให้เป็นซูเปอร์มาร์เกตหรือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ก็ไม่ได้ทิ้งขว้างอาหารกันสักเท่าไหร่
บางครั้งยังเจออาหารหมดอายุนอนนิ่งอยู่ที่ชั้นวางจำหน่ายด้วยซ้ำไป
จึงไม่ง่ายเอาเสียเลยสำหรับผู้บริโภคไทยที่อยากเดินตามแนวทางปฏิบัติของฟรีแกนชาวอเมริกัน

แต่สำหรับผู้อ่านที่รู้สึกอึดอัดกับสภาพแวดล้อมแบบบริโภคนิยมขึ้นมาตงิดตงิด
เรามีคำแนะนำมาฝาก ดังนี้
• ฝึกการยับยั้งนิสัยซื้อเพราะอยากได้อยากมี แต่หันมาซื้ออย่างมีสติหรือซื้อเท่าที่จำเป็น
• หยุดวิ่งตามสินค้าเทคโนโลยี เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ กล้องดิจิตอล
• ทดสอบตัวเองด้วยการงดชอปปิ้งเป็นระยะเวลาสั้นๆ สัก 1-2 อาทิตย์
ใครคิดว่าใจแข็งก็งดไปเลย 1 เดือน
• ปิดทีวีและหยุดรับสื่อโฆษณาที่กระตุ้นกิเลสแห่งการจับจ่าย
• ลองผลิตอาหารด้วยตนเอง จะปลูกผักสวนครัว เพาะถั่วงอก
หรือแค่ซื้อของสดมาประกอบอาหารทานกันเองภายในครอบครัวก็ได้
• หันมาซ่อมข้าวของเครื่องใช้เสียหายหรือชำรุด แทนที่จะโยนลงถังขยะแล้วซื้อใหม่
• ทิ้งอย่างมีสติด้วยเช่นกัน อะไรรีไซเคิลได้ก็แยกไว้ขายซาเล้ง
อะไรย่อยสลายได้ก็ลองเอามาทำน้ำหมักชีวภาพ แล้วค่อยทิ้งเฉพาะสิ่งที่เป็นขยะจริงๆ

…ลองดูกันสักตั้งเป็นไง…

FYI
แม้แต่ทอล์กโชว์ของโอปร่า ยังเคยตามไปดูทัวร์ถังขยะของกลุ่มฟรีแกนในนิวยอร์กเลย
มีอาหารดีๆ เยอะมากจนน่าทึ่ง
หากอยากรู้จักฟรีแกนมากกว่านี้ Google ช่วยได้เสมอ ลองค้นด้วย Freegan หรือ Freeganism รับรองข้อมูลเพียบ ทั้งข่าว บล็อก เว็บไซต์ และคลิปวิดีโอ

หมายเหตุ บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลก
บนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

2 thoughts on “ในถังขยะอันอุดมสมบูรณ์

  1. อุดมคติ เป็นเลิศ ขอยกย่องครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s