My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ปลูกเพื่อเย็นใจ

1 ความเห็น

คุณปลูกต้นไม้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่…?

เราไม่ได้ปลูกต้นไม้นานมากแล้ว นานจนแทบจำไม่ได้ว่า
ความรู้สึกของตัวเองในขณะที่สองมือสัมผัสเนื้อดินเป็นอย่างไร

กิจกรรมปลูกต้นไม้ถูกเบียดออกจากไปจากชีวิตโดยไม่รู้ตัว
ซึ่งเราไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนกับมันสักเท่าไหร่
ลำพังงานในบ้านกับงานนอกบ้านก็ยุ่งเหยิงจนแทบไม่เหลือเวลาว่าง
แล้วจะเอาชั่วโมงไหนมาหยิบจับกระถาง ส้อมพรวน และบัวรดน้ำ

กระทั่งเกิดความเปลี่ยนแปลงระลอกล่าสุดในช่วงปลายปีที่แล้ว
เมื่อเราตัดสินใจลาออกจากงานประจำและก้าวสู่ชีวิตการทำงานแบบไม่มีสังกัดอีกครั้ง
เพียงสัปดาห์แรกของการหยุดพักตัวเองอยู่กับบ้าน ความคิดที่จะปลูกต้นไม้ก็แวบเข้ามา
…ใช่แล้ว การเติบโตของต้นไม้นี่แหละที่จะเป็นสัญลักษณ์ในการนับหนึ่ง
พร้อมกับส่งกำลังใจให้เดินต่อ

เริ่มบรรเลงฝีมือการปลูกต้นไม้อีกครั้งด้วยว่านสี่ทิศ
เพราะเป็นชุดปลูกต้นไม้ซึ่งได้รับมาตั้งแต่หลายเดือนก่อน
มันจึงมีอุปกรณ์พร้อมสรรพ ทั้งกระถางพลาสติกใบเล็ก ดิน ขุยมะพร้าว และหัวว่านสี่ทิศ
ใช้เวลาไม่เกิน ๓ นาทีทุกอย่างก็ลงไปรวมกันอยู่ในกระถางและรอเวลางอกงาม

แม้การปลูกต้นไม้จะสิ้นสุดลงในเวลาอันสั้น แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกดี
มิหนำซ้ำยังจุดประกายให้เราสร้างเงื่อนไขใหม่ของชีวิต…
“ปลูกต้นไม้อย่างน้อย ๑ ต้นในสัปดาห์แรกของทุกเดือน”

หัวว่านสี่ทิศในกระถางมีแรงดึงดูดมหาศาล เธอทำให้เราต้องแวะไปทักทายทุกเช้า
เพื่อรดน้ำและเฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลง ผ่านไปเพียง ๔ วันก็ปรากฏสีเขียวๆ
และเมื่อครบหนึ่งเดือน ใบเขียวเรียวยาวใบที่สองก็งอกตามมาให้หัวใจได้พองโต

ย่างเข้าเดือนที่สอง เราคว้าชุดปลูกต้นไม้อีกชุดที่เก็บไว้มาใช้งาน
คราวนี้เป็นว่านแสงอาทิตย์ที่ปลูกง่ายและใช้เวลาน้อยเหมือนเดิม
แต่ที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงก็คือเธอไม่ปรากฏสัญญาณแห่งชีวิตเสียที
ต้องอดทนรอนานถึง ๔ เดือนเต็ม จนเมื่อฤดูร้อนมาเยือนจึงได้แทงยอดเล็กๆ สีเขียวให้ชื่นใจ

เดือนที่สาม ชีวิตเข้าสู่โหมดงานยุ่งอีกครั้ง
ไม่มีชุดปลูกต้นไม้และไม่มีเวลาเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ เราทำได้เพียงเยียวยาต้นไม้ที่ถูกลืม
…เธอเป็นต้นไม้ในกระถางเล็กๆ ริมกำแพง มีใบกลมหนาแค่ ๔-๕ ใบ
และหยุดนิ่งอยู่ในสภาพนี้นานเกินครึ่งปีแล้ว

เราไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการย้ายเธอไปสู่บ้านหลังใหม่ที่ใหญ่ขึ้น
เติมดิน ปุ๋ยคอก และกาบมะพร้าวแห้งชิ้นเล็กๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ช่างน่าทึ่ง
…เธอแตกยอดอ่อนใบอ่อนพรึ่บพรั่บ แสดงถึงความมีชีวิตชีวาอย่างเต็มที่
เรารู้สึกราวกับว่าต้นไม้กำลังยิ้มอย่างเบิกบาน

เดือนสุดท้ายของปี ๕๑ ทำแต่งานจนละเลยการปลูกต้นไม้
จึงชดเชยความบกพร่องในสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเอง
ด้วยการเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ผักสวนครัวนานาชนิดแล้วส่งต่อสู่คนรอบข้าง
เพื่อแทนคำอวยพรสำหรับเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการเจริญเติบโตของชีวิตสีเขียว
ซึ่งจะงอกงามได้ก็ต่อเมื่อผู้รับลงมือปลูก

…มันก็เหมือนกับชีวิตคนเรานั่นแหละ ถ้านอนรออยู่เฉยๆ จะเกิดเรื่องดีๆ ขึ้นได้อย่างไร

จากจุดเริ่มจนถึงวันนี้ เรามีต้นไม้อยู่ในความดูแลทั้งหมด ๘ กระถาง
กิจกรรมการปลูกใหม่เดือนละ ๑ ต้น ไม่ได้ใช้เวลาอะไรมากมาย
ทุกคนน่าจะสามารถเจียดเวลาไม่กี่นาทีมาลงมือได้
แต่หลังจากนั้นต้องใส่ใจดูแลอย่างต่อเนื่องพอสมควร
เพราะไม่มีทางที่พวกเธอจะงอกงามท่ามกลางการปล่อยปละละเลย

สำหรับกิจกรรมปลูกต้นไม้ครั้งล่าสุด
เราใช้เวลานานเกินชั่วโมงในการย้ายทุกชีวิตลงกระถางใบใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม
เริ่มตั้งแต่เตรียมดินผสมปุ๋ยคอกและกาบมะพร้าวคลุกเคล้าให้ทั่ว
แล้วจึงบรรจงถอดกระถางใบเก่าออก ตักดินที่ผสมไว้รองก้นในกระถางใหม่
วางต้นไม้ลงไปอย่างเบามือ เติมดินในกระถางให้ได้ระดับที่เหมาะสม แล้วจึงรดน้ำพอชุ่มฉ่ำ

ตลอดเวลาที่มือทั้งสองสัมผัสดินและหยิบจับอุปกรณ์ต่างๆ
ใจของเราจดจ่ออยู่กับต้นไม้ทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้า
และเมื่อนึกทบทวนเหตุการณ์หลังจากภารกิจเสร็จเรียบร้อย
บอกได้เลยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการปลูกต้นไม้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกดี
แต่มันเป็นทั้งความนิ่งและความสงบ งานชิ้นอื่นๆ ที่ยังค้างคาไม่โผล่เข้ามารบกวนใจแม้แต่น้อย
…ถือเป็นการพักผ่อนสมองและคลายความเครียดจากการทำงานไปพร้อมกันในคราวเดียว

บอกตามตรง เราไม่เคยหวังไกลถึงการ “ปลูกต้นไม้ลดโลกร้อน” อย่างที่รณรงค์กันมากมาย
เพราะถ้าจะไปให้ถึงเงื่อนไขนั้นจริงๆ ก็ต้องปลูกไม้ยืนต้นขนาดใหญ่จำนวนเยอะมาก

ทว่าในความจริง ชีวิตคนเมืองกับที่พักอาศัยขนาดเล็ก
เราและเพื่อนร่วมเมืองส่วนใหญ่ไม่มีพื้นที่สำหรับการปลูกไม้ยืนต้นขนาดใหญ่แน่นอน
แต่การปลูกต้นไม้รอบบ้านหรือริมระเบียงห้องพักก็ให้ผลบวกเล็กๆ มากมาย
เช่น ลดความร้อนที่จะเข้าสู่ตัวอาคาร เพิ่มแหล่งผลิตออกซิเจน สร้างบรรยากาศสีเขียวสบายตา
และผลพลอยได้อันแสนพิเศษ คือ มันช่วยสร้างความสงบเย็นในใจของผู้ปลูกได้อย่างมาก
ในระหว่างที่จดจ่ออยู่กับการปลูก ขณะรดน้ำดูแลในยามเช้า
และทุกครั้งที่เฝ้าสังเกตการณ์เจริญเติบโต

ทั้งหมดนำไปสู่ข้อสรุปง่ายๆ ไม่ว่าจะปลูกอะไร ต้นไม้ล้วน “ให้โลก” และ “ให้เรา”
หากพิจารณาลึกลงไปในรายละเอียดจะเห็นว่า
ต้นไม้คือสายสัมพันธ์อันแนบแน่นที่เชื่อมคนให้ใกล้ชิดธรรมชาติ
และทำให้เรารู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับโลกใบนี้

ในระหว่างที่เรายังมีชีวิต ทุกคนล้วนได้ใช้ประโยชน์จากสารพัดพันธุ์พืช
เพื่อเป็นอาหาร เป็นเครื่องนุ่งห่ม เป็นยารักษาโรค
และเมื่อหมดลมหายใจ ร่างกายที่แตกสลายก็จะกลับคืนสู่ธรรมชาติ สู่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า “พืช”
จึงไม่เกินเลยนักหากจะกล่าวว่า บางส่วนของต้นไม้อยู่ในตัวเรา
และบางส่วนของตัวเราก็อยู่ในต้นไม้เช่นเดียวกัน

เมื่อมาถึงบรรทัดนี้ เราจึงอยากชักชวนทุกคนให้ลุกขึ้นมาปลูกต้นไม้เพื่อเย็นใจ
คันมือเมื่อไหร่ลงมือได้ไม่ต้องรีรอ ขออย่างเดียว อย่าปลูกต้นไม้ทำลายดิน
เพราะแม้ว่าสตางค์ในกระเป๋าจะเพิ่มพูน แต่ผืนดินคงร้องไห้
ต้นไม้ ดอกไม้คงไม่สามารถเบิกบานให้เราได้ชื่นชม

ตีพิมพ์ครั้งแรกในคอลัมน์ “เราคือโลก โลกคือเรา”
วารสารพลัม ปีที่ 2 ฉบับที่ 6 กรกฎาคม-กันยายน 2552

Advertisements

One thought on “ปลูกเพื่อเย็นใจ

  1. ใช่ๆๆ

    ผมเคยเพิ่งสัมผัสกับความรู้สึกเหมือนคุน เมื่อไม่กี่วัน

    รุ้สึกแฮปปี้ๆ

    ชื่อ นัน คับ

    ยินดีที่ได้รู้จัก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s