My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

อาหารไม่รีบ

ใส่ความเห็น


[ที่มาภาพ guardian.co.uk]

1.
จากเด็กชายชาวอิตาเลียนที่เกิดในครอบครัวชนชั้นกลาง
ซึ่งตั้งถิ่นฐานในเมืองเล็กๆ ชื่อบรา (Bra) ย่านเปียด์มงต์ (Piedmont) ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี
ดินแดนที่โดดเด่นและโด่งดังในเรื่องอาหาร อาทิ ไวน์ เห็ดทรัฟเฟิลขาว เนยแข็ง และเนื้อวัว

คาร์โล เปรตินี (Carlo Petrini) เริ่มต้นชีวิตวัยยี่สิบตอนต้นด้วยการก่อตั้งสถานีวิทยุอิสระ
พร้อมกับจัดเทศกาลดนตรีโฟล์กที่แหวกแนวกว่าเทศกาลดนตรีใดๆ
นั่นคือไม่ใช่แค่จับคนดนตรีมาขึ้นแสดงบนเวที แต่ยังส่งพวกเขาไปขับกล่อมเสียงเพลงท้องถิ่นถึงบ้านผู้ฟังอีกด้วย
หลังจากนั้นเขาก็เบนเข็มมาเป็นคอลัมนิสต์เขียนบทความเกี่ยวกับอาหารการกินลงในหนังสือพิมพ์รายวัน

อาจเพราะซึมซับความรู้ในห้องครัวจากคุณยายมาแต่ครั้งยังเป็นเด็ก
เปรตินีในวัย 30 ปีเริ่มให้ความสนใจอย่างจริงจังกับการปกป้องอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
จึงรวมตัวกับกลุ่มเพื่อนร่วมอุดมการณ์เปิดร้านที่เสิร์ฟอาหารและไวน์ตามแนวคิดดังกล่าว
โดยเน้นจุดขายเรื่องคุณภาพดีและราคาเหมาะสม

แล้วชีวิตในฐานะเจ้าของร้านอาหารก็พลิกผันครั้งใหญ่
เมื่อพี่เบิ้มแห่งธุรกิจฟาสต์ฟู้ดอย่างแมคโดนัลด์วางแผนจะเปิดร้านสาขาในละแวก “บันไดสเปน” (Spanish Steps)
ซึ่งเป็นย่านชอปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่เต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านกาแฟชื่อดังของกรุงโรมในปี ค.ศ. 1986

ในความเห็นของเปรตินี ฟาสต์ฟู้ดเป็นปรากฏการณ์สุดโต่งของการเร่งผลิตอาหารจากภาคเกษตรกรรม
ซึ่งขัดแย้งกับแนวคิดเรื่องอาหารที่เขายึดมั่นโดยสิ้นเชิง
เขาจึงรับบทหัวหอกออกโรงคัดค้านการมาเยือนของฟาสต์ฟู้ดตัวเอ็ม ด้วยการปลุกกระแส “สโลว์ฟู้ด” ขึ้นมาเป็นขั้วตรงข้าม
และออกแถลงการณ์ตอบโต้ว่า การใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบ การผลิตอาหารจานด่วน
และการทำเกษตรกรรมและปศุสัตว์อย่างไร้ความยั่งยืนกำลังทำร้ายสิ่งแวดล้อมและระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น

…เมื่อความคิดถูกแปรเป็นการกระทำ ผลรูปธรรมก็บังเกิด

2.
อาหารไม่รีบหรือ “สโลว์ฟู้ด” (Slow Food) ตามนิยามของเปรตินีประกอบด้วยคำเพียง 3 คำ
คือ อร่อย (good) สะอาด (clean) และเป็นธรรม (fair)

ขยายความเพิ่มเติมได้ว่า อาหารที่เหมาะแก่การรับประทานควรจะมีรสชาติดี
ผ่านกระบวนการผลิตที่สะอาด ซึ่ง “สะอาด” ในที่นี้รวมความ 3 ประเด็นคือ
เบียดเบียนสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ไม่ลิดรอนสิทธิสัตว์ (ที่ถูกเลี้ยงเพื่อความอิ่มท้องของคน) ไม่คุกคามสุขภาพของพวกเรา
และผู้ผลิตอาหารซึ่งเป็นหัวใจสำคัญก็ควรจะได้รับค่าตอบแทนให้สมน้ำสมเนื้อ กับความเหน็ดเหนื่อยทุ่มเท

สำหรับผู้รอคอยผลผลิตอาหารจากเกษตรกร ซึ่งนับจำนวนแล้วเป็นคนส่วนใหญ่ของโลก
เปรตินีไม่เรียกว่า “ผู้บริโภค” (consumers) เขาออกจะขยะแขยงคำนี้ด้วยซ้ำ
เพราะมันให้ความรู้สึกที่ตัดขาดจากผู้ผลิตและไม่ต้องรับผิดชอบกับสิ่งใดๆ ที่เกิดขึ้น ณ ต้นทางการผลิตอาหาร

…ทั้งที่ในความเป็นจริง คนสองกลุ่มต่างเชื่อมโยงถึงกันอย่างแนบแน่น

เปรตินีเล็งเห็นสายใยความสัมพันธ์ระหว่างคนต้นทางและคนปลายทาง
จึงเลือกที่จะใช้คำว่า “ผู้ร่วมผลิตอาหาร” (co-producers) เพื่อสะท้อนบทบาทการเลือกซื้อเลือกรับประทาน
ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อการผลิตอาหารของเกษตรกร

โดยที่ผู้ร่วมผลิตอาหารจำเป็นต้องรับรู้ข้อมูลการกินที่สอดคล้องกับการผลิตอาหารในวิถีที่เป็นมิตรกับโลก
อาทิ เพื่อทำหน้าที่ของตนในการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมและรักษาวัฒนธรรมการกินระดับท้องถิ่น
ตามเป้าหมายหลักของกระแสสโลว์ฟู้ดที่มีเปรตินีเป็นผู้นำขบวนการ

แม้การประท้วงครั้งนั้นจะไม่สามารถทัดทานการตั้งร้านฟาสต์ฟู้ด
ทว่ามันกลายเป็นหลักไมล์แรกของกระแสอาหารไม่รีบในอิตาลี
ก่อนจะค่อยๆ หยั่งรากลึกและงอกงามทีละน้อยสู่ความสนใจของผู้คนวงกว้าง

…ผ่านไปนานกว่าสองทศวรรษ สมาชิกที่เข้าร่วมขบวนการอาหารไม่รีบอย่างเป็นทางการเพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าหนึ่งแสนรายจากร้อยกว่าประเทศทั่วโลก

3.
ถึงวันนี้เปรตินีในวัย 61 ปีมีชื่อเสียงและกลายเป็นที่รู้จักระดับโลก โดนรุมล้อมสัมภาษณ์จากสารพัดสื่อ
นอกจากจะเขียนหนังสือเพื่อบอกเล่าเรื่องราวอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว
ยังต้องออกเดินสายบรรยายเพื่อรณรงค์และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ฟังในประเทศต่างๆ อีกด้วย

การดำเนินชีวิตอาจจะวุ่นวายยุ่งเหยิงมากกว่าที่เคย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงคือแนวคิดบนเส้นทางสโลว์ฟู้ด
เขายังเชื่อมั่นว่าผู้คนทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าร่วมเคลื่อนไหวไปกับสโลว์ ฟู้ดได้โดยไม่ยากเย็น
แค่ลองทำตามคำแนะนำเบื้องต้น 4 ข้อ คือ

หนึ่ง…เลือกซื้ออาหารจากเกษตรกรรายย่อยในท้องถิ่น
ยิ่งย่นระยะห่างระหว่างต้นทางการผลิตอาหารกับปลายทางที่ปากท้องของผู้รับประทานได้มากเท่าไหร่
ยิ่งลดต้นทุนการขนส่งที่จะบวกพ่วงเข้าไปในราคาสินค้าและเอื้อให้ผู้ผลิตอาหารตัวจริงได้รายรับที่เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น

สอง…รับประทานอาหารตามฤดูกาล

สาม…ซื้อแค่เพียงพอกับความต้องการบริโภค
เมื่อใดที่กระหน่ำซื้อเยอะเกินพอดี โอกาสที่อาหารจะกลายเป็นขยะเหลือทิ้งก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สุดท้าย…ปรุงอาหารเองและร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับสมาชิกในครอบครัวให้บ่อยขึ้น

สูตรสำเร็จเพื่อเข้าถึงอาหารไม่รีบมาเสิร์ฟอยู่ตรงนี้แล้ว
ลองร่วมขบวนหมุนโลกให้ช้าลงด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินของตนเองกันหน่อยเป็นไร

หมายเหตุ-บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s