My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

สั่นสะเทือนน้อยนิดมหาศาล

ใส่ความเห็น


[ที่มาภาพ good magazine]

1.
หลังจากชมสารคดีสิ่งแวดล้อมเรื่องดัง “An Inconvenient Truth”
ที่โรงภาพยนตร์เล็กๆ ในเมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์
เธอรู้สึกเหมือนโดนเขย่าอย่างแรง ภายในใจเอ่อท้นด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าระคนผิดหวัง
และความปรารถนาที่ถูกจุดประกายขึ้นมาในทันทีก็คือ
การเดินสายฉายภาพยนตร์ชิ้นนั้นด้วยตัวเอง เพื่อร่วมกระจายหายนะระดับโลกสู่การรับรู้ของผู้คน

แม้จะประสบความสำเร็จด้านการงานในแวดวงธุรกิจประกันภัยกระทั่งกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านในวัย 35 ปี
เมลิสสา คลาร์ก เรย์โนลด์ส ซึ่งเติบโตมาในครอบครัวข้นแค้น
แต่มีโอกาสข้ามน้ำข้ามทะเลไปศึกษาระดับปริญญาโทที่สหรัฐฯ
ยังระลึกได้ว่า ห้องเรียนในสาขาวิชาการจัดการขยะและอนามัยสิ่งแวดล้อม
เคยพาเธอไปรู้จักกับความเปลี่ยนแปลงของชั้นบรรยากาศโลกตั้งแต่เมื่อราวๆ 20 ปีที่แล้ว
ตอนนั้นมันช่างเป็นเรื่องน่าเบื่อเสียเหลือเกิน

เมลิสสายอมรับตามตรง เธอไม่ได้ให้ความสนใจกับประเด็นนี้เพราะดูจะเป็นเรื่องไกลตัวมากๆ
แต่เมื่อชีวิตข้ามพ้นมาสู่ศตวรรษที่ 21 มันกลับรุกคืบเข้าประชิดเธอและชีวิตร่วมโลกอีกจำนวนนับไม่ถ้วน

อย่างน้อยๆ ปี 2006 ที่ร้อนสุดจนติดอันดับหน้าประวัติศาสตร์โลก
ก็เร่งละลายธารน้ำแข็งหลายแห่งบนเกาะใต้ของนิวซีแลนด์
หนึ่งในนั้นสามารถให้กำเนิดทะเลสาบแห่งใหม่ขึ้นเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา
แถมทะเลทรายที่อยู่ไม่ไกลจากไครสต์เชิร์ชซึ่งเคยสวยแบบแห้งแล้งก็ปรากฏร่องรอยของชีวิตสีเขียวมากขึ้นเรื่อยๆ

…เธอกังวลเรื่องนี้ค่อนข้างมาก เพราะปริมาณน้ำผิวดินที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดคือน้ำของอนาคตที่ถูกหยิบยืมมาใช้ในปัจจุบันนั่นเอง

2.
เพื่อให้ความตั้งใจบรรลุผล เมลิสสาไม่รอช้าที่จะออกสตาร์ทด้วยการเพียรส่งอีเมลถึงอัล กอร์
เมื่อไม่มีสัญญาณตอบกลับจากผู้รับปลายทาง เธอจึงต้องเปลี่ยนกลยุทธ์
เป็นการร่อนอีเมลและส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊คถึงทุกคนที่รู้จัก

หลังจากหมกมุ่นกับการสื่อสารในโลกออนไลน์อยู่สักพัก
ในที่สุดโชคก็เข้าข้าง เธอเจอเข้ากับชายคนหนึ่งที่ทำงานให้อัล กอร์
แถมยังตามแกะรอยจนรู้ว่า ภรรยาของเขามีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการบริหารของ“The Climate Project”
ซึ่งเป็นโครงการกระตุ้นจิตสำนึกเกี่ยวกับชั้นบรรยากาศโลกผ่านเครือข่ายผู้เผยแพร่จำนวนกว่า 2,500 คน
โดยผู้เผยแพร่ทุกคนจะต้องผ่านการอบรมจากอัล กอร์เสียก่อน

แต่เนื่องจากอดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ มุ่งเน้นการรณรงค์ในประเทศต้นเหตุก่อโลกร้อนรายใหญ่อย่างอเมริกาและออสเตรเลีย
สัญชาตินิวซีแลนด์ของเมลิสสาจึงกลายเป็นคำปฏิเสธในเบื้องแรก
เธอต้องออกแรงเจรจาต่อรองอีกครั้งจึงได้เป็น 1 ใน 2 ของชาวกีวีท่ามกลางชาวออสซี่ 150 คน
ที่เข้าร่วมเรียนรู้การสื่อสารจากอัล กอร์และทีมงาน ณ กรุงเมลเบิร์นในเดือนสิงหาคมปี 2007 เป็นเวลา 5 วันเต็ม

นับจากนั้น เมลิสสาก็อุทิศเวลา 1-3 วันต่อสัปดาห์ให้กับการทำงานเพื่อชั้นบรรยากาศโลก
ตั้งแต่ค้นคว้างานวิจัย ประชุมทีม และเตรียมไฟล์เพาเวอร์พอยท์ในเวอร์ชั่นของตัวเอง
โดยนำเนื้อหาหลักจาก “An Inconvenient Truth” มาปรับแต่ง
และเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนของการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ซึ่ง เกี่ยวข้องกับประเทศนิวซีแลนด์แบบเต็มๆ

เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็ถึงเวลานำสารไปส่งถึงผู้รับ
ทั้งในหอประชุมโรงเรียน งานของสโมสรโรตารี การประชุมของสมาคมเกษตรกร ฯลฯ
ภายในเวลาปีเดียว พรีเซนเตชั่นของเมลิสสาผ่านสายตาชาวนิวซีแลนด์ไปแล้วประมาณ 2,000 คน

“ทุกคนควรเตรียมใจของตัวเองให้พร้อมและทำความเข้าใจให้กระจ่างว่า ประเด็นโลกร้อนเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง
ฉันแค่อยากให้ผู้คนเริ่มคิดถึงสิ่งที่เคยเห็นผ่านตามาตลอดชีวิต พร้อมกับเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัว
แล้วตั้งคำถามกับสิ่งเหล่านั้นว่า ความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นมีความหมายอย่างไรกับเราบ้าง” เมลิสสากล่าว

3.
ด้วยวัยที่ห่างกัน 18 ปีระหว่างลูกชายคนโตกับลูกสาวคนเล็ก
ทำให้เมลิสสาเห็นความแตกต่างของคนสองรุ่นอย่างชัดเจน
…เด็กประถมสมัยนี้ ขลุกอยู่ในอินเทอร์เน็ตมากกว่าที่ผ่านมา
มันกลายเป็นส่วนหนึ่งที่แทรกอยู่ในชีวิตประจำวัน

ข้อสังเกตดังกล่าวนำมาซึ่งการสร้างสรรค์โปรเจ็กต์สุดเจ๋งชื่อ “minimonos”
(เป็นคำในภาษาสเปน มีความหมายว่า ฝูงลิงตัวเล็กๆ)

[ที่มาภาพ minimonos.com]

minimonos เป็นเกมออนไลน์สำหรับเด็กวัย 5-12 ปี ออกแบบมาเพื่อปลูกฝังเด็กยุคดิจิตอล
เกี่ยวกับความยั่งยืน ความเอื้อเฟื้อ และการอยู่ร่วมกันเป็นชุมชน
โดยจะแทรกซึม “สาร”ที่ต้องการสื่อผ่านการเล่นเกมให้เด็กค่อยๆ รับรู้ทีละน้อย

เมลิสสาหมายมั่นให้โครงการนี้เป็นมิตรกับเด็ก
คือปราศจากการล่อหลอกให้ซื้อสินค้าหรือต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสมัครเล่นเกม
ขณะเดียวกันก็จุดประกายให้เกิดความสนใจเกี่ยวกับกิจกรรมสิ่งแวดล้อมในโลกเสมือน
และพยายามเชื่อมโยงเข้ากับโลกแห่งความจริง
เช่น การประกาศปิดเซิร์ฟเวอร์ชั่วคราวในช่วง Earth Hour
การสะสมแต้มในเกมเพื่อสมทบทุนจัดหาน้ำดื่มให้เด็กชาวอินเดีย ฯลฯ
โดยหวังว่ามันจะกลายเป็นนิสัยและพฤติกรรมที่เด็กๆ แสดงออกในชีวิตจริง

แล้วผลลัพธ์ก็ออกมาดังคาดหมาย
เด็กหลายคนที่ผ่านการเยี่ยมชมศูนย์รีไซเคิลหรือลงมือเก็บขยะในเกม
เริ่มเข้าร่วมกิจกรรมทำความสะอาดในโรงเรียน ชายหาด หรือชุมชนด้วยความสมัครใจ
บางคนก้าวไปถึงขั้นริเริ่มที่จะจัดงานวันสิ่งแวดล้อมโลกหรือจัดประกวดแต่งกลอนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมด้วยซ้ำ

แทบไม่น่าเชื่อว่า สารคดีความยาวชั่วโมงเศษที่ปลุกหัวใจสีเขียวของเมลิสสา
จะสร้างความสั่นสะเทือนต่อเนื่องนานเกือบ 4 ปี
ทั้งยังขยายวงกว้างถึงชาวนิวซีแลนด์หลายพันคนและเด็กทั่วโลกอีกนับไม่ถ้วน

…ช่างเป็นแรงผลักที่น้อยนิดแต่มหาศาลจริงๆ

FYI
ต่อให้อายุเลยวัยเด็ก คุณก็ยังแวะไปสัมผัสโลกเสมือนจากไอเดียของเมลิสสาได้ที่ minimonos.com

หมายเหตุ-บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s