My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ขบวนการเปลือยดิน

1.

[ที่มาภาพ depave.org]
แรงบันดาลใจของชายหนุ่มชื่อแอริฟ คาน นักวางผังเมืองได้รับการจุดประกายขึ้นเมื่อหลายปีก่อน
ระหว่างเลือกซื้อบ้านมือสองในละแวกตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองพอร์ตแลนด์ มลรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา

มันเป็นบ้านหลังที่เขาหมายปอง ทุกอย่างตรงตามความต้องการ
ยกเว้นพื้นที่กว้างๆ ข้างโรงรถซึ่งเทปูนเป็นลานคอนกรีตสีหม่น
แทนที่จะปลูกต้นไม้ให้งอกงาม

แอริฟตัดสินใจซื้อบ้านหลังนั้นพร้อมกับร่างภาพในหัวถึงสวนอินทรีย์ขนาดเล็กที่จะโผล่ขึ้นมาแทนที่พื้นปูนแห้งแล้ง
เขาวางแผนจะปลูกผักสวนครัว พืชสมุนไพร และไม้ผลยืนต้น ซึ่งจะให้ทั้งร่มเงาและอาหาร

ในตอนนั้น ชายหนุ่มลืมนึกถึงอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
ที่จะตามมาหลังออกแรงรื้อลานคอนกรีตขนาด 230 ตารางเมตรออกไป

เขาไม่ได้คาดคิดเลยว่า การปรับเปลี่ยนลานคอนกรีตให้เป็นพื้นที่สีเขียว
จะทำให้เขากลายเป็นแกนนำของขบวนการเปลือยดินไปโดยปริยาย
แถมยังมีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่กระโดดเข้าร่วมขบวนการเพราะคิดเห็นตรงกัน
นั่นคือ ผืนดินควรทำหน้าที่รองรับการเติบโตของพืชสีเขียวๆ มากกว่าโดนกักขังไว้ใต้แผ่นยางมะตอยหรือถนนคอนกรีต

2.
ด้วยรู้และตระหนักเป็นอย่างดีว่า เมืองซึ่งเต็มไปด้วยถนนลาดยางมะตอยหรือทางคอนกรีต
คือปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้แหล่งน้ำปนเปื้อนด้วยสิ่งสกปรกและมลพิษมากขึ้น

เพราะน้ำที่ชะล้างสารพัดสิ่งสกปรกและมลสารแปลกปลอม เช่น คราบน้ำมัน ฝุ่นโลหะหนัก
ไม่สามารถซึมผ่านชั้นยางมะตอยหรือแผ่นคอนกรีตได้
มันจึงไหลบ่าลงไปรวมกันอยู่ในแม่น้ำลำคลองที่อยู่ใกล้เคียง
แทนที่จะค่อยๆ ซึมลงสู่เบื้องล่าง โดยมีชั้นดิน หิน ทรายตามธรรมชาติเป็นตัวกรองมลพิษ


[ที่มาภาพ depave.org]

“นี่เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมเล็กๆ ที่ซีเรียสอยู่เหมือนกัน
ถ้าถามถึงความเชื่อมโยงระหว่างถนนคอนกรีตกับปลาในแหล่งน้ำ
น้อยคนที่จะนึกออกว่าสองสิ่งนี้เกี่ยวข้องกัน
เพราะถนนคอนกรีตมีส่วนทำให้มลพิษไหลลงสู่แหล่งน้ำและตกค้างอยู่ในตัวปลา”แอริฟ อธิบาย

…ที่สำคัญ มันไม่ได้สิ้นสุดที่ปลา แต่มักส่งต่อมาถึงคนซึ่งเป็นผู้บริโภคลำดับสุดท้ายในห่วงโซ่อาหารด้วยเช่นกัน

อีกหนึ่งผลลบที่ไม่อาจมองข้ามคือทั้งถนนลาดยางมะตอยและทางคอนกรีตต่างสะสมความร้อน
ทำให้อุณหภูมิของเมืองเพิ่มสูงขึ้นกว่าเขตชนบทโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน
กลายเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “Heat island effect”
ซึ่งจะเป็นลูกโซ่สืบเนื่องถึงการสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าจากการใช้เครื่องปรับอากาศอีกด้วย

3.
การรื้อถอนลานคอนกรีตในบ้านของตนเองเป็นครั้งแรก
ทำให้แอริฟต้องคลำหาวิธีการกำจัดซากปูนที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุด

เขาพยายามสืบค้นผ่านอินเทอร์เน็ตแต่ไม่พบอะไรมากมายนัก
ต้องใช้เวลาสะสมภูมิรู้จากหลากหลายแหล่งข้อมูลอยู่นาน
จนถึงจุดที่รู้สึกว่ามีประโยชน์มากพอที่จะบอกต่อกับผู้คนในวงกว้าง
จึงก่อตั้งขบวนการเปลือยดินพร้อมกับเปิดเว็บไซต์depave.orgขึ้นในปี 2550


[ที่มาภาพ depave.org]

ขบวนการเปลือยดินเริ่มต้นด้วยชาวพอร์ตแลนด์หัวใจสีเขียวประมาณ 20คน
ทุกคนเป็นอาสาสมัคร 100% จึงไม่ได้รับค่าตอบแทนในการปฏิบัติภารกิจ
แต่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากโครงการซ่อมแซมเมือง (City Repair Project)
เพื่อใช้จ่ายในการซื้อเครื่องไม้เครื่องมือ ซื้อเมล็ดพันธุ์และกล้าไม้ และในการขนย้ายเศษซากจากการรื้อถอน

ทั้งนี้การเปลี่ยนพื้นคอนกรีตเป็นผืนดินแต้มสีเขียว
มิใช่เรื่องที่จะดำเนินการได้เสร็จสิ้นภายในวันเดียวหรือสัปดาห์เดียว
มันเป็นโครงการที่ต้องอาศัยความใส่ใจอย่างต่อเนื่อง

ภายหลังการตรวจสอบผืนดินที่ถูกปกปิดจากแสงแดดเป็นเวลานานว่า
อุดมสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด ปนเปื้อนมลพิษอะไรหรือไม่
เขาก็ค่อยๆ ฟื้นฟูสภาพดิน เติมปุ๋ยนิด เติมจุลินทรีย์หน่อย กระตุ้นให้ดินมีชีวิตชีวาก่อนจะลงมือปลูกพืช
หลังจากปลูกแล้วยังต้องประคบประหงมดูแลให้งอกงามตามธรรมชาติโดยไม่พึ่งพาสารเคมีอันตราย

“ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้นที่เพลิดเพลินกับภารกิจเปลือยดิน
อาสาสมัครทุกคนลงแรงเต็มที่เช่นกัน แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็สนุกสนานและมีรอยยิ้ม
ผมว่าการรื้อถอนยางมะตอยและคอนกรีตช่วยฟื้นฟูธรรมชาติและจิตใจไปพร้อมๆ กัน” แอริฟกล่าวทิ้งท้าย

…ถึงบรรทัดนี้ลองมองไปรอบบ้านของคุณสิ
ความงามของผืนดินโดนยางมะตอยและคอนกรีตปิดบังไปแล้วกี่มากน้อย

FYI
depave.org เผยแพร่คู่มือสำหรับมือใหม่หัดรื้อทางยางมะตอยและถนนคอนกรีต ให้คลิกอ่านได้ฟรีๆ

หมายเหตุ-บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด