My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

หมากฝรั่ง

ใส่ความเห็น


[ที่มาภาพ healthlifeandstuff.com]

• มนุษย์เคี้ยวหมากฝรั่งมานานนับพันปี
ชาวกรีกโบราณเคี้ยวหมากฝรั่งที่ทำจากน้ำยางของต้นแมสติก (Mastic) ซึ่งมีกลิ่นหอม
บรรพบุรุษของชาวมายันเคี้ยวชิเคิล (Chicle) ซึ่งทำจากน้ำยางสีขาวขุ่น
ของต้นแซปโพดิลลา (Sapodilla-พืชตระกูลละมุด)
อินเดียนแดงแถบอเมริกาเหนือเคี้ยวหมากฝรั่งที่ทำจากน้ำยางของต้นสนสปรูซ (Spruce)

• กลางศตวรรษที่ ๑๙ หมากฝรั่งที่ผลิตจากน้ำยางของต้นแซปโพดิลลาออกวางขายเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา
หลังจากนั้นประมาณ ๑๐๐ ปีเมื่อนักเคมีคิดค้นยางสังเคราะห์ได้เป็นผลสำเร็จ
จึงค่อยๆ นำมาใช้เป็นวัตถุดิบผลิตหมากฝรั่งทดแทนน้ำยางจากธรรมชาติ
ในที่สุดยางสังเคราะห์ซึ่งมีต้นทางจากน้ำมันดิบก็กลายเป็นส่วนประกอบหลักของหมากฝรั่งที่เคี้ยวกันอยู่ในปัจจุบัน

• นอกจากจะปรุงแต่งด้วยสารสังเคราะห์เพื่อเพิ่มสีและกลิ่นอันหลากหลายเอาใจนักเคี้ยว
หมากฝรั่งจำนวนไม่น้อยยังเติมความหวานด้วยแอสปาแตม (Aspartame)
สารสังเคราะห์ซึ่งเชื่อกันว่าปลอดภัยต่อการบริโภค แต่ก็มีความเชื่อจากอีกฝั่งว่า
แอสปาแตมเป็นสาเหตุของลมชัก ความผิดปกติของระบบประสาทที่เกี่ยวกับอัมพาตหรือพูดไม่ได้
สมาธิสั้น เบาหวาน ไทรอยด์ อัลไซเมอร์ หรือทำให้ผู้ที่ป่วยด้วยโรคเหล่านี้มีอาการแย่ลง

• ซากหมากฝรั่งของบรรพบุรุษย่อยสลายในเวลาไม่นาน
แต่หมากฝรั่งยุคปัจจุบันผลิตจากยางสังเคราะห์ ซากที่คายทิ้งจึงอยู่ยงคงกระพัน
ยิ่งถูกออกแบบให้เป็นหมากฝรั่งหนึบเหนียวเคี้ยวนาน ยิ่งสร้างอุปสรรคในการกำจัดคราบสกปรก

• แม้ไม่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แต่ซากหมากฝรั่งที่ทิ้งกันมั่วซั่วก็กำลังสร้างความเลอะเทอะ
แก่เมืองใหญ่หลายแห่งในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย มีรายงานว่า
รัฐบาลท้องถิ่นของอังกฤษหมดงบประมาณไปกับการทำความสะอาด
ก้อนยางหนึบหนับบนท้องถนนถึงปีละ ๑๕๐ ล้านปอนด์
ทั้งการขัดล้างด้วยสารเคมี การทำให้แข็งด้วยความเย็น การใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูง
แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ยังไม่สามารถล้างร่องรอยหมากฝรั่งได้อย่างหมดจด

• สุดท้ายประเทศที่เต็มไปด้วยนักเคี้ยวจึงตั้งถังขยะเฉพาะ
สำหรับทิ้งซากหมากฝรั่งเพื่อรวบรวมมันเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเปลี่ยนเป็นวัสดุก่อสร้าง
ที่มีคุณสมบัติคล้ายยางหรือถังขยะที่นำกลับไปรองรับซากหมากฝรั่งอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

• หมากฝรั่งย่อยสลายได้เพิ่งออกวางจำหน่ายในประเทศอังกฤษเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ภายใต้ชื่อ “Chicza”
ผลิตจากน้ำยางของต้นชิโคซาโปเต (Chicozapote) ที่พบในป่าฝนของประเทศเม็กซิโก
ซากหมากฝรั่งยี่ห้อนี้เมื่อแห้งแล้วจะค่อยๆ แตกสลายเป็นเศษเล็กๆ ภายในเวลา ๖ สัปดาห์


• แปรงฟันถูกวิธีอย่างน้อยวันละ ๒ ครั้งควบคู่กับการใช้ไหมขัดฟัน
น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับการดูแลช่องปากและรักษาลมหายใจให้หอมสดชื่น

• บ้านเรายังไม่มีทั้งหมากฝรั่งย่อยสลายได้และถังขยะรวบรวมซากหมากฝรั่งโดยเฉพาะ
แต่ถ้านักเคี้ยวทั้งหลายพร้อมใจกันบ้วนให้ลงถัง ก็ช่วยให้บ้านเมืองสะอาดสะอ้านน่ามองขึ้นมาก

ที่มา : http://www.theecologist.org/green_green_living/behind_the_label/396637/behind_the_label_chewing_gum.html
http://www.cnn.com/2009/TECH/science/04/03/chewing.gum.bio/index.html
http://www.moreinspiration.com/Innovation.aspx?id=1889
http://www.treehugger.com/files/2007/07/recycling_your_gum.php

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน “โลกสรรพสินค้า”
นิตยสารสารคดี ฉบับที่ 300 เดือนกุมภาพันธ์ 2553

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s