My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ศิลปะ (โลก) ยืนยาว

ใส่ความเห็น

1.

[ที่มาภาพ The Times of India]

“ถังหมักก๊าซชีวภาพเป็นสิ่งที่มีใช้กันมานานแล้ว ผมแค่คิดรูปแบบใหม่ในการใช้งาน”
…คำพูดของแมตทิว แมซซอตตา หนุ่มอเมริกันวัย 33 ปี เป็นความจริงทุกประการ

การเปลี่ยนมูลสัตว์เป็นก๊าซมีเทนโดยอาศัยกระบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์ในสภาวะไร้ออกซิเจน
มิใช่เรื่องใหม่ในแวดวงพลังงานทางเลือก
เพียงแต่มันมักถูกจำกัดความคุ้นเคยไว้แค่กลุ่มคนที่เลี้ยงวัว หมู ไก่ แกะ
หรือทำฟาร์มปศุสัตว์ในเขตชนบทเท่านั้น

แมตทิวเองก็เพิ่งเรียนรู้รายละเอียดเกี่ยวกับการใช้มีเทนจากขี้วัวเป็นเชื้อเพลิงประกอบอาหาร
ตั้งแต่ถังหมักก๊าซชีวภาพจนถึงห้องครัว เมื่อครั้งเดินทางไปประเทศอินเดียในช่วงต้นปี 2009

กระทั่งกลับคืนถิ่นฐาน ไอเดียที่จะดึงแหล่งพลังงานฟรีให้เขยิบเข้าใกล้วิถีชีวิตคนเมือง
จึงโผล่วาบขึ้นมาระหว่างนั่งหย่อนใจในสวนสาธารณะ
แมตทิวไม่เพียงเห็นผู้คนมากมายจูงสุนัขมาเดินเล่น แต่เขาสังเกตถังขยะที่เต็มไปด้วยถุงพลาสติกบรรจุขี้หมา
และขบคิดต่อไปถึงการย่อยสลายตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นภายในถังระหว่างรอการขนย้ายไปยังหลุมฝังกลบ
…มันปล่อยมีเทนออกมาด้วย

นาทีนั้นเขารู้แล้ว มีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวพ่อที่สามารถซ้ำเติมวิกฤตโลกร้อนอย่างหนักหน่วง
แต่หากนำไปเป็นเชื้อเพลิงเผาไหม้ นอกจากจะได้ใช้พลังงานความร้อนและแสงสว่าง
มันจะปล่อยแค่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทำร้ายชั้นบรรยากาศโลกได้น้อยกว่ามีเทน

ทั้งหมดเป็นคำตอบว่า…ทำไม “The Park Spark Project” ผลงานศิลปะชิ้นล่าสุดของแมตทิว
จึงมาตั้งอยู่กลางสวนสาธารณะแปซิฟิก สตรีท ในเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์

2.
แมตทิว แมซซอตตาเป็นศิลปินแนวคอนเซ็ปชวล ซึ่งเน้นการนำเสนอแนวคิดผ่านงานศิลปะ
มากกว่าจะสนใจเรื่องความงามหรือวัสดุที่ใช้ผลิตชิ้นงาน

เพราะสนใจเรื่องราวของความสัมพันธ์เป็นพิเศษ
ทั้งระหว่างผู้คนในชุมชน และระหว่างผู้คนกับสิ่งรอบตัว
งานศิลปะของเขาจึงมีลักษณะเชื้อเชิญให้ผู้ชมเข้ามามีปฏิสัมพันธ์มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผลงาน
พร้อมกับกระตุ้นให้เกิดมุมมองใหม่จากปฏิสัมพันธ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นด้วย

แม้ไม่ได้ประกาศตัวเป็นศิลปินเพื่อสิ่งแวดล้อม
แต่ผลงานส่วนใหญ่ของเขาก็สร้างขึ้นจากข้าวของเหลือใช้ ชิ้นส่วนที่ได้รับบริจาค รวมถึงวัสดุรียูส และรีไซเคิล
…หนึ่งในนั้นคือ “The Busycle” โปรเจ็กต์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับแมตทิวและเพื่อนศิลปินอย่างมากในปี 2006


[ที่มาภาพ busycle.com]

ครั้งนั้นเขานำรถแวนเก่าๆ มาดัดแปลงเป็นพาหนะสุดพิเศษที่ไร้เครื่องยนต์
แต่ขับเคลื่อนด้วยการออกแรงขาในลักษณะคล้ายการปั่นจักรยานของผู้โดยสาร 14 ชีวิต
โดยมีอีกหนึ่งคนขับคอยจับพวงมาลัยควบคุมทิศทาง

เมื่อทุกคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนร่วมปั่นอย่างสามัคคี เจ้าสี่ล้อที่ไร้ประตูไร้หน้าต่างก็จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
มันลุยไปได้ทั้งถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต ถนนดินฝุ่นกระจาย
และสามารถทำความเร็วได้ถึง 25กิโลเมตรต่อชั่วโมง
หลังจากสิ้นสุดหยุดพักที่ปลายทาง
ผู้โดยสารจะต้องล้อมวงบอกเล่าความรู้สึกหรือพูดถึงเรื่องราวของตนเองให้เพื่อนๆ ฟัง

สำหรับโปรเจ็กต์นี้ แมตทิวไม่ได้คาดหวังอะไรไปมากกว่าการสะท้อนให้เห็นว่า
…เมื่อผู้คนมารวมตัวกัน จะเกิดพลังขึ้นได้อย่างไร
และจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร

3.

[ที่มาภาพ matthewmazzotta.com]

“The Park Spark Project” ประกอบขึ้นด้วย 3 ส่วนสำคัญ
ได้แก่ ถังหมักก๊าซชีวภาพ ถังเก็บกากที่ผ่านการย่อยสลาย และตะเกียงก๊าซมีเทนซึ่งติดตั้งอยู่บนเสาสูง

หน้าตาของถังอาจจะดูดีกว่าที่ใช้งานในชนบท ทว่าทำงานด้วยหลักการเดียวกันคือ
ปล่อยให้จุลินทรีย์ค่อยๆ ย่อยสลายขี้ของเจ้าตูบในสภาวะไร้ออกซิเจน
กระทั่งได้ก๊าซมีเทนไปใช้เป็นเชื้อเพลิงเผาไหม้

งานนี้ต้องการความร่วมมือของผู้คนที่พาสุนัขมาเดินเล่นเป็นสำคัญ
เริ่มด้วยเปลี่ยนพฤติกรรมจากการเก็บขี้หมาทิ้งลงถังขยะ
มาเป็นการเก็บขี้หมาใส่ถุงย่อยสลายได้ แล้วหย่อนลงในถังหมักทางซ้ายมือ
หมุนวงล้อเพื่อกวนสิ่งที่อยู่ในถังให้เข้ากันและช่วยให้มีเทนลอยขึ้นสู่ด้านบนโดยสะดวก

มีเทนที่ได้จะไหลผ่านท่อขึ้นไปยังตะเกียงบนเสาสูง
ขณะที่ขี้หมาที่ผ่านการย่อยและมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ
จะไหลล้นไปยังถังใบขวาเก็บกักไว้รอเวลาขนย้ายไปทำเป็นปุ๋ยบำรุงดิน

วันนี้ไฟในตะเกียงบนเสาสูงถูกจุดขึ้นแล้ว
แสงเล็กๆ ของมันช่วยส่องสว่างสวนสาธารณะยามค่ำคืน
พร้อมกับความหวังของแมตทิวที่ต้องการจุดประกายให้คนเมืองขบคิดถึงพลังงานกันมากกว่าเคย

“The Park Spark Project” ไม่ได้สิ้นสุดเพียงเท่านี้
นอกจากดึงเจ้าของสุนัขมาเป็นแนวร่วมผลิตพลังงานแล้ว
เขายังเปิดรับไอเดียสร้างสรรค์เพื่อต่อยอดการใช้ประโยชน์ก๊าซขี้หมาจากเพื่อนๆ ร่วมชุมชนอีกด้วย
จึงเป็นบทจบที่น่าติดตามไม่น้อย

แม้จะเป็นผลงานชิ้นแรกที่สอดแทรกแนวคิดทางสิ่งแวดล้อม
แมตทิวก็ถ่ายทอดมันออกมาได้ดีเยี่ยม พร้อมกับแสดงให้เห็นชัดเจนว่า
…ศิลปะมีส่วนช่วยให้โลกยืนยาวได้เช่นกัน

FYI
อยากรู้จัก The Busycle มากกว่านี้ต้องแวะที่นี่
หรือสนใจรายละเอียด The Park Spark Project เชิญคลิก

หมายเหตุ-บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s