My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

เรา เขา เฟซบุ๊ก ถ่านหิน

6 ความเห็น

ราวสองสัปดาห์ก่อนที่ภาพยนตร์ “The Social Network” จะเข้าฉายในอเมริกาเมื่อต้นเดือนตุลาคม
องค์กรรณรงค์สิ่งแวดล้อมระดับโลกอย่างกรีนพีซเผยแพร่คลิป “The SoCoal Network” สู่โลกอินเตอร์เน็ต
โดยพุ่งเป้าไปที่มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก และการตัดสินใจของเขาที่เลือกถ่านหิน
เป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าสำหรับศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ไซซ์ยักษ์ของเฟซบุ๊กที่จะเปิดใช้งานในช่วงต้นปี ๕๔

“The SoCoal Network” สื่อสารผ่านการ์ตูนลายเส้นประกอบเสียงเล่าของเด็กชาย
เปิดเรื่องด้วยหนุ่มฮาร์วาร์ดที่แสนฉลาดแต่ไร้เพื่อน
จึงใช้ความเนิร์ดและปมเพื่อนไม่คบเป็นแรงผลักในการคิดลงมือสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์
…ที่สามารถเพิ่มจำนวนเพื่อนได้ง่ายเพียงคลิกเมาส์

สุดท้ายกลายเป็น Facebook ที่ได้รับความนิยมล้นหลามจากผู้คนทั่วโลก
มันพาหนุ่มมาร์กพุ่งพรวดสู่ความสำเร็จ ขึ้นแท่นเศรษฐีหน้าใหม่เพียงชั่วข้ามปี
และไม่มีเพื่อนคนไหนแกล้งเขาได้อีกเลย

หลังจากเกริ่นนำแบบรวบรัด คลิปสั้นก็พาผู้ชมไปรู้จักกับศูนย์ข้อมูลและเซิฟเวอร์ของเฟซบุ๊ก
ซึ่งทำหน้าที่คลังเก็บภาพถ่ายหน้าตาของสมาชิกเฟซบุ๊ก
(จริงๆ ก็หมายรวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่สมาชิกเฟซบุ๊กป้อนเข้าไปนั่นแหละ)
โดยเปรียบเป็นกล่องขนาดบิ๊กเบิ้ม

กล่องใบนี้ตั้งอยู่ที่รัฐโอเรกอน มันจะเติบโตขึ้นทุกวันด้วยอาหารพิเศษที่ชื่อ “ไฟฟ้า”
…แต่เจ้าทึ่มมาร์กดันเลือกใช้ไฟฟ้าจากถ่านหินเสี่ยนี่

เสียงเด็กชายคนเดิมเล่าต่อไปถึงกำเนิดถ่านหินในแบบที่ผู้ใหญ่ฟังแล้วอมยิ้ม
แถมยังเจื้อยแจ้วถึงผลกระทบจากการเผาถ่านหินเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าว่า
ทำให้อากาศสกปรก โลกร้อนขึ้น น้ำแข็งละลาย น้ำทะเลท่วมสูง

ก่อนจะปิดท้ายด้วยแคมเปญของกรีนพีซที่เรียกร้องให้เฟซบุ๊ก “Unfriend” กับถ่านหิน
พร้อมกับขอแรงสนับสนุนจากสมาชิกเฟซบุ๊กในการร่วมแสดงพลัง
เรียกร้องให้เฟซบุ๊กใช้ไฟฟ้าสะอาดเพื่อขับเคลื่อนเครือข่ายออนไลน์อีกทางหนึ่ง

ไม่ใช่แค่กรีนพีซที่ปล่อยข่าวและร่อนจดหมายถึงเฟซบุ๊กเพื่อถามไถ่ถึงการตัดสินใจใช้ไฟฟ้าจากถ่านหิน
เว็บข่าวสีเขียวอีกมากมาย เช่น Treehugger.com Change.org ฯลฯ
บล็อกเกอร์อีกหลายรายก็เขียนถึงเรื่องนี้…เรียกได้ว่าเป็นกรณีแรกในประวัติศาสตร์ไอที
ที่การเลือกใช้แหล่งพลังงานป้อนศูนย์ข้อมูลถูกจับตาจากสาธารณะชน

ด้วยคลุกคลีติดตามการดำเนินงานของบริษัทต่างๆ ในแวดวงอุตสาหกรรมไอทีมานานเกิน ๖ ปี
ตั้งแต่การลดสัดส่วนสารเคมีอันตรายที่ปะปนอยู่ในผลิตภัณฑ์ ณ ต้นทางการผลิต
ไปจนถึงปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเดินไปสู่ปลายทางการกำจัด
กรีนพีซรู้ดีว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ในสายไอที ไม่เพียงมีศักยภาพสูงมากในการร่วมบรรเทาปัญหาโลกร้อน
แต่ยังมีอำนาจต่อรองเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงทางนโยบายในระดับประเทศและระดับสากล

Kumi Nadoo ซีอีโอของกรีนพีซสากลมองว่า นี่เป็นความผิดพลาดของมิสเตอร์ซัคเคอร์เบิร์ก
ที่ปล่อยให้บริษัทของตัวเองเติบโตพรวดพราดโดยขาดความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
เพราะการตัดสินใจที่เกี่ยวพันกับสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กมากกว่า ๕๐๐ ล้านคนและพนักงานอีกราว ๑,๖๐๐ ชีวิต
สามารถสร้างความแตกต่างขนาดมหึมาทางด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้กรีนพีซคาดการณ์ว่า ในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า ระบบทั้งหมดของเฟซบุ๊กจะต้องการพลังงานไฟฟ้าถึง ๑,๙๖๓ พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งมากกว่าปริมาณการบริโภคไฟฟ้าในปัจจุบันถึง ๓ เท่า
และมากกว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศฝรั่งเศส เยอรมนี แคนาดา และบราซิลรวมกันเสียอีก!

ทางฝากฝั่งของเฟซบุ๊กพยายามชี้แจงเรื่องนี้โดยให้น้ำหนักกับการลงทุนด้วยเทคโนโลยีใหม่
ซึ่งจะช่วยให้คอมพิวเตอร์ทุกตัวในศูนย์ข้อมูลและระบบควบคุมต่างๆ ใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งยังอธิบายรายละเอียดไว้ใน Green on Facebook
ตั้งแต่ประกาศเจตนารมณ์ว่า ต้องการทำทุกอย่างเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
การออกแบบโปรแกรมสำหรับการใช้งานเฟซบุ๊กที่ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าของเซิฟเวอร์ลงร้อยละ ๕๐
การเลือกใช้โปรแกรมที่ช่วยประหยัดพื้นที่เก็บข้อมูลภาพถ่าย และอื่นๆ อีกมากมาย

ทีมงานเฟซบุ๊กอ้างว่า
ระบบจัดการพลังงานของศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ ๒.๔๒ ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี
และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ๙๖๗ เมตริกตัน
เทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากรถยนต์ขนาดกลางจำนวน ๓๓๒ คัน
พร้อมกับแสดงความเชื่อมั่น…
เมื่อเปิดใช้งาน นี่จะเป็นศูนย์ข้อมูลที่ใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
โดยไม่กล่าวถึงเชื้อเพลิงต้นทางของการผลิตไฟฟ้าแต่อย่างใด

หากการแสดงพลังผ่านกลุ่ม “Tell Facebook to use clean energy for its data center
ซึ่งภายหลังพัฒนาขึ้นเป็นกลุ่ม “We want facebook to use 100% renewable energy
ด้วยจำนวนสมาชิกมากกว่า ๓ แสนคนในปัจจุบัน ไม่อาจกดดันให้เขาเปลี่ยนใจ
สาวกเฟซบุ๊กตัวพ่อตัวแม่ยังสามารถร่วมด้วยช่วยประหยัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตไฟฟ้า
เพื่อป้อนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งาน เพื่อชาร์จโทรศัพท์มือถือ เพื่อหล่อเลี้ยงศูนย์ข้อมูลเฟซบุ๊กได้ง่ายๆ
เพียงแค่ลดความถี่การใช้งานหรืออัพเดทสเตตัสลงสักนิด เพลาๆ การอัพโหลดภาพหรือคลิปวิดีโอลงสักหน่อย

การผลาญพลังงานของศูนย์ข้อมูลดูจะเป็นเรื่องที่ชาวโลกออนไลน์ส่วนใหญ่ (รวมทั้งผู้เขียน) ไม่เคยสนใจ
ทั้งที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลเหล่านี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามปริมาณผู้ใช้อินเตอร์เน็ตที่มากขึ้นทุกวัน
โดยปรากฏสถิติว่า จากปี พ.ศ. ๒๕๔๓ ถึง ๒๕๔๘ ศูนย์ข้อมูลทั่วอเมริกาใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
แล้วถ้านับรวมศูนย์ข้อมูลทั่วโลก ถ้านับรวมถึงปัจจุบัน ถ้านับรวมไปอีก ๑๐ ปีข้างหน้า
…ความต้องการไฟฟ้าจะทะยานไปถึงระดับใด

ลำพังการอัพโหลดภาพอย่างบ้าคลั่งของชาวเฟซบุ๊กทั่วโลก
ซึ่งคิดเป็นจำนวนรวมมากกว่า ๒๒๐ ล้านภาพต่อสัปดาห์ในขณะนี้
ก็กินไฟฟ้าเดือนละ ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว

แม้ไม่ได้แบกรับค่าไฟฟ้าส่วนนั้นโดยตรง สมาชิกเฟซบุ๊กก็น่าจะระลึกไว้บ้างว่า
…มันเป็นรายจ่ายของโลกที่พวกเราต้องร่วมรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

6 thoughts on “เรา เขา เฟซบุ๊ก ถ่านหิน

  1. เล่นfbทุกวัน ไม่เคยนึกถึงจุดนี้เลยนะเนี่ย
    ขอบคุณที่นำเสนอข้อมูลเหล่านี้นะคะ
    ^____^

  2. ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ อีกชิ้นนึงนะครับ

  3. ขอแบ่งความรู้ไปสอนนักเรียนนะครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s