My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ผู้หญิงในคลิป

1 ความเห็น


1.
ผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมเครื่องเล่นไอพอด แล้วโยนคำถามว่า
เคยสงสัยกันบ้างไหม ข้าวของพวกนี้มาจากไหนและจะเดินทางต่อไปที่ใดเมื่อถูกหย่อนลงถังขยะ

มิต้องรอคำตอบจากผู้ชมให้เสียเวลา เธอยอมรับทันทีว่า เธอเองสงสัยเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
จึงออกตามล่าค้นหาความจริงเป็นเวลานานกว่าสิบปี
ก่อนจะนำเรื่องราวที่พบเห็นมาบอกต่อเพื่อให้ผู้ชมได้รับรู้ชีวิตด้านอื่นๆ ของผลิตภัณฑ์
นอกเหนือไปจากช่วงเวลาที่อวดโฉมอยู่ในห้างร้านหรือกำลังแสดงภาพลักษณ์ “สวยงาม-ทันสมัย-รุ่นใหม่ล่าสุด”
ผ่านสื่อโฆษณา…ตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดอาการอยากซื้อมาไว้ในครอบครอง

เริ่มตั้งแต่ต้นทาง “การผลาญ”ทรัพยากรธรรมชาติแบบไม่ยั้งมือ
กระบวน “การผลิต” ที่ไม่เพียงแทรกสารเคมีอันตรายไว้ในผลิตภัณฑ์
แต่ยังปล่อยมลพิษให้เป็นของฝากแก่สิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
“การจำหน่าย” ในราคาถูกเกินจริงเพื่อเร่งระบายสินค้า กระแส “การบริโภค” ที่ขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ซื้อเร็ว-ทิ้งเร็ว
ไปจนถึงปลายทาง “การกำจัด” ข้าวของหมดประโยชน์ซึ่งกลายเป็นจุดกำเนิดของ “โ-ค-ต-ร” สารพิษ

ทั้งหมดคือสารจาก“The Story of Stuff” คลิปวิดีโอสารคดีความยาว 20 นาที
ซึ่งเดินเรื่องด้วยภาพเคลื่อนไหวของการ์ตูนลายเส้นและการเล่าข้อเท็จจริงแทรกตลกร้าย
โดยผู้หญิงที่ชื่อ…แอนนี่ เลนนาร์ด (Annie Leonard)


2.
หากการสัมผัสใกล้ชิดธรรมชาติตั้งแต่วัยเยาว์จะมีส่วนช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใหญ่หัวใจสีเขียวบนโลกใบนี้
แอนนี่ก็คงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความจริงแท้ของข้อความดังกล่าว

เด็กหญิงที่เติบโตจากแถบชนบทของสหรัฐอเมริกาเคยผ่านประสบการณ์แคมป์ปิ้งในป่ามานับครั้งไม่ถ้วน
นอกจากอากาศสดชื่นและสีเขียวๆ สวยสบายตา เธอยังได้เห็นภาพผู้ใหญ่ตัดโค่นต้นไม้ด้วย

แม้เด็กเกินกว่าจะรับรู้เหตุผลของการกระทำดังกล่าวหรือเข้าใจคุณค่าทางนิเวศวิทยา
รวมถึงมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของผืนป่า แต่ ด.ญ. แอนนี่ก็บอกตัวเองว่า อยากจะโตขึ้นเป็นนักอนุรักษ์ป่าไม้

เมื่อเข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย เธอต้องย้ายมาใช้ชีวิตในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก
สิ่งแรกที่กระทบความรู้สึกอย่างจังก็คือ ที่นี่ขยะเยอะมาก
ทุกวันที่เดินไปเรียนเธอจะเห็นถังขยะสูงเท่าระดับสายตาวางเรียงรายตลอดเส้นทาง
ความอยากรู้จูงแขนแอนนี่เข้าไปดูในระยะประชิด และเมื่อเอื้อมแขนเปิดฝาถังขยะ
เธอก็เจอคำตอบที่น่าผิดหวัง ในนั้นเต็มไปด้วยขยะจำพวกกระดาษ
…ผืนป่าสวยงามจากความทรงจำในวัยเด็กมีปลายทางอยู่ในถังขยะอย่างนั้นหรือ

แอนนี่เริ่มเอะใจว่า มันต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติแน่ๆ
ความสงสัยที่ผุดขึ้นทำให้เธอตามรอยถังขยะไปจนถึงโรงกำจัดขยะและหลุมฝังกลบ
…สถานที่ที่เธออยากให้ผู้บริโภคทุกคนแวะไปเยี่ยมชมก่อนสมัครบัตรเครดิต

เพราะชีวิตไม่ได้ออกแบบกันง่ายๆ แอนนี่จึงไม่ได้เป็นนักอนุรักษ์ป่าไม้ตามที่วาดฝัน
ทว่าการก้าวเข้าสู่งานที่ต้องเกี่ยวพันกับสารเคมีอันตราย ภูเขาขยะ เหมืองแร่ โรงงานอุตสาหกรรม
ไม่ว่าจะในฐานะอดีตนักกิจกรรมของกรีนพีซสากล ผู้ร่วมก่อตั้งองค์กรต่อต้านการสร้างเตาเผาขยะ “กาย่า”
(GAIA-Global Alliance for Incinerator Alternatives)
หรือสมาชิกในหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจเรื่องผลกระทบสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
รวมถึงประเด็นความยั่งยืนของการผลิตและการบริโภคก็ทำให้เธอเห็นชีวิตของผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ในมุมที่กว้างกว่าผู้บริโภคทั่วไป

ประสบการณ์ที่สั่งสมมานานกว่า 20 ปี
ทำให้แอนนี่ตระหนักชัดถึงต้นทุนทางสุขภาพ สังคม สิ่งแวดล้อมที่ซ่อนอยู่ในผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น
ทั้งยังมั่นใจว่าเธอสามารถมีส่วนร่วมแก้ปัญหานี้ได้ด้วยการสื่อสารสิ่งที่เกิดขึ้นไปสู่สังคม
เพื่อให้ทุกคนปรับเปลี่ยนไปสู่วิถีการบริโภคที่ฉลาดขึ้นและทำร้ายสิ่งแวดล้อมน้อยลง

จะว่าไป เส้นทางชีวิตที่เธอเลือกก็เชื่อมโยงถึงการดูแลผืนป่าด้วยเช่นกัน
…แม้ต้องเดินอ้อมกว่าที่ตั้งใจไว้สักหน่อยก็ตาม


[ที่มาภาพ elle.com]
3.
ยิ่งเรียนเยอะ รู้เยอะ เชี่ยวชาญมาก
แอนนี่ยิ่งพบว่าตัวเองสื่อสารเรื่องมลพิษและสารเคมีอันตรายกับคนทั่วไปได้ยากขึ้น
เพราะสิ่งที่ถ่ายทอดออกมามันเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิคเฉพาะทาง
ซึ่งซับซ้อนเกินกว่าคนทั่วไปจะหันมารับฟังและทำความเข้าใจ

กระทั่งมีโอกาสเข้าร่วมอบรมการนำเสนอผลงานสำหรับนักกิจกรรมเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
แอนนี่จึงได้รับเสียงสะท้อนตรงๆ จากเพื่อนร่วมคอร์สถึงการพูดเร็วเกินไปและการใช้ภาษาเอเลี่ยนที่ทำให้มึนงง
…ถึงเวลาปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารเสียที

คราวนี้เธอลองหันมาพูดด้วยภาษาธรรมดา ทั้งยังปรุงรสด้วยจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และความสนุกสนาน
แล้วจึงคลอด“The Story of Stuff”ออกสู่สายตาผู้ชมเป็นครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2550
โดยตั้งเป้าว่า ถ้ามีคนเข้ามาดูสัก 50,000 คนก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

พอเอาเข้าจริง แอนนี่แทบตั้งตัวไม่ทันกับผลตอบรับจากผู้ชม
เพียงวันแรกที่อัพโหลดคลิปขึ้นเว็บ ยอดคลิกก็ทะลุเป้า 50,000 ครั้งไปแบบสบายๆ
…กลายเป็นตัวชี้วัดที่ช่วยยืนยันว่าเธอเดินมาถูกทาง

ถึงวันนี้มีคนเข้าไปดู “The Story of Stuff” ผ่าน http://storyofstuff.org รวมมากกว่า 12 ล้านครั้ง!
(ไม่นับรวมกับที่มีคนเอาไปแปะไว้ใน youtubeหรือการจัดฉายในวงเสวนาต่างๆ ทั่วโลก)
ตัวเลขดังกล่าวยังเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ด้วยยอดคลิกเฉลี่ยวันละ 10,000 ครั้ง

หลังจากนั้น แอนนี่ก็ทยอยปล่อยคลิปอื่นๆ ตามมา…

“The Story of Cap & Trade” ซึ่งตีแผ่กลไกบรรเทาวิกฤตโลกร้อนที่ไม่น่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรม
แถมยังเอื้อประโยชน์กับคนไม่กี่กลุ่มในประเทศพัฒนาแล้ว

“The Story of Bottled Water” สะท้อนตัวอย่างการผลิตสินค้า
ที่ผู้ผลิตพยายามโน้มน้าวให้ผู้บริโภคเชื่อว่ามันเป็นสินค้าที่พวกเขาจำเป็นต้องซื้อ

ล่าสุด “The Story of Cosmetics” ที่กระตุกความสนใจเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย
ซึ่งปะปนอยู่ในสินค้าผู้บริโภคทั้งหลายแหล่

และที่จะตามมาในปลายปีนี้คือ “The Story of Electronics”

แอนนี่พยายามชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับปัญหาสิ่งแวดล้อม
โดยใช้การสื่อสารแบบ “ย่อยง่าย”เพื่อลดอุปสรรคในการทำความเข้าใจ ซึ่งเธอก็ทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม
แล้วพวกเราในฐานะผู้บริโภคล่ะ…ได้ลงมือทำอะไรกันบ้างรึยัง
ถ้านึกไม่ออกจะเริ่มต้นตรงไหน ขอแนะนำให้คลิกดู“The Story of Stuff” เป็นอย่างแรก

FYI คลิปทั้งหมดที่แอนนี่นำเสนอสามารถคลิกเข้าไปดูได้ที่ storyofstuff.org

หมายเหตุ-บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

Advertisements

One thought on “ผู้หญิงในคลิป

  1. สวัสดีค่ะ คุณฐิตินันท์

    ปุ้มเป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการ BE Magazine อยากเรียนเชิญ คุณฐิตินันท์ มาเป็น Guest เขียนคอลัมน์ Icon connect ให้กับ BE Magazine รบกวนขออีเมล์เพื่อส่งรายละเอียดไปให้ค่ะ

    ขอบคุณค่ะ
    ปุ้ม รัตติกาล