My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ปลุกนักออกแบบ ตื่นถึงผู้บริโภค

ใส่ความเห็น


[ที่มาภาพ images.smh.com.au]
1.
มองเผินๆ ผมสั้นโฉบเฉี่ยวและบุคลิกทันสมัยนั้นดูเข้ากันได้ดี
กับอาชีพในแวดวงนักออกแบบของสาวออสซี่อย่าง เลย์ลา อคาโรกลู (Leyla Acaroglu)
แต่เมื่อได้ทำความรู้จักกับตัวตนของเธอมากขึ้นผ่านมุมมอง วิธีคิด และการทำงาน
ก็ต้องยอมรับว่าผู้หญิงคนนี้พิเศษกว่าดีไซเนอร์ทั่วไป

เลย์ลาจบการศึกษาด้านการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์
จากศูนย์ออกแบบเอ็นมอร์ (Enmore Design Centre) ในซิดนี่ย์
แถมพ่วงด้วยดีกรีเกียรตินิยมในสาขาสังคมศาสตร์และสิ่งแวดล้อม
จากมหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอที (RMIT University) ในเมลเบิร์น
จากนั้นจึงเริ่มต้นงานที่ปรึกษางานวิจัยทางด้านผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน
ในสังกัดศูนย์ออกแบบของมหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอทีเกือบ 3 ปี
ทั้งยังมีโอกาสพาตัวเองมาถึงยุโรปและร่วมงานกับผู้เชี่ยวชาญการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมชั้นนำของโลก
แม้เป็นระยะเวลาเพียง 2-3 เดือน แต่เลย์ลาก็ได้รับประสบการณ์สุดคุ้มค่าติดกระเป๋ากลับมายังบ้านเกิด
และใช้มันเป็นต้นทุนส่วนหนึ่งสำหรับการเปิดบริษัทที่ปรึกษาด้านการออกแบบที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
ภายใต้ชื่อ “Eco Innovators” ในช่วงกลางปี 2009

ด้วยเล็งเห็นว่า แต่ละวันมีสินค้าและผลิตภัณฑ์จำนวนนับไม่ถ้วนที่หลั่งไหลออกมาจากสายพานการผลิต
ในความนับไม่ถ้วนเหล่านั้นมีเพียงน้อยนิดที่ถูกออกแบบขึ้นด้วยหัวใจที่ห่วงใยโลก
เธอจึงวางหลักหมุดด้านการงานเอาไว้ว่า…
จะผลักดันแวดวงการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้ก้าวไปสู่ความยั่งยืน

ทุกการตัดสินใจของดีไซเนอร์และนักพัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการออกแบบสินค้า
ส่งผลสืบเนื่องถึงสิ่งแวดล้อมและสังคมได้อย่างไม่ยากเย็น
ศักยภาพในการปรับเปลี่ยนให้ผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นเป็นมิตรกับโลกมากขึ้นอยู่ในมือของคนกลุ่มนี้
แต่พวกเขาจะดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ขึ้นมาใช้ไม่ได้เลย
ตราบที่ยังไม่เข้าใจว่าผลกระทบเกิดขึ้นที่ไหนและในขั้นตอนใดบ้าง

ทั้งหมดไม่ใช่แค่ความคิดวาดฝันและคำพูดที่สวยหรู
เลย์ลากำลังลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างเอาจริงเอาจัง


[ที่มาภาพ media/idlcom/2010/march/people/eco_hero]
2.
ทำไมดีไซเนอร์ถึงหันมาสนใจประเด็นสิ่งแวดล้อม…
เลย์ลาซึ่งได้ยินคำถามนี้มาหลายต่อหลายครั้ง
เล่าถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่พาเธอเข้ามาสู่งานออกแบบสีเขียว

มันเกิดขึ้นในชั้นเรียนออกแบบผลิตภัณฑ์ ฉันจำได้แม่น
วันนั้นอาจารย์พูดถึงทฤษฎีกาย่าและอธิบายว่าทุกสิ่งในธรรมชาติเชื่อมโยงสัมพันธ์ถึงกัน
ความรู้สึกสนใจบังเกิดขึ้นทันทีและในเสี้ยวนาทีนั้นก็ฉุกคิดได้ว่า
ถ้าฉันเป็นดีไซเนอร์เต็มตัวและออกแบบสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ขึ้นมาสักชิ้น
มันก็จะต้องถูกผลิตซ้ำ อาจจะซักล้านครั้ง
นั่นหมายความว่าฉันก็เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างปัญหาก้อนใหญ่ของโลกด้วย

ความรู้เสี้ยวน้อยนี้ยังไม่จุใจเพียงพอ เลย์ลาคิดว่า
ก่อนก้าวออกไปสู่โลกการทำงานในฐานะนักออกแบบและเริ่มครีเอทผลิตภัณฑ์ใดใด
เธอควรจะมีพื้นฐานแนวคิดทางสิ่งแวดล้อมอยู่ในหัวมากกว่านี้
จึงตัดสินใจเรียนต่อด้านสังคมศาสตร์และสิ่งแวดล้อม

แม้จะกินเวลานาน 5 ปีเต็ม แต่ตำราและหนังสือหลายต่อหลายเล่มที่อ่านระหว่างเรียนปริญญาใบที่สอง
อาทิ “The Waste Makers” ของแวนซ์ แพคการ์ด (Vance Packard) ที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 1960
และคาดการณ์ว่าหลุมฝังกลบจะกลายเป็นขุมทรัพย์ของทรัพยากรที่ยังมีคุณค่า
“The Green Imperative” และ “Design for the Real World
ของวิคเตอร์ พาพาเนก (Victor Papanek)
รวมถึง “Small is Beautiful” ของ อี.เอฟ. ชูแมชเชอร์ (E.F. Schumacher)
ก็จุดประกายไอเดียมากมายซึ่งล้วนเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในปัจจุบัน

วันนี้เลย์ลาเห็นชัดแล้วว่า การสร้างสรรค์งานออกแบบสินค้าและผลิตภัณฑ์
ที่ถูกสอนกันมาแต่ดั้งเดิมให้ยึดหลักสำคัญ 3 ประการ คือ
สุนทรียภาพทางสายตา ลักษณะการใช้ประโยชน์ และโอกาสแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด
จะสามารถตอบสนองวิถีแห่งความยั่งยืนของโลกได้อย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อเพิ่มเติม
“ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” เข้าไปเป็นหลักการข้อ 4 ด้วยระดับความสำคัญที่เท่าเทียมกัน

แน่นอนว่า ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมหรือจริยธรรมของนักออกแบบมิได้ผุดโผล่ขึ้นมาเอง
แต่สร้างได้จากการเรียนรู้และทำความเข้าใจกับวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น

ข้าวของทุกชิ้นที่เราซื้อมีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมซ่อนอยู่เสมอ เหมือนอดีตของคุณและฉัน
ซึ่งสามารถเล่าให้คนอื่นฟังได้ว่าพ่อกับแม่ของเราเจอกันได้อย่างไร เรามีชีวิตในวัยเด็กอย่างไร
คือถ้าสินค้าพูดได้ มันก็จะเล่าความเป็นมาของตัวเองได้เหมือนกัน
เช่น ฉันถูกสร้างขึ้นด้วยวัตถุดิบที่มาจากประเทศต้นทาง 20 ประเทศ
เดินทางไกลข้ามโลกกว่าจะประกอบร่างขึ้นเป็นสินค้าที่รอผู้บริโภคมาซื้อไปครอบครอง

เธอเปรียบเทียบอย่างเห็นภาพ

การประเมินวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ช่วยเพิ่มมุมมองให้นักออกแบบเห็นผลกระทบของสินค้าแต่ละชิ้น
อย่างชัดเจนและครอบคลุม นับตั้งแต่การได้มาซึ่งวัตถุดิบต้นทาง กระบวนการผลิต
การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการกำจัด
ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสร้างสรรค์สินค้าในยุคที่โลกกำลังปั่นป่วนด้วยนานาปัญหาสิ่งแวดล้อม
เพราะสามารถลดทอนการออกแบบที่ทำร้ายโลกโดยไม่เจตนาได้อีกมาก

3.
วันนี้งานหลักของเลย์ลาในฐานะผู้อำนวยการ Eco Innovators
คือการเพิ่มทักษะของดีไซเนอร์และภาคธุรกิจในออสเตรเลียให้ก้าวไปสู่ความยั่งยืน
และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
ผ่านหลักสูตรอบรมระยะสั้นเกี่ยวกับการประเมินวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment)

ด้วยเชื่อว่า การไตร่ตรองถึงวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบจะเป็นแนวทางปฏิบัติ
ที่ช่วยให้เข้าใจผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้ดีเยี่ยม เมื่อผู้ที่อยู่ในภาคการผลิตคำนึงถึงความรับผิดชอบในส่วนนี้
ก็จะสร้างสรรค์ผลงานบนพื้นฐานของความยั่งยืน ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อการเพิ่มทางเลือกในการบริโภค
และส่งผลโดยอ้อมถึงการลดรอยตีนฝากโลกของผู้บริโภคให้น้อยลงตามไปด้วย

ขณะเดียวกันเธอก็ง่วนกับการพัฒนาโครงการ “The Secret Life of Things” (SLOT)
ซึ่งใช้เว็บไซต์และสื่อออนไลน์ในการกระจายข้อมูลความรู้เกี่ยวกับชีวิตที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์ต่างๆ
โดยเฉพาะผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่ผู้บริโภคมักมองข้าม

อีโคคลิปชิ้นแรกที่คลอดสู่สายตาชาวโลกเมื่อกลางปีที่แล้วคือ “Life Pscycle-ology
การ์ตูนแอนิเมชั่นที่เล่าถึงโทรศัพท์มือถือผู้ซึมเศร้า
เพราะเจ้าของเปลี่ยนไปใช้เครื่องใหม่ที่ทันสมัยกว่าและปล่อยให้มันนอนนิ่งไร้ค่าอยู่ในลิ้นชักนานเป็นปี
จนต้องมาพบจิตแพทย์เพื่อบำบัดเยียวยา


[ที่มาภาพ mecho.com.au]

มันพูดถึงประเด็นปัญหาซับซ้อนและซีเรียส แต่นำเสนอในรูปแบบที่สนุกสนานและเข้าใจง่าย
เพราะฉันต้องการส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้คนลุกขึ้นมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา
มากกว่าจะอยู่เฉยๆ และเป็นส่วนหนึ่งของต้นตอปัญหาต่อไป
เลย์ลากล่าวทิ้งท้าย

หมายเหตุ-บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s