My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ผ้าอ้อมสำเร็จรูป


[ที่มาภาพ jennifermccolm.com]

• ผ้าอ้อมสำเร็จรูปรุ่นแรกถูกคิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. ๑๙๔๖
เมื่อมาเรียน โดโนแวน แม่บ้านชาวอเมริกัน ลองตัดเย็บม่านพลาสติกคลุมทับผ้าอ้อมแบบดั้งเดิม
ในปีถัดมา จอร์จ เอ็ม. ชโรเดอร์ ก็ประดิษฐ์ผ้าอ้อมสำเร็จรูปจากผ้าไม่ทอ
(เส้นใยกระดาษผสมวัสดุสังเคราะห์ที่สานไปมาและยึดติดกันเป็นผืน
โดยการอัดด้วยความร้อนหรือใช้กระบวนการเคมี)
และกลายเป็นต้นแบบของผ้าอ้อมสำเร็จรูปยุคบุกเบิก
หลังจากนั้นก็พัฒนาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งประสบความสำเร็จในการผลิต
และได้รับความนิยมทั่วสหรัฐฯ ตั้งแต่ ค.ศ. ๑๙๖๐ เป็นต้นมา

• ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแต่ละชิ้นประกอบขึ้นจากวัสดุที่แตกต่างกัน ๓ ชั้น
ชั้นนอกสุดคือฟิล์มพอลิเอทิลีน ซึ่งเป็นแผ่นพลาสติกบางๆ
คอยป้องกันอึและฉี่ของเจ้าตัวน้อยไหลซึมสู่ภายนอก
ชั้นกลางบรรจุสารโซเดียมพอลิอะครีเลต หรือพอลิเมอร์ดูดซับความชื้น
ลักษณะเป็นเม็ดกลมขนาดเล็กซึ่งจะเปลี่ยนสภาพเป็นเจลเมื่อเจอความเปียกชื้น
และชั้นในสุดซึ่งสัมผัสกับผิวทารกตลอดเวลาคือผ้าไม่ทอ
ซึ่งมีความพิเศษตรงที่ยอมให้ของเหลวซึมผ่านไปสู่วัสดุดูดซับความชื้นแต่ไม่ไหลย้อนขึ้นมา
จึงช่วยให้ทารกรู้สึกแห้งสบาย

• วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตผ้าอ้อมสำเร็จรูปคือ น้ำมันดิบ เยื่อไม้ และพลาสติก

• การผลิตผ้าอ้อมสำเร็จรูป ๑ ชิ้นใช้น้ำมันดิบ ๒/๓ ถ้วยตวง

• ไม่เพียงต้องโค่นต้นไม้ขนาดโตเต็มที่จำนวน ๑๐ ต้น เพื่อให้ได้เยื่อกระดาษเพียงพอกับ
การผลิตผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับการใช้งานของทารกตั้งแต่แรกเกิดจนถึง ๒ ขวบเพียงคนเดียว
ขั้นตอนการฟอกขาวเยื่อกระดาษยังซ้ำเติมสิ่งแวดล้อมด้วยการปล่อยมลพิษชื่อ “ไดออกซิน”

• กว่าเจ้าตัวน้อยจะควบคุมการขับถ่ายได้เอง ต้องผ่านการเปลี่ยนผ้าอ้อมราว ๕,๐๐๐ – ๖,๐๐๐ ครั้ง
หากทั้งหมดเป็นการนุ่งผ้าอ้อมสำเร็จรูป นอกจากมันจะแปลงร่างภูเขาขยะที่สูงท่วมหัว
ยังคิดเป็นเงินจำนวนไม่น้อยที่ต้องควักกระเป๋าจ่าย

• ผ้าอ้อมสำเร็จรูปต้องใช้เวลานาน ๒๐๐-๕๐๐ ปี จึงจะเสื่อมสภาพและแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
นั่นหมายความว่า ขยะผ้าอ้อมสำเร็จรูปทุกชิ้นนับตั้งแต่ชิ้นแรกที่ผลิตออกมา
หากไม่ถูกโยนเข้าเตาเผาขยะ มันก็ยังตกค้างอยู่บนโลกใบนี้

• ผ้าอ้อมสำเร็จรูปบางรุ่นแสดงความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
โดยประทับตรา “Bidegradable” หรือ “ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ”
ทว่าในความเป็นจริง มีเพียงองค์ประกอบส่วนน้อยเท่านั้นที่ย่อยสลายได้เร็ว
ที่เหลืออีกส่วนใหญ่ล้วนเป็นวัสดุย่อยสลายยากเช่นเดียวกับที่ใช้ในผ้าอ้อมสำเร็จรูปทั่วๆ ไป

• สิ่งขับถ่ายที่หมักหมมอยู่ในขยะผ้าอ้อมสำเร็จรูปมักย่อยสลายโดยจุลินทรีย์
ในสภาวะไม่มีออกซิเจนหรือมีออกซิเจนน้อย และปล่อยผลลัพธ์เป็นมีเทน
ซึ่งสร้างปัญหาโลกร้อนรุนแรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์

• ผ้าอ้อมสำเร็จรูปใช้แล้วเป็นขยะที่มีเชื้อโรคปะปนอยู่ หากไม่จัดการให้ดี
เช่น กองทิ้งกลางแจ้ง ฝังในหลุมฝังกลบที่มีการรั่วซึม น้ำชะขยะจะกระจายเชื้อโรคสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ
ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นจากการใช้ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิมซึ่งต้องฉีดล้างสิ่งขับถ่ายลงโถส้วม
ก่อนนำผ้าอ้อมไปซักทำความสะอาด


• ลดการใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปหรือใช้เฉพาะช่วงเวลาที่ต้องการความสะดวกคล่องตัว
เช่น ระหว่างการเดินทาง ออกไปนอกบ้าน

• แม้ผ้าอ้อมแบบดั้งเดิมไม่ได้เป็นมิตรกับโลกแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
แต่ก็ยังนับว่าสร้างปัญหาน้อยกว่าผ้าอ้อมสำเร็จรูปมากมาย
ทั้งยังสามารถลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้โดยเลือกใช้ผ้าอ้อมฝ้ายอินทรีย์
และซักทำความสะอาดโดยไม่ต้องตั้งโปรแกรมน้ำร้อนจัดหรือปั่นแห้ง

• ทางเลือกใหม่ของครอบครัวลูกอ่อนคือกางเกงผ้าอ้อม
ซึ่งนำข้อดีของผ้าอ้อมดั้งเดิมและผ้าอ้อมสำเร็จรูปมารวมไว้ด้วยกัน
ทั้งสวมง่ายไม่ต้องใช้เข็มกลัด รองรับสิ่งขับถ่ายได้ดี และซักทำความสะอาดได้

ที่มา wikipedia.org และ thenewparentsguide.com

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน “โลกสรรพสินค้า”
นิตยสารสารคดี ฉบับที่ 305 เดือนกรกฎาคม 2553

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด