My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ยางรถยนต์

ใส่ความเห็น


[ที่มาภาพ cheapcartyres.net]

• ยางรถยนต์ยุคแรกผลิตจากยางธรรมชาติล้วนๆ แต่ที่ใช้งานกันในปัจจุบันมีส่วนประกอบหลากหลายกว่านั้น
นอกจากยางธรรมชาติแล้วยังต้องผสมยางสังเคราะห์จากปิโตรเลียม
เพื่อป้องกันยางอ่อนตัวเมื่อเจอกับสภาพอากาศร้อน
คาร์บอนแบล็กหรือผงเขม่าซึ่งจะช่วยให้โมเลกุลของยางจับตัวกันแน่นและทนทานต่อการสึกหรือรอยขีดข่วน
ผ้าใบหรือเส้นลวดที่ใช้เสริมใยเหล็กเพิ่มความแข็งแรงระหว่างการใช้งาน
ออกไซด์ของสังกะสีที่ช่วยชะลอการย่อยสลายด้วยรังสีอัลตราไวโอเลต
กำมะถันเพื่อให้ยางมีความยืดหยุ่นแต่คงรูปอยู่ได้ รวมถึงสารเคมีอีกสารพัด

• เพราะถูกออกแบบมาให้ทั้งแข็งแรง คงทน และทนทาน
ยางรถยนต์หมดประโยชน์จึงกลายเป็นขยะที่ย่อยสลายยาก
หากฝังกลบจะสิ้นเปลืองพื้นที่และต้องออกแบบหลมุฝังกลบ
ให้มีระบบป้องกันการรั่วซึมของน้ำชะขยะเป็นอย่างดี
แต่หากใช้วิธีการเผากลับยิ่งปล่อยมลพิษจำนวนมากสู่ชั้นบรรยากาศ

• แคดเมียม ทองแดง ตะกั่ว สังกะสี ปรอท และโลหะหนักอื่นๆ
รวมแล้วเกือบ ๒๐ ชนิดที่พบในยางรถยนต์ ไม่สามารถเผาทำลายได้
หนำซ้ำยังเป็นตัวการเร่งให้เกิดซูเปอร์สารพิษที่ชื่อ “ไดออกซิน”

• ไฮโดรคาร์บอน เช่น เบนซิน โทลูอีน ฯลฯ ในยางรถยนต์
ทำให้มันกลายเป็นเชื้อเพลิงแข็งที่มีค่าพลังงานความร้อนสูงเทียบเท่าถ่านหินคุณภาพเยี่ยม
และถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะในโรงงานปูนซิเมนต์

• ผลพลอยได้จากการเผายางรถยนต์ ได้แก่ สารมลพิษในกลุ่มโพลิอะโรมาติกส์ไฮโดรคาร์บอนส์ (PAHs)
สารเบนซีนและฟีนอล ซึ่งต้องสงสัยว่าก่อให้เกิดมะเร็ง รวมทั้งก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ และฝุ่นละอองที่มีสารพิษเกาะติดอยู่

• การเผาไหม้ยางรถยนต์โดยสมบูรณ์ในเตาเผาระบบปิดมักไม่มีเถ้าตกค้างให้ต้องกำจัด
แต่ต้องควบคุมบำบัดควันจากการเผาให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพอากาศก่อนปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม
ขณะที่การเผายางรถยนต์ในที่เปิดโล่งจะทิ้งเถ้าสีดำที่มีโลหะหนักปนเปื้อนให้ตกค้างในสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับปล่อยกลุ่มควันดำหนาแน่น โดยผู้ที่สูดหายใจหรือสัมผัสควันอาจรู้สึกแสบตา
ระคายเคืองผิว หายใจลำบากในทันที หรืออาจสะสมให้เกิดมะเร็งในระยะยาว

• ยางรถยนต์เก่าถูกใช้เป็นแนวกันคลื่นหรือทำปะการังเทียมมานานกว่า ๒๐ ปี
ทว่าไม่ปรากฏข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับผลลบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล
มีเพียงรายงานวิจัยเบื้องต้นว่า พบสังกะสีปะปนอยู่ในน้ำทะเลบริเวณนั้น
แต่ยังไม่กระทบต่อการเติบโตของแพลงก์ตอน
และเนื้อเยื่อของหอยแมลงภู่มีระดับโลหะหนักสะสมเพิ่มขึ้น
หลังจากถูกย้ายไปปล่อยให้เติบโตใกล้ปะการังเทียมจากยางรถยนต์…นี่จึงเป็นประเด็นที่ต้องวิจัยเชิงลึกต่อไป


หลีกเลี่ยงการขับรถบนเส้นทางขรุขระ ไม่ออกรถหรือหักเลี้ยวอย่างรุนแรง
ไม่บรรทุกน้ำหนักเกินกำลังของรถ ตรวจเช็คระดับลมยางทุกสัปดาห์
สลับยางทุก ๙,๐๐๐ – ๑๓,๐๐๐ กิโลเมตร ปรับตั้งศูนย์และถ่วงล้อทุกครั้งที่เปลี่ยนยางชุดใหม่
…ทั้งหมดนี้เป็นวิธีการดูแลยางรถยนต์ ซึ่งไม่เพียงเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่
แต่ยังช่วยให้ใช้งานยางรถยนต์ได้นานขึ้น นั่นหมายถึงการยืดอายุให้มันกลายเป็นขยะช้าลงด้วยเช่นกัน

ที่มา wasteonline.org.uk mfe.govt.nz informaworld.com ncbi.nlm.nih.gov

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน “โลกสรรพสินค้า”
นิตยสารสารคดี ฉบับที่ 306 เดือนสิงหาคม 2553

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s