My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

แอนตี้แบคทีเรียเกินเหตุ?

2 ความเห็น

บรรยากาศชาเขียวฟีเวอร์ในบ้านเราจางหายไปนานแล้ว
ถึงตอนนี้หากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าสินค้าอุปโภคทั้งหลาย โดยเฉพาะสารพัดผลิตภัณฑ์เพื่อความสะอาด
ต่างหันมาโฆษณาเน้นสรรพคุณ “แอนตี้แบคทีเรีย” กันอย่างครึกโครม
ไม่ว่าจะเป็นทิชชูเปียก ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม ยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก
ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย ครีมโกนหนวด และที่ขาดไม่ได้…สบู่

สินค้าเหล่านี้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ด้วยการเติมสารเคมียับยั้งจุลินทรีย์
ซึ่งสารสังเคราะห์ที่พบว่านิยมใช้เป็นส่วนผสมกันอย่างแพร่หลายมี 2 ชนิด
คือ ไตรโคลคาร์บาล (Triclocarban) และไตรโคลซาน (Triclosan)

ทั้งคู่ทำหน้าที่ปราบแบคทีเรียได้ค่อนข้างราบคาบ
แต่กลับปรากฏผลการศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการว่า
มันเป็นสารเคมีที่รบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อหรือระบบฮอร์โมนในร่างกาย
และกระตุ้นการดื้อยาของแบคทีเรียร้ายแรงบางชนิดที่กำจัดได้ยาก

ซ้ำร้ายกว่านั้น การใช้งานผลิตภัณฑ์แอนตี้แบคทีเรียอย่างพร่ำเพรื่อของพวกเรา
ยังทำให้สารประกอบไตรโคลคาร์บาลและไตรโคลซานที่ปะปนอยู่ในน้ำทิ้งจากบ้านเรือน
เล็ดลอดผ่านระบบบำบัด และแพร่กระจายสู่แหล่งน้ำธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ
กระทั่งส่งผลกระทบต่อปลาและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในแหล่งน้ำ แถมยังตกค้างยาวนานในสิ่งแวดล้อม

สมาคมการแพทย์อเมริกันเคยให้ความเห็นเกี่ยวกับการใช้สบู่ล้างมือแอนตี้แบคทีเรียตั้งแต่เมื่อหลายปีที่แล้วว่า
เป็นเรื่องที่ออกจะเกินความจำเป็น เพราะประสิทธิภาพของมันไม่ได้เหนือกว่าสบู่ธรรมดาอย่างมีนัยสำคัญ
แม้จะปราบเชื้อโรคบนผิวหนังได้มากกว่าในช่วงแรก
แต่เมื่อผ่านไป 90 นาทีแบคทีเรียและไวรัสก็เพิ่มขึ้นใหม่จนอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันอยู่ดี

เอาเข้าจริง การล้างมือด้วยสบู่ธรรมดาก็เพียงพอแล้ว
ที่จะกำจัดบรรดาสิ่งสกปรกซึ่งสัมผัสพบเจอในชีวิตประจำวัน
มันไม่ได้ฆ่าแบคทีเรีย แต่ทำงานด้วยวิธีการที่นุ่มนวลกว่า
คือเพิ่มความลื่นบนผิวสัมผัสเพื่อให้สิ่งมีชีวิตเล็กๆ หลุดไหลออกไปโดยง่าย
ขอเพียงฟอกถูฟองสบู่ให้ถ้วนทั่ว ทั้งหน้ามือ หลังมือ สันมือ
ง่ามนิ้ว ปลายนิ้ว ซอกเล็บ และรอบข้อมือ
เป็นเวลาประมาณ 15 วินาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

สำหรับผลิตภัณฑ์แอนตี้แบคทีเรียอื่นๆ
ก่อนซื้อใช้ก็ลองพิจารณาหน่อยแล้วกันว่า
เราต้องการดีกรีความสะอาดปราศจากเชื้อโรคขนาดนั้นจริงๆ หรือไม่

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน “NEIGHBOURS MATTERS”
นิตยสาร IMAGE ปีที่ 24 ฉบับที่ 8 สิงหาคม 2554

Advertisements

2 thoughts on “แอนตี้แบคทีเรียเกินเหตุ?

  1. มีข้อมูลดีๆ มาแบ่งให้อ่านกันอีกแล้ว ขอบคุณนะครับ :)