My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

10 เหตุผลที่ชาวกรุงเทพฯ ควรทิ้งบ้านก่อนตีนเปียก

23 ความเห็น

เราไม่ได้เป็นนักวิชาการ ไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติ
แค่ติดตามสถานการณ์มาเรื่อยๆ กระทั่งสังหรณ์ใจว่า
น้ำท่วมครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งร้ายแรงที่สุดในชีวิตนับตั้งแต่ทุกคนเกิดมาบนแผ่นดินไทย
และน่าจะเป็นสุดยอดวิกฤตที่จะยืดเยื้อยาวนาน
…นานแค่ไหนไม่มีใครตอบได้ แต่โดยส่วนตัวค่อนข้างเชื่อว่า ในกรุงเทพฯ อาจกินเวลาสองถึงสี่สัปดาห์
เพราะความหนาแน่นของสิ่งปลูกสร้างต่างๆ การตั้งบ้านเรือนขวางทางน้ำ
ล้วนเป็นปัจจัยหนุนเสริมให้น้ำไหลลงทะเลได้ช้าลง

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ค่อนข้างชัดเจน กรุงเทพฯ โดนมวลน้ำมหึมาถล่มแน่นอน
เราต้องยอมปล่อยให้น้ำผ่านกรุงเทพฯ ลงสู่อ่าวไทย
ไม่มีใครปกป้องกรุงเทพฯ ให้แห้งสนิทได้จริงๆ หรอก

ถึงนาทีนี้ เราจึงอยากแจ้งเตือนชาวกรุงเทพฯ ทั้งหลายว่า…
อย่าประเมินศักยภาพตัวเองสูงเกิน อย่าประเมินความสามารถของน้ำต่ำไป
ออกมาได้ก่อนน้ำท่วมก็ควรออก ออกมาได้ก่อนตีนเปียกก็ควรออก

โดยเฉพาะผู้ที่พักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมสูง
และไม่มีภารกิจหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
ด้วยเหตุผลต่างๆ เหล่านี้

1. โดยธรรมชาติของคนเมืองที่เสพติดความสะดวกสบายกันจนชิน
ต้องยอมรับว่าพวกเราอ่อนแอและขาดภูมิคุ้มกันเรื่องความยากลำบากอยู่พอสมควร
จึงควรประเมินตัวเองว่า…
เราจะสามารถอยู่ในบ้านที่ไม่มีน้ำสะอาดและไม่มีไฟฟ้าได้นานเกิน 2 สัปดาห์หรือไม่
เพราะหากน้ำท่วมหนักมาก น้ำประปาสะอาดจะขาดแคลน ไฟฟ้าจะโดนตัด
วัยรุ่นวัยทำงานอาจจะแข็งแรงพออึดได้ ทนได้ สู้ไหว
แต่สำหรับเด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ คนป่วย คนชราจะเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสไม่น้อย…โปรดอย่าเสี่ยง

2. การอพยพเมื่อน้ำท่วมแล้วมีความเสี่ยงต่อการโดนไฟฟ้าดูดไฟฟ้าช็อต
บ้านเรายกคัทเอาท์ แต่เราไม่รู้ว่าบ้านอื่นยกคัทเอาท์หรือไม่
ไฟฟ้าที่รั่วลงน้ำก็มองไม่เห็นอีกต่างหาก
จึงเป็นความเสี่ยงร้ายแรงถึงชีวิตที่ไม่สามารถป้องกันได้เลย
และก็ปรากฏข่าวว่ามีผู้อพยพโดนไฟฟ้าช็อตตกเรือจมน้ำไปแล้วด้วย

3. น้ำที่ท่วมครั้งนี้ไม่ใช่น้ำฝนสะอาดๆ
แต่เป็นน้ำที่ไหลผ่านฟาร์มที่มีซากหมูซากไก่จมน้ำตาย
และไหลผ่านนิคมอุตสาหกรรมมาแล้วหลายแห่ง
สารพันน้ำทิ้งน้ำเสียน้ำเน่าไหลรวมกันมาหมด
หลายคนพูดตรงกันน้ำที่เอ่อขึ้นมาโชยกลิ่นเหม็นมาก
ความสกปรกของน้ำไม่น่าจะปลอดภัยต่อการเดินลุย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีบาดแผลบนร่างกาย

4. สารพัดสัตว์ทั้งมีพิษไม่มีพิษไหลมาพร้อมน้ำท่วม
งู ตะขาบ ปลิง ยังทำอันตรายผู้ประสบภัยได้เสมอ
อย่าลืมว่า น้ำที่ท่วมไม่กิ๊งใสเหมือนในสระว่ายน้ำนะจ๊ะ

5. ออกมาตั้งแต่น้ำยังไม่ท่วม เราสามารถหอบข้าวของเครื่องใช้จำเป็นออกมาได้มากกว่า
เราจะมีขวัญและกำลังใจดีกว่า ทุลักทุเลน้อยกว่า และสามารถฟื้นฟูเยียวยาตัวเองได้รวดเร็วกว่า
เมื่อต้องตกอยู่ในสถานภาพผู้ประสบภัยรอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
คนที่ต้องนั่งเรืออพยพพกข้าวของมาได้แค่ 1-2 กระเป๋าเท่านั้น

6. เมื่อย้ายมาอยู่นอกเขตพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ความเครียดและวิตกกังวลจะลดลง
แทนที่จะต้องนอนไม่หลับกระส่ายกระสับ เพราะลุ้นว่าน้ำจะมาประชิดตัวเวลาใด
เราจะนอนอิ่มขึ้น นอนหลับสนิทขึ้น ทำให้สมองปลอดโปร่ง สุขภาพจิตไม่เสีย
มีแรงกายแรงใจและแรงสมองในการทำงานหรือช่วยคิดแก้ปัญหาอื่นๆ ของตัวเองและของสังคมได้อีก

7. คนกรุงเทพฯ ผลิตอาหารเองไม่ได้
เมื่อเส้นทางการขนส่งอาหารถูกตัดขาดเพราะน้ำท่วมจะเป็นอย่างไร
โอเค อาจจะขนส่งด้วยเฮลิคอปเตอร์ได้
แต่จะปริมาณเพียงพอสำหรับผู้ประสบภัยจำนวนนับไม่ถ้วนหรือไม่…น่าคิด
อีกทั้งน้ำที่ท่วมก่อนถึงกรุงเทพฯ ก็ทำให้หมูและไก่จมน้ำตายไปเยอะมากแล้ว

8. เมื่อประเมินสถานการณ์เลวร้ายขั้นสูงสุด ยอมอพยพออกมา
แล้วสุดท้ายมันไม่เกิดขึ้นจริงอย่างที่ประเมิน
เราสามารถกลับเข้าไปบ้านตัวเองได้เสมอ
ตรงกันข้าม…เมื่อประเมินสถานการณ์ในแง่ดีเกินไป เลือกที่จะไม่อพยพ
แล้วสุดท้ายมันรุนแรงเลวร้ายกว่าที่คาดคิด
เราจะบอบช้ำเยอะ เรากลับไปบ้านก็ไม่ได้ เราหาที่พักใหม่ก็ไม่ทัน
และอาจจะต้องเป็นผู้อพยพซ้ำซาก…หากศูนย์พักพิงที่เราเข้าไปลี้ภัยโดนน้ำท่วมอีกรอบ

9. เขตเมืองหลวงประชากรหนาแน่นมากถึงมากที่สุด ถ้าไม่ค่อยๆ ทยอยกันออกมา
แต่รออพยพพร้อมกันในนาทีสุดท้ายจะกลายเป็นความโกลาหลยิ่งเดิม
ความวุ่นวายนี้เองจะซ้ำเติมปัญหาให้หนักหนาสาหัสเข้าไปอีก
และพลอยทำให้เจ้าหน้าที่จัดการแก้ไขสถานการณ์ได้ยากเย็นกว่าเดิม

10. ประเด็นสำคัญที่สุด ถ้าเราอยู่รอดปลอดภัยนอกพื้นที่น้ำท่วม
นอกจากจะช่วยลดจำนวนผู้ประสบภัยและลดภาระการให้ความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่แล้ว
เรายังสามารถติดต่อประสานขอความช่วยเหลือแทนคนที่ติดอยู่ในดงน้ำท่วม
หรือกลับเข้าไปเป็นอาสาสมัครช่วยฟื้นฟูหลังน้ำท่วมได้อีก

ทั้งหมดนี้เขียนขึ้นเพื่อตักเตือน มิใช่สร้างความตื่นตระหนก
ทั้งหมดนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนล้วนๆ
อย่าเพิ่งรีบหลงเชื่อหรือรีบคัดค้านในทันที
ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณของตนเองไตร่ตรองอีกครั้ง
ด้วยความปรารถนาดีจากคนที่อพยพออกมาก่อนตีนเปียก

หมายเหตุ : ขอหยิบยืมวลี “อพยพก่อนตีนเปียก” มาจากเจ๊ตู่
และขอบคุณเพิื่อนปุ๋ยที่ช่วยจุดประกายให้ลองคิดถึงช่องทางอพยพแทนที่จะปักหลักสู้น้ำ

23 thoughts on “10 เหตุผลที่ชาวกรุงเทพฯ ควรทิ้งบ้านก่อนตีนเปียก

  1. ดีมากๆเลยนู่ย ขอ share นะจ๊ะ

  2. ตรงใจค่ะ.. ขอแชร์นะคะ :)

  3. พูดซะ ขนลุกเลย วิเคราะห์ได้ดีมากๆครับ

  4. มีบ้านอยู่เชียงใหม่ ตอนนี้ทำงานแถวบางขุนเทียน

    บริษัทยังไม่ประกาศวันหยุด จะชิ่งนั่งเครื่องหนีกลับบ้านก็ไม่ได้

    • ถ้าอย่างนั้น เก็บกระเป๋าไว้ให้พร้อม ส่งเด็ก คนป่วย คนชราออกไปก่อน
      พอนาทีสุดท้ายค่อยพาตัวเองออกมาจะคล่องตัวกว่าเกาะกันไปเป็นพรวน

  5. โอยอยากออกจะตาย รัฐบาลเฮงซวย (ขอโทษที่ไม่สุภาพ มันเหลืออด) ประกาศหยุดให้แต่ราชการ
    พวกบริษัทเอกชนเห็นแก่ตัว ไม่ยอมให้พนักงานที่ต้องการจะออกจากกทม.ลางาน ห่วยแตกมากๆ

  6. ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ดิฉันก็คนกทมไม่มีบ้านอยู่ทีไหนนอกจากกทมตอนนี้เครียดมากบ้านก็เช่า แต่พอได้อ่านข้อความ รู้สึกว่าไม่นิงนอนใจขยับขยายได้ก็จะไปเหมือนกัน ขอบคุณอย่างสูงสําหรับขอมูลดีๆๆ

  7. เราก็ึคนกรุงเทพฯ พันธุ์แท้ ไม่มีบ้านพักตากอากาศ
    ไม่สิ..ต้องบอกว่า มีบ้านอีกหลังที่พ่อกับแม่ซื้อไว้
    แต่ย้ายไปซุกหัวไม่ได้เพราะตั้งอยู่ที่บางไทร
    จึงโดนน้ำท่วมไปตั้งแต่ประมาณสองสัปดาห์ที่แล้ว
    ครอบครัวเราใช้วิธีอพยพมาโรงแรม แล้ววิ่งหาบ้านเช่า
    ด้วยเชื่อว่าสงครามน้ำยืดเยื้อแน่นอน
    เพิ่งพาพ่อแม่และป้าชราย้ายเข้าบ้านเช่าวันนี้
    รู้สึกเหนื่อยและต้องควักกระเป๋าซื้อข้าวของเพิ่มเติมหลายสิ่งอย่าง
    แต่มั่นใจว่า ตัดสินใจไม่ผิดแน่นอน

    เราไม่คิดจะพึ่งรัฐบาล พึ่งผู้ว่าฯ กทม. หรือใครทั้งนั้น
    ณ นาทีนี้ พึ่งตนเองให้มากที่สุด
    เราอาจจะโชคดีที่เป็นฟรีแลนซ์
    จึงไม่ต้องขอเจ้านายลาหยุด
    หอบคอมพิวเตอร์มาทำงานไกลๆ น้ำท่วมได้เลย
    สำหรับพนักงานออฟฟิศ หากลาหยุดได้ ใช้วันลาไปเถอะ

  8. ไม่ออกไม่ใช่ว่าไม่อยากออก แต่เพราะเป็นลูกน้องที่นายยังไม่สั่งให้ออก ก็ออกไม่ได้ครับ

    • เหมือนความเห็นข้างบน
      เก็บกระเป๋าให้พร้อมเคลื่อนย้าย
      อพยพพ่อแม่ คนแก่ คนชรา คนท้อง เด็กเล็ก คนป่วย หรือคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ออกไปก่อนพอนาทีสุดท้ายค่อยพาตัวเองออกมาจะคล่องตัวกว่าเกาะกันไปเป็นพรวน

  9. ขอแชร์ให้ทราบกันเยอะ ๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ

  10. อพยพแล้วไปไหน ระยะเวลาระหว่างการอพยพต้องยาวนานแค่ไหน แค่วันที่ 31 นี้ หรือจนกว่าน้ำจะผ่านมาแล้วผ่านไป ค่าใช้จ่ายระหว่างการอพยพอีกเท่าไหร่ คำถามพวกนี้ผู้อพยพต้องมีคำตอบเสียก่อน ไม่ใช่แค่แพ็คกระเป๋าไปตกคลั่กกันอยู่หัวหินพัทยาสี่ซ้าห้าวันแล้วก็กลับมา ปัญหาผ่านพ้นไปแล้วซะเมื่อไหร่

    • สำหรับคำถามว่า อพยพแล้วไปไหน
      เราคงตอบให้ไม่ได้หรอกนะ แต่ะละคนแต่ละบ้านต้องเลือกทางที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด
      ใครมีบ้านญาติ บ้านเพื่อนต่างจังหวัด ไปขออยู่ด้วยได้มั้ย ลองหาทางกันดู
      อย่างครอบครัวเรา ไม่มีทางเลือกแบบนั้น เลยต้องหาบ้านเช่าเล็กๆ
      อาจไม่สะดวกสบายเท่าบ้านตัวเองในยามปกติ แต่ดีมากมายในยามบ้านตัวเองโดนน้ำท่วม

      สำหรับคำถามเรื่อง ยาวนานแค่ไหน
      หนีมาแค่ 4-5 วันไม่พอหรอก
      เราเองก็ยังไม่รู้ระยะเวลาน้ำท่วมที่แน่ชัด แต่ประมาณเอาว่า 1 เดือน
      ในเบื้องต้นก็เลยเช่าบ้านไปถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน
      …ซึ่งเอาเข้าจริงอาจจะนานกว่านั้น เพราะน้ำลดแล้วก็ใช่ว่าจะกลับเข้าบ้านได้เลย
      คงต้องทำความสะอาดล้างบ้านซ่อมบ้านกันยกใหญ่

      ส่วนค่าใช้จ่ายระหว่างอพยพ แต่ละคนก็ต้องจัดการตัวเอง…นึกไม่ออกว่าจะรอพึ่งพาจากไหน
      สำหรับเรานี่จะเป็นช่วงที่จ่ายออกเยอะ แต่แทบไม่มีรับเข้ามา เพราะงานหดหรือโดนยกเลิก
      ก็เอาเงินสำรองมาใช้ไปก่อน โดยใช้จ่ายอย่างประหยัด เดี๋ยวน้ำลดค่อยเก็บเงินใหม่
      อย่างเช่าบ้านเราก็เลือกที่มีห้องครัว เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องกิน เพราะทำเองยังไงก็ถูกว่าซื้อกินทุกมื้อ

  11. ดีมาก ๆ เลยค่ะ….ขอแชร์ให้รู้ต่อ ๆ กันนะคะ……^^

  12. ถ้าบริษัทยังเปิดทำงานต่อ แต่ลูกค้าอพยพไปหมด แล้วจะขายให้ใคร… ผู้บริหารคิดกันมั่งดิ

  13. ขอบคุณมากๆ ครับ จะพยายามแชร์ต่อๆ ไป และสู้ๆ นะครับ

  14. ขออนุญาติเอาไปพิมพ์ใหม่ แชร์ประกอบรูปภาพในเฟชบุค(ถ้ามีรูปที่มีสีสรร คนจะชอบกดดูมากกว่าคะ) แต่จะอ้างอิงค์ลิ้งค์ให้นะคะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s