My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

เมฆสีแดงปั้นนักรบแสงอาทิตย์

ใส่ความเห็น


[ที่มาภาพ gfbvberlin.files.wordpress.com]

1.
ช่วงกลางศตวรรษที่ 19 การต่อสู้แย่งชิงดินแดนระหว่างคนขาวผู้อพยพมาใหม่
กับชนพื้นเมืองอเมริกันผู้ตั้งรกรากอยู่ดั้งเดิมเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งบนแผ่นดินสหรัฐอเมริกา

หนึ่งในนั้นคือสงครามเรด คลาวด์ (Red Cloud’s War) อันโด่งดัง
ระหว่างกองทหารสหรัฐฯ กับชนพื้นเมืองเผ่าลาโกตาภายใต้การนำของหัวหน้าเรด คลาวด์ (Chef Red Cloud)
ซึ่งต่อสู้กันอย่างดุเดือดยืดเยื้อนานเกือบ 3 ปี
จนในท้ายที่สุดรัฐบาลสหรัฐฯ ต้องยอมเอ่ยปากขอเจรจาสงบศึกเมื่อปี 1868

ในวันที่หัวหน้าเรด คลาวด์ (Chef Red Cloud) ร่วมลงนาม “สนธิสัญญาฟอร์ต ลารามี่”
(Fort Laramie Treaty) เพื่อตกลงแบ่งเขตพื้นที่การครอบครองและเข้าใช้ประโยชน์ที่ดิน
ของคนขาวกับชนพื้นเมืองให้ชัดเจน ผู้นำชนพื้นเมืองอเมริกันที่เข้มแข็งท่านนี้ประกาศว่า
“ภายในช่วงอายุของคน 7 รุ่นชนพื้นเมืองอเมริกันจะต้องมีความเป็นอยู่ทัดเทียมกับคนผิวขาว”

…แต่เวลาที่หมุนผ่านไปนับร้อยปีก็มิได้นำพาความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกมาสู่ลูกหลานเผ่าลาโกตา
ดังที่หัวหน้าเรด คลาวด์ เคยคาดการณ์ไว้

2.
เฮนรี เรด คลาวด์ (Henry Red Cloud) ชนพื้นเมืองอเมริกันเผ่าลาโกตา
และเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 5 ของผู้สืบเชื้อสายโดยตรงจากหัวหน้าเรด คลาวด์
เขาเกิดและเติบโตในพื้นที่สงวนไพน์ ริด์จ (Pine Ridge Indian Reservation)
ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดจัดสรรให้เป็นเขตอยู่อาศัยของอินเดียนแดงในแถบมลรัฐเซาท์ ดาโกต้า
และติดอันดับต้นๆ ของชุมชนที่ยากจนที่สุดในประเทศอันกว้างใหญ่แห่งนี้

ความเป็นอยู่ของผู้คนที่นั่นไม่สู้ดีนัก จะกล่าวว่าเข้าขั้นลำบากแสนเข็ญก็คงได้
คุณภาพชีวิตโดยรวมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยความยากจนของชาวอเมริกัน มากกว่าร้อยละ 85 เป็นคนไร้อาชีพ
ที่พักส่วนใหญ่สร้างขึ้นอย่างหยาบๆ และอยู่ในสภาพทรุดโทรม
หนำซ้ำยังต้องเผชิญกับความโหดร้ายของสภาพภูมิอากาศ

โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวซึ่งทางเลือกในการขจัดความหนาวเหน็บมีอยู่น้อยนิด
ไฟฟ้า น้ำมันก๊าด และก๊าซธรรมชาติล้วนราคาสูงลิ่ว
ขณะที่ไม้ฟืนซึ่งเป็นของฟรีก็ยังหายากเต็มทีในสภาพภูมิประเทศแบบทุ่งหญ้ากันดาร
บางครัวเรือนยอมควักร้อยละ 70 ของรายได้เพื่อสร้างความอบอุ่นในที่พัก
บางครัวเรือนหาไม้ฟืนไม่ได้และจ่ายราคาความอบอุ่นไม่ไหวก็ต้องตัดใจทิ้งบ้านหนีหนาวไปอยู่ที่อื่นสักระยะ

ช่วงทศวรรษ 1970 เมื่อครั้งเป็นวัยรุ่นตอนปลาย
เฮนรีเลือกขีดเส้นทางให้ตัวเองออกไปเผชิญชีวิตนอกพื้นที่สงวนไพน์ ริด์จ
ด้วยการเข้าร่วมเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมของพลเมือง
หลังจากนั้นจึงเริ่มหาเลี้ยงชีพด้วยงานช่างก่อสร้างซึ่งต้องย้ายไปตามไซต์ก่อสร้างในหลายเมืองใหญ่

ผ่านไปเกือบ 16 ปี เขากลับคืนถิ่นกำเนิดด้วยความหวัง 2 ประการ บ้านหนึ่งหลังและอาชีพที่มั่นคง
ทว่าสิ่งที่รออยู่กลับเป็นความว่างเปล่า ไม่มีบ้านให้อยู่และไม่มีงานให้ทำ
พื้นที่สงวนไพน์ ริด์จ ต้อนรับเฮนรีในสภาพไม่แตกต่างจากวันที่ก้าวเท้าออกมาเท่าใดนัก
มันถึงเวลาที่ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง เฮนรีรู้สึกเช่นนั้น
และพยายามคิดหาหนทางแก้ไขปัญหาที่ทั้งเขาและสังคมกำลังเผชิญอยู่

ในระหว่างที่ก่อสร้างบ้านให้ตัวเอง
เขาเริ่มสืบค้นทางเลือกสำหรับความอบอุ่นช่วงฤดูหนาวที่ไม่ใช่แค่การจุดเตาเผาไม้ฟืน
ความสนใจใฝ่รู้บวกกับประสบการณ์งานช่างซึ่งเป็นต้นทุนติดตัว
ทำให้เฮนรีทุ่มเทศึกษากลไกการทำงานของเครื่องทำความร้อนถึงขนาดถอดรื้อมันออกเป็นชิ้นๆ
ควบคู่กับการค้นคว้าเรื่องพลังงานทดแทน
กระทั่งประดิษฐ์ระบบทำความร้อนพลังแสงอาทิตย์ (solar air heater) ในแบบฉบับของตัวเองสำเร็จ
จึงพบทางออกชัดเจน…นี่แหละคือเครื่องมือที่จะลดรายจ่ายและช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชนท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง

เฮนรีไม่ได้เก็บงำไอเดียนี้ไว้คนเดียว แต่เลือกที่จะใช้มันเป็นกุญแจปลดล็อคความยากจน
เขาก่อตั้งบริษัท “ลาโกตา โซลาร์ เอ็นเตอร์ไพร์ซ” (Lakota Solar Enterprises) ขึ้นในปี 2006
ไม่เพียงเพื่อบุกเบิกเส้นทางพลังงานทดแทนสำหรับชุมชนพื้นเมืองอเมริกัน
แต่ยังเป็นบริษัทเอกชนด้านพลังงานแห่งแรกของสหรัฐฯ ที่ดำเนินกิจการโดยชนพื้นเมืองล้วนๆ

ที่เด็ดกว่านั้น ระบบทำความร้อนพลังแสงอาทิตย์ที่เขาออกแบบ
ยังช่วยให้มวลอากาศอุ่นๆ หมุนเวียนอยู่ภายในที่พัก โดยใช้พลังงานน้อยนิด
มันต้องการไฟฟ้าเทียบเท่าหลอดไฟขนาด 50 วัตต์เพียงหลอดเดียว
อุปกรณ์ทั้งชุดสำหรับการประกอบและติดตั้งด้วยตนเองราคา 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ
(หากรวมบริการติดตั้งในรัศมี 200 ไมล์จะเพิ่มเป็น 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
จะถึงจุดคุ้มทุนเมื่อใช้งานต่อเนื่องภายใน 3-4 ปี แถมยังมีอายุการใช้งานยาวนานถึง 30 ปี
โดยแทบไม่ต้องดูแลหรือบำรุงรักษาอะไรเลย

นับถึงปัจจุบัน ลาโกตา โซลาร์ เอ็นเตอร์ไพร์ซ ติดตั้งระบบทำความร้อนพลังแสงอาทิตย์
ให้บ้านของชนพื้นเมืองอเมริกันไปแล้วมากกว่า 1,200 หลังคาเรือน

“เมื่อเจ้าเล่าเรียน ความเป็นอยู่ของเจ้าจะสะดวกสบายขึ้น
แต่ถ้าเจ้าใฝ่ฝันถึงชีวิตที่ดีจริงๆ จงสร้างงานให้ชุมชน”
เฮนรีกำลังพิสูจน์คำสอนของปู่ด้วยการกระทำของตัวเอง


[ที่มาภาพ a1.sphotos.ak.fbcdn.net]
3.

“ความหวังเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของผู้คนที่ปรารถนาจะลุกขึ้นยืน
ผมเพียงต้องการจะเป็นหนึ่งตัวอย่างของคนที่เอาชนะความยากลำบาก – หนึ่งในต้นกำเนิดความหวัง
สิ่งที่พวกเราจำเป็นต้องทำก็คือมองให้เห็นโอกาสสำหรับตัวเอง
รวมไปถึงโอกาสสำหรับลูกๆ หลานๆ ของพวกเรา” เฮนรีกล่าว

หลังจากประสบความสำเร็จสองก้าวแรกในการสร้างอาชีพ
และเผยแพร่แหล่งพลังงานทดแทนอย่างแสงอาทิตย์ให้เป็นที่คุ้นเคยในกลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกัน
เฮนรียังต้องคิดอ่านและมองการณ์ให้ไกลถึงสิ่งที่มีบทบาทมากพอ
จะกำหนดอนาคตของชนพื้นเมืองอเมริกันรุ่นต่อๆ ไป
โดยมีความห่วงใยในอนาคตของหลานสาววัยขวบเศษซึ่งเป็นเชื้อสายเรด คลาวด์ รุ่นที่ 7 เป็นแรงผลักสำคัญ

ผลลัพธ์ที่ได้คือการตัดสินใจสร้าง “ศูนย์พลังงานทดแทนเรด คลาวด์”
(Red Cloud Renewable Energy Center) ขึ้นในอีก 2 ปีถัดมา
เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องทำน้ำอุ่นพลังแสงอาทิตย์
ระบบผลิตไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ การสร้างบ้านจากดินและฟาง การปลูกผักอินทรีย์ และกังหันลมขนาดเล็ก

จวบจนวันนี้มีชนพื้นเมืองอเมริกันผ่านหลักสูตรการอบรมจากศูนย์พลังงานทดแทนเรด คลาวด์ ไปแล้วเกือบร้อยชีวิต
เฮนรีเรียกพวกเขาว่า “นักรบแสงอาทิตย์” ซึ่งจะเป็นกองหนุนชั้นดี
สำหรับกระจายความรู้ความเข้าใจเรื่องพลังงานทดแทนไปยังพี่น้องร่วมเผ่าพันธุ์
รวมถึงการทำสงครามกับพลังงานกระแสหลักอย่างสารพัดเชื้อเพลิงฟอสซิลและโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

…เป็นสงครามที่ไม่มุ่งร้ายชีวิตใคร แต่ต่อสู้เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
และสอดคล้องกลมกลืนกับวิถีเคารพธรรมชาติของชนพื้นเมืองอเมริกันที่ส่งทอดสืบต่อกันมาแต่บรรพบุรุษ

งานของลาโกตา โซลาร์ เอ็นเตอร์ไพร์ซ และภารกิจปั้นนักรบแสงอาทิตย์ยังเดินหน้าต่อไปไม่รู้จบ
บนถนนแห่งความมุ่งมั่นของเฮนรี เรด คลาวด์ ชายวัย 52 ปีที่เชื่อว่า
“ดวงอาทิตย์มีบทบาทสำคัญในงานเฉลิมฉลอง บทเพลง และวัฒนธรรมของพวกเรา
นี่คือวิถีใหม่ของการให้เกียรติและยกย่องวิถีดั้งเดิมของเผ่าพันธุ์”

หมายเหตุ-บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s