My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

ของดีในขี้แพนด้า

“ของดี” ดังกล่าวถูกค้นพบโดยทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัฐมิสซิสซิปปี
หลังจากพวกเขาเพียรเก็บตัวอย่างมูลสดของแพนด้ายักษ์
จากสวนสัตว์เมมฟิสไปวิเคราะห์ต่อเนื่องนานเกินปี

กระทั่งประสบความสำเร็จในการจำแนกชนิดของจุลินทรีย์ประมาณ 3-4 กลุ่ม
ที่สามารถสลายลิกโนเซลลูโลส (lignocellulose) หรือเส้นใยพืชชนิดย่อยยาก
ซึ่งเป็นส่วนประกอบของซังข้าวโพด กากอ้อย และเศษไม้
จึงเป็นที่คาดหวังกันว่า มันจะกำจัดอุปสรรคในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างเอทานอลได้อยู่หมัด
และเติมอนาคตสดใสให้พลังงานทดแทน

สิ่งมีชีวิตขนาดจิ๋วเหล่านี้อาศัยอยู่ในระบบย่อยอาหารของไจแอนท์แพนด้า
ทำหน้าที่ย่อยและเปลี่ยนเส้นใยพืชชนิดย่อยยากให้เป็นน้ำตาลเชิงเดี่ยว
พวกมันมีเคล็ดลับเด็ดอยู่ที่การผลิตเอมไซน์พิเศษช่วยเร่งปฏิกิริยาทางเคมีให้เกิดขึ้นรวดเร็ว

เอมไซน์พิเศษเนี่ยแหละ คือกองหนุนชั้นดีที่จะเข้ามาช่วยให้การย่อยลิกโนเซลลูโลส
ในกระบวนการผลิตเอทานอลดำเนินไปอย่างสะดวกราบรื่น
โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนเพิ่มความร้อน เพิ่มความดัน และเพิ่มความเป็นกรด
เหมือนที่ปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน แถมยังช่วยประหยัดทั้งเวลา พลังงาน และค่าใช้จ่ายได้อีกโข

ผลการค้นพบดังกล่าวเป็นเพียงการเริ่มต้น
นับจากนี้ทีมวิจัยต้องเร่งเดินหน้าเฟ้นหาจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพการย่อยลิกโนเซลลูโลสสูงสุด
เพื่อเป็นฐานคำตอบให้นักวิจัยท่านอื่นๆ ใช้วิชาตัดต่อพันธุกรรม ดึงเอายีนส่วนที่ผลิตเอนไซม์ไปใส่ในยีสต์
แล้วเลี้ยงยีสต์ในเชิงพาณิชย์เพื่อป้อนอุตสาหกรรมผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพอีกที

บทเรียนการค้นพบครั้งนี้ ไม่เพียงยืนยันความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพในแง่มุมที่ว่า
มนุษย์ยังต้องพึ่งพาพืชและสัตว์ชนิดพันธุ์ต่างๆ บนโลกใบนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
การเบียดเบียนสิ่งมีชีวิตจนสูญพันธุ์จึงอาจหมายถึงการสูญเสียโอกาสที่ใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตนั้นๆ ด้วย

แต่ยังน่าจะสร้างแรงกระเพื่อมถึงการอนุรักษ์แพนด้ายักษ์
ที่หลงเหลืออยู่ในสภาพธรรมชาติไม่เกิน 2,500 ตัว
และในแหล่งอนุรักษ์นอกถิ่นที่อยู่ เช่น สวนสัตว์ ศูนย์วิจัย อีกประมาณ 200 ตัว
ให้ยืนหยัดสายพันธุ์อยู่บนโลกได้นานขึ้น

ขนาดแพนด้ายักษ์ตัวอ้วนกลมที่วันๆ เอาแต่นั่งกินนอนกินใบไผ่
ยังผลิตของดีออกมาเป็นฟันเฟืองเล็กๆ
ที่ช่วยลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งเป็นต้นเหตุของโลกร้อนกับเค้าด้วย
…แล้วพวกเราล่ะจ๊ะ ทำอะไรกันอยู่

ตีพิมพ์ครั้งแรกใน “NEIGHBOURS MATTERS”
นิตยสาร IMAGE ปีที่ 24 ฉบับที่ 11 พฤศจิกายน 2554

Advertisements

การแสดงความเห็นถูกปิด