My Freezer…Since Dec 2006

ที่พักของบทความอายุสั้นและสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นในทุกวันของชีวิต

มากกว่าตู้เย็นไม่ง้อไฟฟ้า

1 ความเห็น


[ที่มาภาพ emilycummins.co.uk]

1.
ของขวัญชิ้นโปรดในวัยเยาว์ สำหรับบางคนถือเป็นความประทับใจไม่รู้ลืม
แต่สำหรับเอมิลี่ คัมมินส์ (Emily Cummins) ฆ้อนที่ได้รับเมื่ออายุ ๔ ขวบนั้น
นอกจากจะทำให้เด็กหญิงรู้สึกว่าตัวเองเป็นลูกมือของคุณตาเต็มตัว
มันยังขีดเส้นทางชีวิตให้เธอเติบโตขึ้นเป็นนักประดิษฐ์เพื่อความยั่งยืน…โดยไม่มีใครคาดคิด

เมื่อโรงเก็บของกลายเป็นสนามเด็กเล่นที่เอมิลี่ตัวน้อยขลุกอยู่วันละหลายชั่วโมงโดยไม่เบื่อ
เธอเพลิดเพลินกับการเฝ้ามองคุณตาสร้างของเล่นหรือประกอบกล่องเครื่องประดับจากวัสดุเหลือใช้
ขณะเดียวกันก็ลงมือก็อกๆ แก็กๆ ทำโน่นนี่นั่นเองบ้างตามประสา
โดยมีคุณตาคอยสอนและให้คำแนะนำอยู่ไม่ห่าง
ภาพจำและประสบการณ์ความสนุกสนานเหล่านี้ดึงเด็กหญิงเข้าสู่ห้วงความเชื่อมั่นว่า
เธอสามารถประดิษฐ์ทุกสิ่งอย่างได้จากวัสดุเหลือใช้
ขอเพียงมีสารพัดเครื่องมือช่างของคุณตาเป็นอาวุธคู่กาย

ผ่านไปนานวัน ขอบเขตความรู้จักประเภทวัสดุหลากหลายขยายวงกว้าง
เช่นเดียวกับทักษะการใช้เครื่องมือนานาชนิดที่เพิ่มพูน
เอมิลี่ยอมรับว่าหลงเสน่ห์งานอดิเรกเชิงช่างเข้าเต็มเปา
กระทั่งเปล่งประกายฉายแววนักประดิษฐ์รุ่นเยาว์ด้วยวัย ๑๕ ปีกับ “เครื่องช่วยบีบยาสีฟัน”

ผลงานสร้างสรรค์น่าจดจำชิ้นแรกมีต้นทางจากอาการข้ออักเสบของคุณปู่
ซึ่งส่งผลให้ชายชราบีบยาสีฟันได้อย่างยากลำบาก
เอมิลี่แก้ปัญหาโดยเปลี่ยนการบีบเป็นการกด
เธอสร้างกล่องใส่หลอดยาสีฟันพร้อมคันโยก
เพียงใช้กำปั้น ข้อมือ แขน หรือข้อศอกกดคันโยกเบาๆ
กลไกภายในจะบีบให้ยาสีฟันไหลออกมาอย่างง่ายดาย
แถมยังรีดเนื้อยาสีฟันได้หมดเกลี้ยงตั้งแต่ก้นหลอด

…แล้วความสนใจใช้สิ่งประดิษฐ์แก้ปัญหาให้คนใกล้ตัว
ก็เขยิบความเอาจริงเอาจังขึ้นเป็นการแก้ปัญหาของประเทศกำลังพัฒนา
ในระหว่างที่เอมิลี่ยังเป็นนักเรียนไฮสคูลนั่นเอง

เริ่มจากงานออกแบบรถเข็นบรรทุกถังน้ำที่ช่วยให้ผู้หญิงและเด็กๆ ในทวีปแอฟริกา
ขนน้ำกลับบ้านปริมาณมากขึ้นในแต่ละเที่ยวที่ออกเดินหาแหล่งน้ำ
ตามมาด้วย “ตู้เย็นไม่ง้อไฟฟ้า” ผลงานชิ้นยอดเยี่ยมซึ่งกวาดรางวัล
และสร้างชื่อให้สาวชาวอังกฤษผู้นี้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง

เอมิลี่ตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนและการโหมใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
เธอตั้งคำถามกับตัวเอง หากถึงวันที่พลังงานเข้าใกล้ภาวะขาดแคลน
เครื่องไฟฟ้าชิ้นใดที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน
และพอจะมีหนทางสร้างใหม่ในแบบที่ไม่พึ่งพากระแสไฟฟ้าได้บ้าง
หลังผ่านขั้นตอนหาข้อมูลเบื้องต้น คำตอบที่ตรงใจมากสุดก็คือตู้เย็น

เธอทำการบ้านนอกห้องเรียนค้นคว้ากลไกผลิตความเย็นที่ไม่ซับซ้อนอยู่นานเป็นปี
กระทั่งประดิษฐ์เครื่องต้นแบบของตู้เย็นไม่ง้อไฟฟ้ารุ่น ๑ ได้เป็นผลสำเร็จในปี ๒๐๐๖
จึงตัดสินใจใช้เวลาช่วงรอยต่อระหว่างจบการศึกษาชั้นมัธยม
และรอสมัครเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยซึ่งจะว่างเว้นจากการเรียนประมาณ ๕ เดือน
เพื่อออกเดินทางไปยังประเทศนามิเบีย ทวีปแอฟริกา ในฐานะอาสาสมัครด้านการศึกษา
พร้อมกับหอบหิ้วสิ่งประดิษฐ์ไปทดสอบการใช้งานจริงในพื้นที่ขาดแคลนกระแสไฟฟ้า

ปรากฏว่าเวิร์กมาก เสียงตอบรับดีมาก
เอมิลี่รู้ทันทีสิ่งประดิษฐ์ของเธอเอื้อประโยชน์ต่อชาวแอฟริกันอีกหลายพันชีวิต
จึงไม่ลังเลที่จะเปิดห้องเรียนชั่วคราวและสอนให้ชาวบ้านที่นั่นได้ลงมือสร้างกันเอง

เมื่อครบกำหนด เอมิลี่เดินทางกลับอังกฤษ
เพื่อเรียนต่อในสาขาการจัดการธุรกิจที่มหาวิทยาลัยลีดส์
ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาเรียนอย่างเดียว
แต่แบ่งเวลาสำหรับงานพัฒนาตู้เย็นไม่ง้อไฟฟ้ารุ่น ๒
โดยวางแผนปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้น
อุณหภูมิต่ำกว่าเดิม ควบคุมความเย็นได้เสถียรกว่าเดิม
และเพิ่มเติมความพิถีพิถันเข้าไปอีก เพื่อให้เหมาะสำหรับการผลิตขายในเชิงพาณิชย์

2.
ว่ากันตามจริง
เอมิลี่ไม่ใช่คนแรกหรอกนะที่คิดค้นบรรจุภัณฑ์ซึ่งอาศัยกลไกการระเหยของน้ำเป็นตัวสร้างความเย็น
เพราะหากย้อนกลับไปศึกษาอารยธรรมเมื่อราว ๓ พันปีที่แล้ว
ชาวบ้านทางตอนเหนือของอียิปต์ต่างก็นิยมนำภาชนะดินเผาที่มีรูพรุน
ไปแช่น้ำจนเปียกโชกแล้วใส่อาหารไว้ภายใน
เพื่อว่าเมื่อน้ำระเหยออกจากเนื้อดินเผาอย่างช้าๆ
อุณหภูมิภายในจะค่อยๆ ลดลง จึงช่วยให้อาหารเน่าเสียช้าลง

นอกจากนี้ยังมีครูท้องถิ่นชาวไนจีเรียชื่อ โมฮัมหมัด บาห์ อับบา
ผู้ประดิษฐ์ระบบรักษาความเย็นเพื่อชะลอการเน่าเสียของอาหารสด
หรือ “Pot-in-Pot Preservation Cooling System”
ซึ่งก็ได้รับเลือกจากนิตยสารไทม์ให้เป็นหนึ่งในนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์แห่งปี ๒๐๐๑
และคว้ารางวัลโรเล็กซ์พร้อมเงิน ๗๕,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐไปแล้ว

สิ่งประดิษฐ์ของคุณครูโมฮัมหมัดใช้ภาชนะดินเผาสองใบ
ใบเล็กซ้อนอยู่ในใบใหญ่และเติมทรายเปียกลงในช่องว่างระหว่างภาชนะสองใบ
บรรจุผลไม้และผักในภาชนะดินเผาใบเล็กจนเต็มแล้วปิดคลุมทั้งหมดด้วยผ้าเปียก
สามารถยืดอายุการเก็บผักผลไม้ได้นาน ๓-๔ สัปดาห์

ทว่าตู้เย็นไม่ง้อไฟฟ้าของเอมิลี่ผ่านการออกแบบให้ทำงานได้ดีกว่านั้น
แม้ในภาพรวมมันประกอบขึ้นจากภาชนะทรงกระบอกที่ซ้อนกัน ๒ ชั้น
คล้ายกับผลงานของคุณครูโมฮัมหมัด แต่เธออธิบายว่า
ภาชนะทรงกระบอกช่วยกระจายความเย็นได้ทั่วถึง จึงลดจุดอับที่แบคทีเรียจะเจริญเติบโต
โดยใบใหญ่ด้านนอกสามารถดัดแปลงทำจากไม้ พลาสติก หรือวัสดุอื่นๆ ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น
ขณะที่ช่องว่างระหว่างภาชนะจะอัดแน่นด้วยขนแกะ ขนสัตว์ ทราย ดิน หรือวัสดุอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ


[ที่มาภาพ treehugger.com]

ส่วนที่เจ๋งที่สุดเห็นจะเป็นใบเล็กชั้นในซึ่งเอมิลี่กำหนดให้ทำจากโลหะที่ปิดมิดชิด
เนื้อสัตว์ นม หรือยารักษาโรคที่บรรจุไว้ภายในจะไม่สัมผัสกับน้ำและความชื้นโดยตรง
จึงอยู่ในสภาพแห้ง สะอาด และปลอดภัยจากการปนเปื้อนเชื้อโรค
นั่นทำให้ผู้ใช้งานสามารถตักน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติใดๆ มาเติมเพื่อสตาร์ตการทำงานได้ทันที
โดยไม่ต้องเสียเวลาจัดหาน้ำสะอาด

หลังจากเติมน้ำและบรรจุของลงในภาชนะแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการตากแดด
เมื่อได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์น้ำจะค่อยๆ ระเหยเป็นไอ
พร้อมกับดึงความร้อนจากภาชนะโลหะชั้นในออกมาด้วย
อุณหภูมิจึงลดลงเรื่อยๆ โดยทำความเย็นได้ต่ำสุดที่ ๖ องศาเซลเซียส

ทั้งกลไกไม่ซับซ้อนและเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นเหล่านี้ช่วยให้สิ่งประดิษฐ์ของเอมิลี่
ใช้งานได้อย่างสะดวกเหมาะเหม็งในท้องถิ่นทุรกันดารที่ขาดแคลนทั้งไฟฟ้าและน้ำสะอาด
…มันถูกอกถูกใจชาวนามีเบียถึงขนาดยกให้เธอเป็น “The Fridge Lady” ไปแล้ว


[ที่มาภาพ dailymail.co.uk]

3.
เอมิลี่เพิ่งอายุ ๒๕ ปีเต็มเมื่อกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
หากเปรียบเทียบกับรายการรางวัลยาวเป็นหางว่าวที่เธอได้รับจากการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์
ก็ต้องยอมรับว่า นี่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย
…ที่สำคัญ มันไม่ใช่ความสำเร็จโดยง่ายหรือโดยบังเอิญ

นับตั้งแต่การหาทุนเพื่อสานฝันตัวเอง นอกจากเงินเก็บส่วนตัว
เธอยังขวนขวายล่ารางวัลจากเวทีประกวดงานออกแบบหรือสิ่งประดิษฐ์ตั้งแต่ครั้งยังเป็นนักเรียน
เธอทำงานพาร์ทไทม์ และเธอก็พาตัวเองเข้าไปคุยกับบริษัทท้องถิ่นเพื่อขอการสนับสนุนด้านวัตถุดิบ

ครั้นก้าวเข้ารั้วมหาวิทยาลัย ความยากยิ่งเพิ่มทวีคูณ
เมื่อต้องจัดสมดุลระหว่างการเรียนและโครงงานสิ่งประดิษฐ์ที่ชื่นชอบ
โชคดีที่มหาวิทยาลัยลีดส์มองเห็นความกระตือรือร้นและความมุ่งมั่นพยายาม
จึงสนับสนุนอย่างเต็มที่ นั่นเปิดโอกาสให้เอมิลี่จัดตารางเข้าเรียนสัปดาห์ละ ๒ วัน
และมีเวลาสำหรับโปรเจ็คต์วิจัยนอกหลักสูตรเพื่อปรับปรุงและพัฒนาตู้เย็นไม่ง้อไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นที่ ๒
แถมยังสามารถสำเร็จการศึกษาด้วยปริญญาเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเสียด้วย

หลังจากหน้าที่การเรียนจบลงอย่างสวยงามในปี ๒๐๑๐
เอมิลี่ตั้งใจทุ่มเทเวลาให้กับงานสองส่วนอย่างเต็มที่ หนึ่งคืองาน

โครงการสิ่งประดิษฐ์เพื่อความยั่งยืนซึ่งจะเดินหน้าต่อไปไม่รู้จบ
อีกหนึ่งคืองานในฐานะตัวแทนแคมเปญ “Make your Mark”
ซึ่งต้องปลุกเร้าและสร้างกำลังใจให้คนรุ่นใหม่กล้าลงมือแปรรูปไอเดียที่วาดฝัน
ให้ออกมาสู่โลกแห่งความจริง ด้วยการเดินสายบอกเล่าประสบการณ์
และแนวคิดเกี่ยวกับความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมแก่นักเรียนและผู้คนในชุมชนต่างๆ

“การสร้างสรรค์ผลงานเพื่อความยั่งยืน คุณต้องรักและตั้งใจแน่วแน่
มันไม่ง่าย แต่ฉันจะบอกเสมอว่า ต้องเริ่มก้าวแรกให้ได้
ต่อให้ล้มเหลวในตอนท้าย คุณก็ยังได้เรียนรู้บางอย่างในระหว่างก้าวเดิน”
…เอมิลี่เชื่ออย่างนั้นจริงๆ

หมายเหตุ-บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกผ่านทางคอลัมน์คนหมุนโลกบนเว็บไซต์ของมูลนิธิโลกสีเขียว

One thought on “มากกว่าตู้เย็นไม่ง้อไฟฟ้า

  1. ยกให้เป็นบุคคลดีเด่นได้เลยครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s